๔. ปรัปปสาทกเถราปทาน (๖๔)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ ปรปฺปสาทกตฺเถราปทานํ (๖๔)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ปรัปปสาทกเถราปทานที่ ๔ (๖๔) ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ
|๖๖.๒๐| อสุภํ ปวรํ วีรํ มเหสึ วิชิตาวินํ สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ ฯ |๖๖.๒๑| หิมวา วาปริเมยฺโย สาคโรว ทุรุตฺตโร ตเถว ฌานํ พุทฺธสฺส โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ ฯ |๖๖.๒๒| วสุธา ยถาปฺปเมยฺยา จิตฺตา วนวฏํสกา ตเถว สีลํ พุทฺธสฺส โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ ฯ |๖๖.๒๓| อนิลญฺชสาสํขุพฺโภ ยถากาโส อสงฺขโย ตเถว ญาณํ พุทฺธสฺส โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ ฯ |๖๖.๒๔| อิมาหิ จตูหิ คาถาหิ พฺราหฺมโณ โสนอวฺหโย พุทฺธเสฏฺฐํ ถวิตฺวาน สิทฺธตฺถมปราชิตํ ฯ |๖๖.๒๕| จตุนวุติกปฺปานิ ทุคฺคตึ นุปปชฺชถ สุคตีสุ สุสมฺปตฺตึ อนุโภสึ อนปฺปกํ ฯ |๖๖.๒๖| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ถวิตฺวา โลกนายกํ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ โถมนสฺส อิทํ ผลํ ฯ |๖๖.๒๗| จตุทฺทสมฺหิ กปฺปมฺหิ จตุโร อาสุมุคฺคตา สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๖๖.๒๘| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปรปฺปสาทโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ปรปฺปสาทกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ใครได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้องอาจ ผู้ประเสริฐ ผู้แกล้วกล้า ผู้แสวงหา คุณใหญ่ ทรงชนะผู้วิเศษ มีพระฉวีวรรณดังทองแล้ว จะไม่เลื่อมใสเล่า ใครเห็นพระฌานของพระพุทธเจ้า (อัน) เปรียบเหมือนภูเขาหิมวันต์อัน ประมาณไม่ได้ ดังสาครอันข้ามได้ยาก แล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า ใครเห็น ศีลของพระพุทธเจ้า ซึ่งเปรียบเหมือนแผ่นดินอันประมาณมิได้ ดุจมาลัย ประดับศีรษะอันวิจิตร ฉะนั้น แล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า ใครเห็นพระญาณ ของพระพุทธเจ้า ซึ่งเปรียบดังอากาศอันไม่กำเริบ ดุจอากาศอันนับไม่ได้ ฉะนั้น แล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า พราหมณ์ว่าโสนะ ได้สรรเสริญพระ พุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ไม่ทรงแพ้อะไร ด้วยคาถา ๔ คาถานี้แล้ว ไม่ได้เข้าถึงทุคติเลยตลอด ๙๔ กัลป เราได้เสวยสมบัติ อันดีงามมิใช่น้อยในสุคติทั้งหลาย ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราสรรเสริญ พระพุทธเจ้าผู้นำของโลกแล้ว ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรร- เสริญ ในกัลปที่ ๑๔ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ ผู้สูง ศักดิ์ทรงสมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลมาก คุณสมบัติเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปรัปปสาทกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปรัปปสาทกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. ปรัปปสาทกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระปรัปปสาทกเถระ (พระปรัปปสาทกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้องอาจ ประเสริฐที่สุด มีความเพียร แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงชนะวิเศษ มีพระฉวีวรรณดังทอง ใครเล่าเห็นแล้ว จะไม่เลื่อมใส
พระพุทธเจ้า ทรงมีพระคุณหาผู้เปรียบมิได้ เปรียบดังภูเขาหิมพานต์ (และ) เปรียบดังสาครที่ข้ามได้ยาก ฌานของพระพุทธเจ้า ก็ฉันนั้น ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส
แผ่นดินที่หาประมาณมิได้ มาลัยประดับศีรษะอย่างวิจิตรฉันใด ศีลของพระพุทธเจ้า ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส
ลมที่ใครๆ ทำให้ปั่นป่วนไม่ได้ อากาศที่ใครๆ นับไม่ได้ ฉันใด พระญาณของพระพุทธเจ้าก็ฉันนั้น ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๐๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๗. สกจิตตนิยวรรค] ๕. ภิสทายกเถราปทาน
พราหมณ์ชื่อว่าโสณะ ได้สรรเสริญพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐที่สุด พระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้ ด้วย ๔ คาถาเหล่านี้
ข้าพเจ้าไม่ไปเกิดยังทุคติ ๙๔ กัป ได้เสวยสมบัติที่ดีงามมิใช่น้อย ในสุคติทั้งหลาย
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้สรรเสริญพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ
ในกัปที่ ๑๔ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ชาติ ผู้สูงศักดิ์ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระปรัปปสาทกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ปรัปปสาทกเถราปทานที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖๔. อรรถกถาปรัปปสาทกเถราปทาน
อปทานของท่านพระปรัปปสาทกเถระมีคำเริ่มต้นว่า อุสภํ ปวรํ วีรํ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ถึงฝั่งแห่งไตรเพท ผู้ชำนาญเวยยากรณ์อันเป็นบทแห่งศาสตร์ทั้งหลายมีอิติหาสศาสตร์เป็นที่ ๕ เป็นผู้ชำนาญในมหาปุริสลักษณะอันเป็นศาสตร์แห่งโลกอันปรากฏโดยชื่อว่าเสลพราหณ์ เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ เห็นพระองค์ทรงงดงามด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการและด้วยอนุพยัญชนะ ๘๐ ประการ มีใจเลื่อมใส จึงประกาศชมเชยด้วยเหตุหลายอย่าง ด้วยอุปมาหลายอย่าง.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจึงเสวยสมบัติชั้นกามาวจร ๖ ชั้นมีเป็นท้าวสักกะและเป็นมารเป็นต้นในเทวโลก เสวยจักรพรรดิสมบัติในมนุษยโลก บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่งซึ่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนักก็บรรลุปฏิสัมภิทา ๔ อภิญญา ๖ ได้เป็นพระขีณาสพ.
เพราะการชมเชยพระพุทธเจ้า เป็นเหตุกระทำความเลื่อมใสแห่งจิตของสัตว์ทั้งปวง ท่านจึงปรากฏนามว่า ปรัปปสาทกเถระ ดังนี้.
วันหนึ่ง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทานของตน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อุสภํ ปวรํ วีรํ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุสภํ ความว่า ผู้เป็นโคผู้ผู้ประเสริฐสุด ๔ คือ วสภะ, นิสภะ, วิสภะ, อาสภะ.
ใน ๔ ตัวนั้น โคผู้ประเสริฐกว่าโค ๑,๐๐๐ ตัว ชื่อว่าวสภะ, ผู้ประเสริฐกว่าโค ๑,๐๐๐ ตัว ชื่อว่านิสภะ, ผู้ประเสริฐกว่า ๑๐,๐๐๐ ตัว ชื่อว่าวิสภะ, และผู้ประเสริฐกว่าโค ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิตัว ชื่อว่าอาสภะ.
พราหมณ์ผู้เป็นบัณฑิต ผู้มีพระพุทธพจน์อันสดับแล้วมาก เมื่อจะกล่าวชมเชยท่านผู้ใดผู้หนึ่ง จึงกระทำการชมเชยด้วยปัญญาของตนๆ แต่ผู้สามารถจะชมเชยพระพุทธเจ้าทั้งหลาย โดยอาการทั้งปวงย่อมไม่มี. เพราะพระพุทธเจ้ามีพระคุณประมาณไม่ได้.
สมจริงดังคำที่ท่านกล่าวไว้มีอาทิว่า
แม้พระพุทธเจ้า พึงกล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้า
หากแม้สรรเสริญอยู่ กัปอื่นๆ พึงสิ้นไปในระหว่างอายุ
กาลนาน การสรรเสริญพระตถาคตหาสิ้นไปไม่.
พราหมณ์แม้นี้ เมื่อควรกล่าว อาสภํ ด้วยอำนาจการคล่องปากด้วยการเลื่อมใสโดยส่วนเดียว จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อุสภํ ดังนี้.
ชื่อว่า วระ เพราะอรรถว่าบุคคลพึงปรารถนา คือพึงอยากได้.
ชื่อว่า วีระ เพราะได้บำเพ็ญเพียรมาแสนกัปมิใช่น้อย.
ชื่อว่า มเหสี เพราะค้นหา คือแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่มีศีลขันธ์เป็นต้น. ซึ่งผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ คือพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น.
ชื่อว่า วิชิตาวี เพราะชำนะมารมีกิเลสมารและขันธมารเป็นต้นโดยพิเศษ. ซึ่งผู้ชำนะพิเศษคือพระสัมพุทธเจ้านั้น.
วรรณะของพระพุทธเจ้าพระองค์ใด มีวรรณะเพียงดังว่าวรรณะแห่งทอง พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ชื่อว่าผู้มีวรรณะเพียงดังว่าวรรณะแห่งทอง. สัตว์ชื่อไรเล่า เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้มีวรรณะเพียงดังว่าวรรณะแห่งทองนั้นย่อมไม่เลื่อมใสแล. จบอรรถกถาปรัปปสาทกเถราปทาน -----------------------------------------------------