อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๙๕

๓. สรรพกิตติกเถราปทาน (๓๙๓)

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๙๕พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 29 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ตติยํ สพฺพกิตฺติกตฺเถราปทานํ (๓๙๓)

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สรรพกิตติกเถราปทานที่ ๓ (๓๙๓) ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญธรรม

ข้อ ๓๙๕

|๓๙๕.๓๐๘| กณิการํว ชลิตํ ทีปรุกฺขํว โชติตํ โอสธึว วิโรจนฺตํ วิชฺชูว คคเน ยถา ฯ |๓๙๕.๓๐๙| อสมฺภีตํ อนุตฺราสึ มิคราชํว เกสรึ ญาณาโลกํ ปกาเสนฺตํ มทฺทนฺตํ ติตฺถิเย คเณ ฯ |๓๙๕.๓๑๐| อุทฺธรนฺตํ อิมํ โลกํ ฉินฺทนฺตํ สพฺพสํสยํ อสมฺภีตํ มิคราชํว อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ |๓๙๕.๓๑๑| ชฏาชินธโร อาสึ พฺรหฺมา อุชุ ปตาปวา วากจีรํ คเหตฺวาน ปาทมูเล อปตฺถรึ ฯ |๓๙๕.๓๑๒| กาฬานุสาริยํ คยฺห อนุลิมฺปึ ตถาคตํ สมฺพุทฺธํ อุปลิมฺปิตฺวา สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ |๓๙๕.๓๑๓| สมุทฺธรสิมํ โลกํ โอฆติณฺโณ มหามุนิ ญาณาโลเกน โชเตสิ ปวรํ ญาณมุตฺตมํ ฯ |๓๙๕.๓๑๔| ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสิ มทฺทเส ปรติตฺถิเย อุสโภ ชิตสงฺคาโม สมฺปกมฺเปสิ เมทนึ ฯ |๓๙๕.๓๑๕| มหาสมุทฺเท อุมฺมีว เวลนฺตมฺหิ ปภิชฺชติ ตเถว ตว ญาณสฺมึ สพฺพทิฏฺฐิ ปภิชฺชติ ฯ |๓๙๕.๓๑๖| สุขุมจฺฉิกชาลานิ สรมฺหิ สมฺปตานิ เต อนฺโตชาลิคตา ปาณา ปีฬิตา โหนฺติ ตาวเท ฯ |๓๙๕.๓๑๗| ตเถว ติตฺถิยา โลเก มุฬฺหา สจฺจวินิสฺสิตา อนฺโตญาณวเร ตุยฺหํ ปริวตฺตนฺติ มาริส ฯ |๓๙๕.๓๑๘| ปติฏฺฐา ว วุยฺหตํ โอเฆ ตฺวญฺหิ นาโถ อพนฺธุนํ ภยฏฺฐิตานํ สรโณ มุตฺตตฺถีนํ ปรายโน ฯ |๓๙๕.๓๑๙| เอกจฺจโร อสทิโส เมตฺตากรุณสญฺญุโต ปญฺญวา ยุตฺตจาโค จ วสี ตาที คุณาลโย ฯ |๓๙๕.๓๒๐| ธีโร วิคตสมฺโมโห อเนญฺโช อกถํกถี ตุสฺสิโต วนฺตโทโสสิ นิมฺมโล สํยโต สุจิ ฯ |๓๙๕.๓๒๑| สงฺคาตีโต คตมโท เตวิชฺโชสิ ภวนฺตโค สีมาติโค ธมฺมครุ ตตตฺโถ หิตวปฺปโก ฯ |๓๙๕.๓๒๒| ตารโก ตฺวํ ยถา นาวา นิธิวสฺสาสการโก อสมฺภีโต ยถา สีโห คชราชาว ทมฺมิโต ฯ |๓๙๕.๓๒๓| โถเมตฺวา ทสคาถาหิ ปทุมุตฺตรํ มหามุนึ วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท ตุณฺหี อฏฺฐาสหํ ตทา ฯ |๓๙๕.๓๒๔| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๓๙๕.๓๒๕| โย เม สีลญฺจ ปญฺญญฺจ ธมฺมญฺจาปิ ปกิตฺตยิ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๓๙๕.๓๒๖| สฏฺฐี กปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสติ อญฺเญ เทเว อภิภวิตฺวา อิสฺสรํ การยิสฺสติ ฯ |๓๙๕.๓๒๗| โส ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต โคตมสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิสฺสติ ฯ |๓๙๕.๓๒๘| ปพฺพชิตฺวาน กาเยน ปาปกมฺมํ วิวชฺชิย สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ |๓๙๕.๓๒๙| ยถา จ เมโฆ ถนยํ ตปฺเปติ เมทนึ อิมํ ตเถว ตฺวํ มหาวีร ธมฺเมน ตปฺปยิ มมํ ฯ |๓๙๕.๓๓๐| สีลํ ปญฺญญฺจ ธมฺมญฺจ ถวิตฺวา โลกนายกํ ปตฺโตมฺหิ ปรมํ สนฺตํ นิพฺพานํ ปทมจฺจุตํ ฯ |๓๙๕.๓๓๑| อโห นูน ส ภควา จิรํ ติฏฺเฐยฺย จกฺขุมา อญฺญาตญฺจ วิชาเนยฺยํ ปสฺเสยฺยํ อมตํ ปทํ ฯ |๓๙๕.๓๓๒| อยํ เม ปจฺฉิมา ชาติ ภวา สพฺเพ สมูหตา สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๓๙๕.๓๓๓| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ พุทฺธมภิโถมยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ กิตฺตนาย อิทํ ผลํ ฯ |๓๙๕.๓๓๔| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา สพฺพาสวา ปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๓๙๕.๓๓๕| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๓๙๕.๓๓๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สพฺพกิตฺติโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สพฺพกิตฺติกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

เราเป็นพราหมณ์ผู้ทรงชฏาและหนังสัตว์ เป็นผู้ซื่อตรง มีตบะ ได้เห็นพระ พุทธเจ้าผู้นายกของโลก ทรงรุ่งเรืองดังดอกกรรณิการ์ โชติช่วงดังดวงไฟ รุ่งโรจน์ดังดาวประกายพฤกษ์ เปรียบเหมือนสายฟ้าในอากาศ ไม่ทรงครั่น คร้าม ไม่ทรงสะดุ้งกลัว ดังพระยาไกรสรราชสีห์ ทรงประกาศแสงสว่าง แห่งพระญาณ ทรงย่ำยีพวกเดียรถีย์ ทรงช่วยเหลือสัตว์โลกนี้ ทรงตัด ความสงสัยทั้งปวง ไม่ทรงหวาดหวั่นดังพระยาเนื้อ จึงถือเอาผ้าเปลือกไม้ กรองลาดลง ณ ที่ใกล้พระบาท หยิบเอากระลำพักมาชโลมทาพระตถาคต ครั้นชโลมทาพระสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ชมเชยพระองค์ผู้เป็นนายกของโลก ว่า ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์ทรงข้ามพ้นโอฆะแล้ว ทรงยังโลกนี้ให้ข้าม พ้น โชติช่วงด้วยแสงสว่างแห่งพระญาณ พระญาณประเสริฐสุด ทรง ประกาศธรรมจักร ทรงย่ำยีเดียรถีย์อื่น ทรงเป็นผู้กล้าหาญ ทรงชนะ สงครามแล้ว ยังแผ่นดินให้หวั่นไหว คลื่นในมหาสมุทรย่อมแตกในที่สุด ฝั่ง ฉันใด ทิฏฐิทั้งปวงย่อมแตกทำลายในเพราะพระญาณของพระองค์ ฉันนั้น ข่ายตาเล็กๆ ที่เขาเหวี่ยงลงไปในสระแล้ว สัตว์ทั้งหลายที่อยู่ ภายในข่าย เป็นผู้ถูกบีบคั้นในขณะนั้น ฉันใด ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ พวกเดียรถีย์ในโลกเป็นผู้หลงงมงายไม่อาศัยสัจจะ ย่อมเป็นไปภายในพระ ญาณอันประเสริฐของพระองค์ ฉันนั้น พระองค์เท่านั้นเป็นที่พึ่งของผู้ที่ ว่ายอยู่ในห้วงน้ำ เป็นนาถะของผู้ไม่มีเผ่าพันธุ์ เป็นสรณะของผู้ที่ตั้งอยู่ ในภัย เป็นผู้นำหน้าของผู้ต้องการความพ้น เสด็จเที่ยวไปผู้เดียว ไม่มี ใครเหมือน ทรงประกอบด้วยพระเมตตากรุณา ทรงมีปัญญา ประกอบการ สละ มีความชำนาญ คงที่ เป็นที่อยู่แห่งคุณ เป็นนักปราชญ์ ปราศจาก ความหลง ไม่ทรงหวั่นไหว ไม่มีความสงสัย เป็นผู้พอพระทัย มีโทสะ อันคายแล้ว ไม่มีมลทิน ทรงสำรวม มีความสะอาด ล่วงธรรมเครื่อง ข้อง มีความเมาไปปราศแล้ว ได้วิชชา ๓ ถึงความเจริญ ทรงถึงเขตแดน เป็นผู้หนักในธรรม มีประโยชน์อันถึงแล้ว ทรงหว่านประโยชน์ ทรงยัง สัตว์ให้ข้ามเปรียบเหมือนเรือ ทรงมีขุมทรัพย์ ทรงทำความเบาใจ ไม่ทรง ครั่นคร้ามดังราชสีห์ เหมือนพระยาคชสารอันฝึกแล้ว ในกาลนั้น ครั้น เราสรรเสริญพระมหามุนีพระนามว่าปทุมุตระด้วยคาถา ๑๐ คาถา ถวาย บังคมพระบาทพระศาสดาแล้ว ได้ยืนนิ่งอยู่ พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตระ ผู้รู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชา ประทับอยู่ท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัส พระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดสรรเสริญศีล ปัญญา และธรรมของเรา เราจัก พยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลก ตลอด ๖ หมื่นกัลป จักเสวยความเป็นอิสระครอบงำเทวดาเหล่าอื่น ภายหลัง อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว เขาจักออกบวชในพระศาสนาของพระผู้มีพระภาค มีพระนามว่าโคดม ครั้นบวชแล้ว เว้นบาปกรรมด้วยกาย กำหนดรู้อาสวะ ทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะ นิพพาน เมฆครางกระหึ่ม ย่อมยังพื้นดินนี้ ให้อิ่ม ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า พระองค์ทรงยังข้าพระองค์ ให้อิ่ม ด้วยธรรม ฉันนั้น ครั้นเราเชยชมศีล ปัญญา ธรรม และพระนายกของ โลกแล้ว ได้บรรลุนิพพานอันเป็นธรรมระงับอย่างยิ่ง เป็นบทไม่เคลื่อน โอหนอ พระผู้มีพระภาคผู้มีจักษุพระองค์นั้น พึงดำรงอยู่นานแน่ เราก็พึงรู้ แจ้งธรรมที่ยังไม่รู้แจ้ง พึงเห็นอมตบท ชาตินี้เป็นชาติที่สุดของเรา เรา ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ อยู่ ในกัลปที่แสนแต่กัลปนี้ เราได้สรรเสริญพระพุทธเจ้าใด ด้วยกรรม นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ เราเผากิเลสทั้งหลาย แล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว อาสวะทั้งปวงสิ้นรอบแล้ว บัดนี้ ภพ ใหม่ไม่มี การที่เราได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้ว หนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสรรพกิตติกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สรรพกิตติกเถราปทาน.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๓. สัพพกิตติกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสัพพกิตติกเถระ (พระสัพพกิตติกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๓๐๔

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงรุ่งเรืองดุจดอกกรรณิการ์ ทรงโชติช่วงดุจต้นพฤกษาประทีป ทรงรุ่งโรจน์ดุจดาวประกายพรึก ดุจสายฟ้าในท้องฟ้า

ข้อ ๓๐๕

ไม่ครั่นคร้าม ไม่สะดุ้งกลัว ดุจพญาเนื้อ ทรงประกาศแสงสว่างคือญาณ ทรงย่ำยีหมู่เดียรถีย์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๒๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๓. สัพพกิตติกเถราปทาน

ข้อ ๓๐๖

ทรงช่วยโลกนี้ คลายความสงสัยทั้งปวงได้ไม่ครั่นคร้าม ดุจพญาราชสีห์ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ข้าพเจ้าได้เห็นแล้ว

ข้อ ๓๐๗

ข้าพเจ้าทรงชฎาและหนังสัตว์ เป็นใหญ่ ซื่อตรง มีความเพียร ถือเอาผ้าเปลือกปอไปปูลาดที่แทบพระบาท

ข้อ ๓๐๘

ข้าพเจ้านำกระลำพักมาชโลมทาพระตถาคต ครั้นชโลมทาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ชมเชยพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า

ข้อ ๓๐๙

ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์ทรงข้ามโอฆกิเลสได้แล้ว ทรงช่วยเหลือสัตว์โลกนี้ ทรงโชติช่วง ด้วยแสงสว่างแห่งพระญาณ พระญาณ(ของพระองค์)ประเสริฐสุด

ข้อ ๓๑๐

พระองค์ทรงประกาศธรรมจักร ย่ำยีเดียรถีย์อื่น เป็นผู้องอาจ ชนะสงครามแล้ว ทำแผ่นดินให้หวั่นไหว

ข้อ ๓๑๑

ทิฏฐิทั้งปวงย่อมแตกทำลายไปเพราะพระญาณของพระองค์ ดุจคลื่นในมหาสมุทรย่อมแตกขจายไปเพราะริมฝั่ง

ข้อ ๓๑๒

แหตาเล็กๆ ที่เขาเหวี่ยงลงไปในสระแล้ว สัตว์ทั้งหลายที่อยู่ภายในแห ย่อมถูกบีบคั้นในขณะนั้นฉันใด

ข้อ ๓๑๓

ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ พวกเดียรถีย์ในโลกเป็นผู้หลงงมงาย ไม่อิงอาศัยสัจจะ ย่อมเป็นไปภายในพระญาณ อันประเสริฐของพระองค์ฉันนั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๒๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๓. สัพพกิตติกเถราปทาน

ข้อ ๓๑๔

พระองค์เท่านั้นเป็นที่พึ่งของผู้ที่ถูกพัดพาไปในห้วงน้ำ เป็นที่พึ่งของผู้ไม่มีญาติ เป็นสรณะของผู้ที่มีภัย เป็นจุดมุ่งหมายของผู้ต้องการความหลุดพ้น

ข้อ ๓๑๕

เสด็จเที่ยวไปผู้เดียว ไม่มีใครเหมือน ทรงประกอบด้วยพระเมตตากรุณา ทรงมีปัญญาประกอบด้วยจาคะ ชำนาญ คงที่ เป็นที่อยู่แห่งคุณ

ข้อ ๓๑๖

เป็นนักปราชญ์ ปราศจากความหลง ไม่ทรงหวั่นไหว ไม่มีความสงสัย เป็นผู้พอพระทัย ทรงคลายโทสะแล้ว ไม่มีมลทิน ทรงสำรวม มีความบริสุทธิ์

ข้อ ๓๑๗

ล่วงธรรมเครื่องข้อง ปราศจากความเมา ได้วิชชา ๓ ถึงที่สุดภพ ทรงล่วงเขตแดน เป็นผู้หนักในธรรม ถึงจุดมุ่งหมายแล้ว ทรงหว่านประโยชน์เกื้อกูล

ข้อ ๓๑๘

ทรงช่วยสัตว์ให้ข้ามพ้นเปรียบเหมือนเรือ(พาคนข้ามฟาก) ทรงมีขุมทรัพย์ ทรงทำความเบาใจ ไม่ทรงครั่นคร้ามเหมือนราชสีห์ ทรงฝึกแล้วเหมือนพญาคชสารที่ฝึกแล้ว

ข้อ ๓๑๙

ครั้งนั้น ครั้นข้าพเจ้าสรรเสริญพระมหามุนี พระนามว่าปทุมุตตระ ด้วยคาถา ๑๐ คาถา กราบพระบาทของพระศาสดาแล้วได้ยืนนิ่งอยู่

ข้อ ๓๒๐

พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับยืนอยู่ในท่ามกลางหมู่ภิกษุ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๒๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๓. สัพพกิตติกเถราปทาน

ข้อ ๓๒๑

เราจักพยากรณ์ผู้ที่สรรเสริญศีล ปัญญา และธรรมของเรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

ข้อ ๓๒๒

ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๖๐,๐๐๐ กัป จักครองอิสริยยศปกครองเทวดาเหล่าอื่น

ข้อ ๓๒๓

ภายหลังเขาบวชแล้ว ถูกกุศลมูลตักเตือน จักบวชในศาสนา ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม

ข้อ ๓๒๔

ครั้นบวชแล้ว เว้นบาปกรรมทางกาย กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะ แล้วนิพพาน

ข้อ ๓๒๕

เมฆคำรนกระหึ่ม ทำแผ่นดินนี้ให้ชุ่มฉันใด ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียรมาก พระองค์ทรงให้ข้าพระองค์ชุ่มชื่นด้วยธรรมฉันนั้น

ข้อ ๓๒๖

ครั้นข้าพเจ้าเชยชมศีล ปัญญา ธรรม และพระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกแล้ว ได้บรรลุนิพพานซึ่งเป็นธรรมสงบอย่างยิ่ง เป็นบทไม่จุติ

ข้อ ๓๒๗

โอหนอ พระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุพระองค์นั้น พึงดำรงอยู่นานแน่ ข้าพเจ้าก็พึงรู้แจ้งธรรมที่ยังไม่รู้แจ้ง พึงเห็นอมตบท

ข้อ ๓๒๘

ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของข้าพเจ้า ภพทั้งปวงข้าพเจ้าถอนได้แล้ว ข้าพเจ้ากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๒๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๔. มธุทายกเถราปทาน

ข้อ ๓๒๙

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้สรรเสริญพระพุทธเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ

ข้อ ๓๓๐

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงเข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

ข้อ ๓๓๑

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ข้อ ๓๓๒

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสัพพกิตติกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สัพพกิตติกเถราปทานที่ ๓ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อปทานที่ ๒, ๓, ๔, ๕ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. -----------------------------------------------------

อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๑. ปิลินทวัจฉเถราปทาน (๓๙๑)

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา