อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๕๒

๑๐. จุนทเถราปทาน (๕๐)

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๒พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 19 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ทสมํ จุนฺทตฺเถราปทานํ (๕๐)

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ จุนทเถราปทานที่ ๑๐ (๕๐) ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกไม้

ข้อ ๕๒

|๕๒.๑๒๕| สิทฺธตฺถสฺส ภควโต โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน อคฺฆิยํ การยิตฺวาน ชาติปุปฺเผหิ ฉาทยึ ฯ |๕๒.๑๒๖| นิฏฺฐาเปตฺวาน ตํ ปุปฺผํ พุทฺธสฺส อภินามยึ ปุปฺผาวเสสํ ปคฺคยฺห พุทฺธสฺส อภิโรปยึ ฯ |๕๒.๑๒๗| กญฺจนคฺฆิยสงฺกาสํ พุทฺธํ โลกคฺคนายกํ ปสนฺนจิตฺโต สุมโน ปุปฺผคฺฆิยมุปานยึ ฯ |๕๒.๑๒๘| วิติณฺณกงฺโข สมฺพุทฺโธ ติณฺโณเฆหิ ปุรกฺขโต ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๕๒.๑๒๙| ทิพฺพคนฺธํ ปวายนฺตํ โย เม ปุปฺผคฺฆิยํ อทา ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๕๒.๑๓๐| อิโต จุโต อยํ โปโส เทวสงฺฆปุรกฺขโต ชาติปุปฺเผหิ ปริกิณฺโณ เทวโลกํ คมิสฺสติ ฯ |๕๒.๑๓๑| อุพฺพิทฺธํ ภวนํ ตสฺส โสวณฺณญฺจ มณีมยํ พฺยมฺหา ปาตุภวิสฺสนฺติ ปุญฺญกมฺมปภาวิตา ฯ |๕๒.๑๓๒| จตุสตฺตติกฺขตฺตุํ โส เทวรชฺชํ กริสฺสติ อนุโภสฺสติ สมฺปตฺตึ อจฺฉราหิ ปุรกฺขโต ฯ |๕๒.๑๓๓| ปฐพฺยา รชฺชํ ติสตํ วสุธํ อาวสิสฺสติ ปญฺจสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๕๒.๑๓๔| ทุชฺชโย นาม นาเมน เหสฺสติ มนุชาธิโป อนุโภตฺวาน ตํ ปุญฺญํ สกกมฺมูปสํหิโต ฯ |๕๒.๑๓๕| วินิปาตํ อคนฺตฺวาน มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ หิรญฺญํ ตสฺส นิจิตํ โกฏิสตํปิ อนปฺปกํ ฯ |๕๒.๑๓๖| นิพฺพตฺติสฺสติ โยนิมฺหิ พฺราหฺมโณ โส ภวิสฺสติ วงฺคนฺตสฺส สุโต ธีมา สาริยา โอรโส ปิโย ฯ |๕๒.๑๓๗| โส จ ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวา องฺคีรสสฺส สาสเน จูฬจุนฺโทติ นาเมน เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก ฯ |๕๒.๑๓๘| สามเณโรว โส สนฺโต ขีณาสโว ภวิสฺสติ สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ |๕๒.๑๓๙| อุปฏฺฐหึ มหาวีรํ อญฺเญ จ เปสเล พหู ภาตรเมวุปฏฺฐาสึ อุตฺตมตฺถสฺส ปตฺติยา ฯ |๕๒.๑๔๐| ภาตรํ เม อุปฏฺฐหิตฺวา ธาตุํ ปตฺตมฺหิ โอจิย สมฺพุทฺธํ อุปนาเมสึ โลกเชฏฺฐํ นราสภํ ฯ |๕๒.๑๔๑| อุโภหตฺเถหิ ปคฺคยฺห พุทฺโธ โลเก สเทวเก สนฺทสฺสยนฺโต ตํ ธาตุํ กิตฺตยิ อคฺคสาวกํ ฯ |๕๒.๑๔๒| จิตฺตญฺจ สุวิมุตฺตํ เม สทฺธา มยฺหํ ปติฏฺฐิตา สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๕๒.๑๔๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา จุนฺทตฺเถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ จุนฺทตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ อุปาลิ โสโณ ภทฺที จ สนฺนิฏฺฐาปก หตฺถิโย ฉทนํ เสยฺยจงฺกมํ สุภทฺโท จุนฺทสวฺหโย คาถาสตํ จ ตาฬีสํ จตสฺโส จ ตตฺถุตฺตริ ฯ อุปาลิวคฺโค ปญฺจโม ฯ -----------

เราได้ให้ทำดอกไม้อันเป็นวัตถุควรบูชา เพื่อถวายแด่พระผู้มีพระภาค พระนามว่าสิทธัตถะเชษฐบุรุษของโลกผู้คงที่ แล้วปกปิดด้วยดอกมะลิ เรา ให้ทำดอกไม้นั้นสำเร็จแล้ว น้อมเข้าไปถวายแด่พระพุทธเจ้า และถือเอา ดอกไม้ที่เหลือไปบูชาพระพุทธเจ้า เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส นำเอา ดอกไม้เข้าไปบูชาพระพุทธเจ้าผู้เช่นกับทองคำมีค่า เป็นอัครนายกของโลก พระสัมพุทธเจ้าผู้ทรงข้ามความสงสัยแล้ว ผู้ข้ามห้วงกิเลสได้แล้ว แวดล้อม ด้วยพระขีณาสพ ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ ว่าผู้ใดได้ถวายดอกไม้มีค่า มีกลิ่นหอมฟุ้งแก่เรา เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว บุคคลผู้นี้เคลื่อนจากโลกนี้แล้ว จักแวดล้อมด้วย หมู่เทวดา เกลื่อนกล่นด้วยดอกมะลิ จักไปสู่เทวโลก ภพของบุคคลนั้น (สูง) น่าหวาดเสียว สำเร็จด้วยทองและแก้วมณี วิมานทั้งหลายอันเกิด ด้วยกรรม จักปรากฏ เขาจักได้เสวยเทวรัชสมบัติ ๗๔ ครั้ง จักแวดล้อม ด้วยนางอัปสรเสวยสมบัติ จักได้เป็นพระราชาในแผ่นดิน ครอบครอง พสุธา ๓๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง จักเป็นใหญ่กว่า มนุษย์ มีนามชื่อว่าทุชชยะ เสวยบุญนั้นประกอบด้วยกรรมของตน ไม่ไปสู่ วินิบาต จักไปสู่ความเป็นมนุษย์ เงินที่บุคคลนั้นสั่งสมไว้แล้ว แม้ร้อยโกฏิ มิใช่น้อย บุคคลนั้นจักบังเกิดในกำเนิดเป็นพราหมณ์ เป็นบุตรผู้มีปัญญา ของวังคันตพราหมณ์ เป็นโอรสผู้เป็นที่รักของนางสารีพราหมณี และภายหลัง เขาจักบวชในศาสนาของพระอังคีรส จักได้เป็นพระสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่า จูฬจุนทะ เขาจักได้เป็นพระขีณาสพแต่ยังเป็นสามเณรทีเดียว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะนิพพาน เราได้บำรุงพระมหาวีรเจ้า และพระสาวกอื่นๆ ผู้มีศีลเป็นอันมาก และบำรุงพระเถระผู้พี่ชายของเรา เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด ครั้นเราบำรุงพระเถระผู้พี่ชายของเราแล้ว ได้ เอาธาตุใส่ไว้ในบาตร นำเข้าไปถวายพระสัมพุทธเจ้าเชษฐบุรุษของโลก ผู้ นราสภ พระพุทธเจ้าในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ทรงรับธาตุนั้นด้วยพระหัตถ์ ทั้งสอง แล้วจักทรงพระโอวาท จึงทรงประกาศพระอัครสาวก จิตของเรา พ้นวิเศษดีแล้ว และศรัทธาของเราตั้งมั่นดีแล้ว เรากำหนดรู้อาสวะทั้งปวง แล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระจุนทเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบจุนทเถราปทาน. ----------------------------------------------------- รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อุปาลีเถราปทาน ๒. โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน ๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน ๕. ปัญจหัตถิยเถราปทาน ๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน ๗. สยนทายกเถราปทาน ๘. จังกมทายกเถราปทาน ๙. สุภัททเถราปทาน ๑๐. จุนทเถราปทานคาถาในวรรคนั้นมี ๑๔๔ คาถา จบอุบาลีวรรคที่ ๕. -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. จุนทเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระจุนทเถระ (พระจุนทเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๑๒๕

ข้าพเจ้าให้ทำวัตถุควรบูชา แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่ แล้วใช้ดอกมะลิปกปิดไว้

ข้อ ๑๒๖

ข้าพเจ้าให้ทำดอกไม้นั้นเสร็จแล้ว น้อมเข้าไปถวายพระพุทธเจ้า และได้ประคองดอกไม้ที่เหลือบูชาพระพุทธเจ้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๑๐. จุนทเถราปทาน

ข้อ ๑๒๗

ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี นำดอกไม้ซึ่งเป็นวัตถุควรบูชา ไปบูชาพระพุทธเจ้าผู้เช่นกับทองคำมีค่า ผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก

ข้อ ๑๒๘

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงข้ามความสงสัยได้แล้ว มีพระขีณาสพแวดล้อม ผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

ข้อ ๑๒๙

เราจักพยากรณ์ผู้ที่ถวายดอกไม้ซึ่งเป็นวัตถุควรบูชา ส่งกลิ่นทิพย์หอมฟุ้งแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

ข้อ ๑๓๐

บุคคลผู้นี้จุติจากโลกนี้แล้วจักไปเกิดยังเทวโลก มีหมู่เทวดาแวดล้อม มีดอกมะลิโปรยปราย

ข้อ ๑๓๑

เขาจักมีภพที่สูงและวิมาน ที่สำเร็จด้วยทองคำและแก้วมณี ที่เกิดด้วยบุญกรรมปรากฏขึ้น

ข้อ ๑๓๒

เขาจักครองเทวสมบัติ มีเหล่านางเทพอัปสรแวดล้อม ได้เสวยสมบัติอยู่ ๗๔ ชาติ

ข้อ ๑๓๓

เขาจักเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองแผ่นดิน ๓๐๐ ชาติ และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ชาติ

ข้อ ๑๓๔

จักเป็นใหญ่กว่ามนุษย์มีนามว่าทุชชัย เสวยบุญนั้น ประกอบด้วยกรรมของตน @เชิงอรรถ : @ โอฆะ หมายถึงกิเลสดุจห้วงน้ำท่วมทับสัตว์ให้พินาศมี ๔ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ และอวิชชา@(ขุ.อป.อ. ๒/๑๒๘/๙๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๑๐. จุนทเถราปทาน

ข้อ ๑๓๕

จักไม่ตกวินิบาตนรก ไปเกิดเป็นมนุษย์ เขามีเงินที่สั่งสมไว้ตั้งร้อยโกฏิมิใช่น้อย

ข้อ ๑๓๖

เขาจักบังเกิดในกำเนิด(มนุษย์)เป็นพราหมณ์ มีการศึกษามีปัญญาเป็นบุตรสุดที่รักของวังคันตพราหมณ์ กับนางสารีพราหมณี

ข้อ ๑๓๗

และภายหลังเขาจักบวช ในศาสนาของพระอังคีรสพุทธเจ้า มีนามว่าจุนทะ เป็นสาวกของพระศาสดา

ข้อ ๑๓๘

เขาจักได้เป็นพระขีณาสพ(สิ้นอาสวกิเลส) ขณะเป็นสามเณรทีเดียว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

ข้อ ๑๓๙

ข้าพเจ้าได้บำรุงพระผู้มีพระภาคผู้ทรงมีความเพียรมาก และสาวกอื่นๆ ผู้มีศีลเป็นที่รักจำนวนมาก และบำรุงพระเถระ(สารีบุตร)ผู้เป็นพี่ชายของข้าพเจ้า เพื่อบรรลุประโยชน์สูงสุด

ข้อ ๑๔๐

ข้าพเจ้าครั้นบำรุงพี่ชายของข้าพเจ้าแล้ว ได้เก็บพระธาตุใส่ไว้ในบาตร น้อมเข้าไปถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน

ข้อ ๑๔๑

พระพุทธเจ้าทรงประคองพระธาตุด้วยพระหัตถ์ทั้ง ๒ เมื่อจะทรงทำพระธาตุนั้นให้ปรากฏในโลกพร้อมทั้งเทวโลก จึงทรงประกาศว่าเป็นพระธาตุอัครสาวก(พระสารีบุตรเถระ)

ข้อ ๑๔๒

จิตของข้าพเจ้าหลุดพ้นอย่างวิเศษแล้ว และศรัทธาของข้าพเจ้าก็มั่นคงแล้ว ข้าพเจ้ากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค

ข้อ ๑๔๓

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระจุนทเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ จุนทเถราปทานที่ ๑๐ จบ อุปาลิวรรคที่ ๕ จบบริบูรณ์ รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อุปาลีเถราปทาน ๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน ๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน ๕. ปัญจหัตถิยเถราปทาน ๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน ๗. สยนทายกเถราปทาน ๘. จังกมทายกเถราปทาน ๙. สุภัททเถราปทาน ๑๐. จุนทเถราปทาน และมีคาถา ๑๔๔ คาถา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๗}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๕๐. อรรถกถาจุนทเถราปทาน

อปทานของท่านพระจุนทเถระมีคำเริ่มต้นว่า สิทฺธตฺถสฺส ภควโต ดังนี้.

พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ บังเกิดในตระกูลอันสมบูรณ์ด้วยสมบัติ บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา ได้ให้สร้างวัตถุอันควรมีค่าด้วยทอง ล้วนแล้วด้วยรัตนะ ๗ ฉาบด้วยดอกมะลิ บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า.

ดอกไม้เหล่านั้นได้ฟุ้งขึ้นสู่อากาศตั้งโดยอาการเป็นเพดาน.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพยากรณ์ท่านว่า ในอนาคต เธอจักเป็นสาวกนามว่าจุนทะ ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าโคดม.

ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจุติจากอัตภาพนั้นแล้วเกิดในเทวโลก เสวยสุขในเทวโลกชั้นกามาพจร ๖ ชั้นตามลำดับ และเสวยจักรพรรดิสมบัติเป็นต้นในมนุษยโลก. ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดเป็นบุตรแห่งนางรูปสารีในตระกูลพราหมณ์ เป็นน้องชายของพระสารีบุตรมหาเถระ.

เมื่อท่านบรรลุนิติภาวะแล้ว ญาติทั้งหลายขนานนามท่านว่า จุนทะ เพราะแปลง ส อักษร ให้เป็น จ อักษร เพราะทรวดทรงรูปและวัยของท่านเป็นสิ่งสวยงาม. ท่านเจริญวัยแล้ว เห็นโทษในการครองเรือนและอานิสงส์ในบรรพชา บวชในสำนักของพระเถระผู้เป็นพี่ชาย เจริญวิปัสสนาไม่นานนัก ก็บรรลุพระอรหัต.

ท่านบรรลุพระอรหัตผล วันหนึ่งระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สิทฺธตฺถสฺส ภควโต ดังนี้.

คำนั้นมีอรรถอันท่านกล่าวไว้แล้วในหนหลังนั่นแล.

แม้อรรถว่า อคฺฆิยํ มีอรรถตื้นทั้งนั้น.

บทว่า วิติณฺณกงฺโข สมฺพุทฺโธ เชื่อมความว่า ท่านข้ามความสงสัยเสียได้ คือเป็นพระสัมพุทธเจ้าโดยไม่ต้องสงสัย เพราะท่านให้ความสงสัยสิ้นไป โดยการบรรลุมรรคจิต โดยพิเศษ.

บทว่า ติณฺโณเฆหิ ปุรกฺขโต ความว่า ผู้อันพระขีณาสพห้อมล้อมคือแวดล้อม เพราะท่านข้าม คือก้าวล่วงโอฆะ ๔ มีกาโมฆะเป็นต้นได้แล้ว.

พยากรณ์คาถามีอรรถตื้นทั้งนั้น.

บทว่า อุปฏฺฐหึ มหาวีรํ ความว่า เราได้บำรุงคือได้กระทำการบำรุง พระพุทธเจ้าผู้ได้นามว่ามหาวีระ เพราะได้บำเพ็ญบารมี กระทำความเพียรไว้ในสี่อสงไขยกำไรแสนกัป เพื่อบรรลุพระนิพพานอันเป็นประโยชน์สูงสุด.

บทว่า อญฺเญ จ เปสเล พหู ความว่า ไม่ใช่เราได้บำรุงพระพุทธเจ้าอย่างเดียวเท่านั้นก็หาไม่. เชื่อมความว่า เราได้บำรุงท่านผู้มีศีล และพระสาวกเหล่าอื่นผู้บรรลุธรรมอันเลิศเป็นอันมาก และได้บำรุงพระสารีบุตรเถระผู้เป็นพี่ชายของเรา.

บทว่า ภาตรํ เม อุปฏฺฐหิตฺวา ความว่า เราได้บำรุงพี่ชายของเราแล้วทำวัตรปฏิบัติ ในกาลที่ท่านปรินิพพานแล้ว เพราะท่านปรินิพพานก่อนพระผู้มีพระภาคเจ้า เราก็ถือเอาพระธาตุของท่าน เกลี่ยลงในบาตรแล้วน้อมเข้าไปถวายพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่าโลก.

บทว่า อุโภ อตฺเถหิ ปคฺคยฺห ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นถือเอาพระธาตุที่เราให้แล้วนั้น โดยประการด้วยมือทั้งสองของพระองค์ เมื่อจะแสดงพระธาตุนั้นด้วยดี จึงระบุคือประกาศความที่พระสารีบุตรเถระเป็นพระอัครสาวก.

คำที่เหลือมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาจุนทเถราปทาน จบวรรคที่ ๕ -----------------------------------------------------

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อุปาลีเถราปทาน

๒. โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน

๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน

๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน

๕. ปัญจหัตถิยเถราปทาน

๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน

๗. สยนทายกเถราปทาน

๘. จังกมทายกเถราปทาน

๙. สุภัททเถราปทาน

๑๐. จุนทเถราปทาน

คาถาในวรรคนั้นมี ๑๔๔ คาถา จบอุบาลีวรรคที่ ๕. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา