๖. นันทกเถราปทาน (๔๐๖)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ฉฏฺฐํ นนฺทกตฺเถราปทานํ (๔๐๖)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ นันทกเถราปทานที่ ๖ (๔๐๖) ว่าด้วยผลแห่งการถวายมณฑป
|๔๐๘.๑๖๒| มิคลุทฺโธ ปุเร อาสึ อรญฺเญ กานเน อหํ ปสทํ มิคเมสนฺโต สยมฺภุํ อทฺทสํ อหํ ฯ |๔๐๘.๑๖๓| อนุรุทฺโธ นาม สมฺพุทฺโธ สยมฺภู อปราชิโต วิเวกกาโม โส ธีโร วนํ อชฺโฌคหิ ตทา ฯ |๔๐๘.๑๖๔| จตุทณฺเฑ คเหตฺวาน จตุฏฺฐาเน ฐเปสหํ มณฺฑปํ สุกตํ กตฺวา ปทุมปุปฺเผหิ ฉาทยิ ฯ |๔๐๘.๑๖๕| มณฺฑปํ ฉาทยิตฺวาน สยมฺภุํ อภิวาทยึ ธนุํ ตตฺเถว นิกฺขิปฺป ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๔๐๘.๑๖๖| น จิรํ ปพฺพชิตสฺส พฺยาธิ เม อุปปชฺชถ ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวาน ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ |๔๐๘.๑๖๗| ปุพฺพกมฺเมน สํยุตฺโต ตุสิตํ อคมาสหํ ตตฺถ โสณฺณมยํ พฺยมฺหํ นิพฺพตฺตติ ยถิจฺฉกํ ฯ |๔๐๘.๑๖๘| สหสฺสยุตฺตํ หยวาหึ ทิพฺพยานมธิฏฺฐิโต อาโรหิตฺวาน ตํ ยานํ คจฺฉามหํ ยถิจฺฉกํ ฯ |๔๐๘.๑๖๙| ตโต เม นียมานสฺส เทวภูตสฺส เม สโต สมนฺตา โยชนสตํ มณฺฑโป เม ธรียติ ฯ |๔๐๘.๑๗๐| สยเน โส ตุวฏฺฏามิ อจฺฉนฺเน ปุปฺผสนฺถเต อนฺตลิกฺขา จ ปทุมา วสฺสนฺเต นิจฺจกาลิกํ ฯ |๔๐๘.๑๗๑| มรีจิเก ผนฺทมาเน ตปฺปมาเน จ อาตเป น มํ ตปติ อาตปฺโป มณฺฑปสฺส อิทํ ผลํ ฯ |๔๐๘.๑๗๒| ทุคฺคตึ สมติกฺกนฺโต อปายา ปิหิตา มม มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา สนฺตาโป เม น วิชฺชติ ฯ |๔๐๘.๑๗๓| มหิสญฺญํ อธิฏฺฐาย โลณโตยํ ตรามหํ ตสฺส เม สุกตํ กมฺมํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๔๐๘.๑๗๔| อพฺภมฺหิ ปถํ กตฺวาน คจฺฉามิ อนิลญฺชเส อโห เม สุกตํ กมฺมํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๔๐๘.๑๗๕| ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ อาสวา เม ปริกฺขีณา พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๔๐๘.๑๗๖| ชหิตา ปุริมา ชาติ พุทฺธสฺส โอรโส อหํ ทายาโทมฺหิ จ สทฺธมฺเม พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๔๐๘.๑๗๗| อาราธิโตมฺหิ สุคตํ โคตมํ สกฺยปุงฺควํ ธมฺมธโร ธมฺมทายาโท พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๔๐๘.๑๗๘| อุปฏฺฐิตฺวาน สมฺพุทฺธํ โคตมํ สกฺยปุงฺควํ ปารํ คมนิยํ มคฺคํ อปุจฺฉึ โลกนายกํ ฯ |๔๐๘.๑๗๙| อชฺฌิฏฺโฐ กถยิ พุทฺโธ คมฺภีรํ นิปุณํ ปทํ ตสฺสาหํ ธมฺมํ สุตฺวาน ปตฺโตมฺหิ อาสวกฺขยํ ฯ |๔๐๘.๑๘๐| อโห เม สุกตํ กมฺมํ ปริมุตฺโตมฺหิ ชาติยา สพฺพาสวปริกฺขีโณ นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๔๐๘.๑๘๑| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๔๐๘.๑๘๒| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๔๐๘.๑๘๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา นนฺทโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ นนฺทกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในกาลก่อน เราได้เป็นพรานเนื้อ (เที่ยว) อยู่ในป่าใหญ่ เที่ยวแสวงหา เนื้อฟานอยู่ ได้พบพระสยัมภู ในกาลนั้น พระสยัมภูสัมพุทธเจ้า ผู้ไม่ แพ้อะไรๆ พระนามว่าอนุรุทธะ ผู้เป็นนักปราชญ์ ทรงพระประสงค์วิเวก จึงเสด็จเข้าป่า เราถือเอาท่อนไม้ ๔ ท่อนมาปักลงในที่ ๔ มุม ทำเป็น มณฑปเรียบร้อยแล้ว มุงด้วยดอกปทุม ครั้นมุงมณฑปแล้ว ได้ถวายบังคม พระสยัมภู ทิ้งธนูไว้ ณ ที่นั้นเอง แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต เมื่อเรา บวชแล้วไม่นานโรคก็เกิดขึ้นแก่เรา เราระลึกถึงบุรพกรรมได้ ได้ทำกาละ ณ ที่นั้น เราประกอบด้วยบุรพกรรม จึงได้ไปสู่เทวโลกชั้นดุสิต ในชั้น ดุสิตนั้นวิมานทองย่อมเกิดขึ้นแก่เราตามปรารถนา เราอธิษฐานยาน อัน เป็นทิพย์อันเทียมด้วยม้าพันม้า ขึ้นบนยานนั้นแล้ว ย่อมไปตามความ ปรารถนา เมื่อเราอันบุญกรรม นำมาจากมนุษยโลกนั้นมาเป็นเทวดา มณฑปย่อมทรงไว้แก่เราในที่ร้อยโยชน์โดยรอบ เรานั้นนอนอยู่บนที่นอน ที่ไม่มีเครื่องนุ่ง ลาดด้วยดอกไม้ ดอกปทุมทั้งหลายย่อมตกลงมาจากอากาศ เป็นนิตยกาล เมื่อพยับแดดเต้นไหวอยู่ เมื่อแดดแผดเผาอยู่ แดดย่อม ไม่แผดเผาเรา นี้เป็นผลแห่งการทำมณฑปถวาย เราล่วงพ้นทุคติแล้ว ปิด อบายทั้งหลาย (เมื่อเราอยู่) ที่มณฑปหรือที่โคนไม้ ความร้อนย่อมไม่มี แก่เรา เราอธิษฐานสัญญาว่าเป็นแผ่นดินแล้ว ข้ามทะเลไปก็ได้ เรานั้น ได้ทำกุศลกรรมแล้วหนอ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราทำทางในอากาศแล้ว เหาะไปในอากาศก็ได้ โอ เราได้ทำกุศลกรรมแล้ว นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราย่อมระลึกชาติก่อนๆ ได้ ชำระทิพยจักษุแล้ว อาสวะทั้งหลายของเรา สิ้นแล้ว นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ชาติก่อนๆ เราละได้แล้ว เราเป็นโอรส ของพระพุทธเจ้า และทายาทในสัทธรรม นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเป็น ผู้ยังพระสุคตเจ้า พระนามว่าโคดมศากยบุตรให้โปรดปรานแล้ว เป็นผู้ทรง ธรรม เป็นทายาทในธรรม นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราบำรุงพระสัมพุทธ- เจ้าพระนามว่าโคดมศากยบุตรแล้ว ได้ทูลถามพระองค์ผู้นำของโลกถึงทางที่ จะไปสู่นิพพาน พระพุทธเจ้าอันเราทูลถามแล้ว ได้ตรัสบอกบทอันลึกซึ้ง ละเอียด เราฟังธรรมของพระองค์แล้ว ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ โอ เรา ทำกรรมดีแล้ว เราพ้นจากชาติทุกข์แล้ว มีอาสวะทั้งปวงสิ้นรอบแล้ว บัดนี้ ภพใหม่มิได้มี เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่เราได้มา ในสำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุ แล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ- พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระนันทกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ นันทกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. นันทกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระนันทกเถระ (พระนันทกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อก่อน ข้าพเจ้าเป็นพรานเนื้อ อยู่ในป่าดงทึบเที่ยวแสวงหาเนื้อฟานอยู่ ได้พบพระสยัมภู
ครั้งนั้น พระสยัมภูปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่าอนุรุทธะนั้น ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้ เป็นนักปราชญ์ ทรงประสงค์วิเวกจึงเสด็จเข้าป่า
ข้าพเจ้าถือท่อนไม้ ๔ ท่อน มาปักลงเป็น ๔ เส้า ทำเป็นมณฑปเรียบร้อยแล้ว มุงด้วยดอกปทุม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๗๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๖. นันทกเถราปทาน
ครั้นมุงมณฑปแล้ว ได้ถวายอภิวาทพระสยัมภู ทิ้งธนูไว้ ณ ที่นั้นเอง แล้วบวชเป็นบรรพชิต
เมื่อข้าพเจ้าบวชแล้วไม่นาน ก็เกิดเจ็บไข้ขึ้น ข้าพเจ้าระลึกถึงบุพกรรมแล้ว ก็ได้ตายไปในที่นั้น
ข้าพเจ้าประกอบด้วยบุพกรรม จึงได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิต ในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้น วิมานทองบังเกิดแก่ข้าพเจ้าตามปรารถนา
ข้าพเจ้าอธิษฐานยานพาหนะทิพย์เทียมด้วยม้าพันตัว ขึ้นยานพาหนะนั้นแล้ว ไปได้ตามปรารถนา
เมื่อข้าพเจ้าอันบุญกรรมนำ จากมนุษยโลกนั้นไปเกิดเป็นเทวดา มณฑปย่อมกางกั้นไว้แก่ข้าพเจ้าตลอด ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ
ข้าพเจ้านั้นนอนอยู่บนที่นอนที่ไม่มีเครื่องมุง ลาดด้วยดอกไม้ ดอกปทุมทั้งหลายย่อมตกลงมา จากอากาศตลอดกาลเป็นนิตย์
เมื่อพยับแดดเต้นไหวอยู่ เมื่อแดดแผดเผาอยู่ แดดย่อมไม่แผดเผาข้าพเจ้า นี้เป็นผลแห่งการทำมณฑปถวาย
ข้าพเจ้าล่วงพ้นทุคติแล้ว อบายทั้งหลายปิดแล้วสำหรับข้าพเจ้า (เมื่อข้าพเจ้าอยู่) ที่มณฑปหรือที่โคนต้นไม้ ความร้อนย่อมไม่มีแก่ข้าพเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๗๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๖. นันทกเถราปทาน
ข้าพเจ้าอธิษฐานสัญญาว่าเป็นแผ่นดินแล้ว ข้ามทะเลไปก็ได้ กรรมข้าพเจ้าทำไว้ดีแล้ว นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าทำทางในอากาศแล้วเหาะไปในอากาศก็ได้ น่าปลื้มใจจริง กรรมข้าพเจ้าทำไว้ดีแล้ว นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าระลึกชาติก่อนๆ ได้ ทิพยจักษุข้าพเจ้าชำระให้หมดจดแล้ว อาสวะทั้งหลายของข้าพเจ้าสิ้นแล้ว นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ชาติก่อนข้าพเจ้าละได้แล้ว ข้าพเจ้าเป็นโอรสของพระพุทธเจ้า และเป็นทายาทในพระสัทธรรม นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าให้พระสุคตพระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐ ทรงพอพระทัยแล้ว เป็นธงชัยแห่งธรรม และเป็นธรรมทายาท นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าได้บำรุงพระสัมพุทธเจ้าผู้โคดมศากยะผู้ประเสริฐ เป็นผู้นำสัตว์โลกแล้ว ได้ทูลถามถึงทางที่จะไปนิพพาน
พระพุทธเจ้าอันข้าพเจ้าทูลแล้ว ได้ตรัสบอกบทที่ลึกซึ้งละเอียด ข้าพเจ้าฟังธรรมของพระองค์แล้ว ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๗๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๗. เหมกเถราปทาน
น่าปลื้มใจจริง กรรมข้าพเจ้าทำไว้ดีแล้ว ข้าพเจ้าหลุดพ้นจากชาติแล้ว สิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระนันทกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้นันทกเถราปทานที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔๐๖. อรรถกถานันทกเถราปทาน
พึงทราบวินิจฉัยในอปทานที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-
อปทานของท่านพระนันทกเถระมีคำเริ่มต้นว่า มิคลุทฺโท ปุเร อาสึ ดังนี้.
เล่ากันมาว่า พระเถระรูปนี้ในกาลที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้ (เกิด) เป็นนกการเวก ทำการเปล่งเสียงร้องอันไพเราะ ได้กระทำประทักษิณพระศาสดาแล้ว.
ในชาติต่อมา ท่านได้เกิดเป็นนกยูง อยู่ ณ ที่ประตูน้ำอันเป็นที่อยู่ของพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง มีใจเลื่อมใส ได้เปล่งเสียงร้องอันไพเราะวันละ ๓ ครั้ง ได้ทำบุญไว้มากมายในภพนั้นๆ อย่างนี้แล้ว.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าของพวกเรา ท่านได้บังเกิดในเรือนอันมีสกุลในกรุงสาวัตถี ได้มีนามว่านันทกะ ฟังธรรมในสำนักของพระศาสดาแล้วบวช เจริญวิปัสสนาบรรลุพระอรหัตแล้ว.
ในกาลต่อมา ท่านระลึกถึงบุรพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า มิคลุทฺโท ปุเร อาสึ ดังนี้.
ในเรื่องนั้นมีข้อความแปลกกันตรงที่ว่า สร้างมณฑปแล้ว เอาดอกปทุมทั้งหลายมามุงถวายแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าเท่านั้นแล. จบอรรถกถานันทกเถราปทาน -----------------------------------------------------