๓. สุสัญญกเถราปทาน (๗๓)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตติยํ สุสญฺญกตฺเถราปทานํ (๗๓)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สุสัญญกเถราปทานที่ ๓ (๗๓) ว่าด้วยผลแห่งการไหว้ผ้าบังสุกุลจีวร
|๗๕.๙| ทุมคฺเค ปํสุกูลิกํ ลคฺคํ ทิสฺวาน สตฺถุโน ตโตหํ อญฺชลึ กตฺวา ปํสุกูลํ อวนฺทิหํ ฯ |๗๕.๑๐| เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปํสุสญฺญายิทํ ผลํ ฯ |๗๕.๑๑| อิโต จตุตฺถเก กปฺเป ทุมหโร สุ ขตฺติโย จาตุรนฺโต วิชิตาวี จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๗๕.๑๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุสญฺญโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สุสญฺญกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราได้เห็นผ้าบังสุกุลจีวรของพระศาสดาห้อยอยู่บนยอดไม้ แล้วได้ประนม อัญชลีไปทางนั้นไหว้บังสุกุลจีวร ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ทำ กรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง สัญญาในบังสุกุลจีวร ในกัลปที่ ๔ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ จอมกษัตริย์พระนามว่าทุมหระ ทรงครอบครองแผ่นดินมีสมุทรสาคร ๔ เป็น ที่สุด มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสุสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สุสัญญกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. สุสัญญกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสุสัญญกเถระ (พระสุสัญญกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าได้เห็นผ้าบังสุกุลจีวรของพระศาสดา แขวนอยู่บนยอดไม้ จึงได้ประนมมือไปทางนั้น ไหว้ผ้าบังสุกุลจีวร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๑๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๘. นาคสมาลวรรค] ๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน
ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งความทรงจำในผ้าบังสุกุลจีวร
ในกัปที่ ๔ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นกษัตริย์จักรพรรดิพระนามว่าทุมหระ ทรงเป็นใหญ่ มีชัยชนะในทวีปทั้ง ๔ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสุสัญญกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สุสัญญกเถราปทานที่ ๓ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗๓. อรรถกถาพุทธสัญญกเถราปทาน
____________________________
บาลีว่า สุสัญญกเถราปทาน.
อปทานของท่านพระพุทธสัญญกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ทุมคฺเค ปํสุกูลิกํ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เกิดศรัทธา เห็นผ้าบังสุกุลจีวรของพระผู้มีพระภาคเจ้าคล้องไว้ที่ปลายไม้ มีจิตเลื่อมใสคิดว่านี้เป็นธงแห่งพระอรหันต์ จึงได้ทำสักการะมีการไหว้และบูชาเป็นต้น.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจึงเสวยเทวสมบัติและมนุษย์สมบัติ.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ จึงบังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่งอันสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ เกิดศรัทธาแล้ว บรรพชาไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ท่านได้บรรลุพระอรหันต์แล้ว ระลึกถึงบุญกรรมของตนเกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ทุมคฺเค ปํสุกูลิกํ เป็นต้น.
ในบทเหล่านั้นมีวิเคราะห์ดังต่อไปนี้.
ชื่อว่าทุมะ เพราะอรรถว่ากำจัดคือหวั่นไหว.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าทุมะ เพราะอรรถว่าทำพื้นแห่งอากาศให้เต็ม.
ชื่อว่าทุมัคคะ เพราะเป็นที่สุดคือปลายแห่งไม้. ในที่ปลายแห่งไม้นั้น.
ชื่อว่าบังสุกุล เพราะอรรถว่าไป คือถึงภาวะที่น่าเกลียด คือภาวะที่น่าไม่พอใจ ประดุจกับฝุ่นฉะนั้น. บังสุกุลนั้นแลเป็นบังสุกุลิกะ
อธิบายว่า ข้าพเจ้าได้เห็นผ้าบังสุกุลของพระศาสดาที่คล้องไว้ที่ปลายไม้ ประคองอัญชลี ได้ไหว้คือกระทำความนอบน้อมผ้าบังสุกุลนั้น.
บทว่า ตํ เป็นเพียงนิบาต.
คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาพุทธสัญญกเถราปทาน -----------------------------------------------------