๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน (๗๙)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นวมํ ฐิตญฺชลิยตฺเถราปทานํ (๗๙)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ฐิตัญชลิยเถราปทานที่ ๙ (๗๙) ว่าด้วยผลแห่งการประนมกรอัญชลี
|๘๑.๔๒| มิคลุทฺโธ ปุเร อาสึ อรญฺเญ กานเน อหํ ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ พตฺตึสวรลกฺขณํ ฯ |๘๑.๔๓| ตตฺถาหํ อญฺชลึ กตฺวา ปกฺกามึ ปาจินามุโข อวิทูเร นิสินฺนสฺส นิยเต ปณฺณสนฺถเร ฯ |๘๑.๔๔| ตโต เม อสนีปาโต มตฺถเก นิปตี ตทา โสหํ มรณกาลมฺหิ อกาสึ ปุนรญฺชลึ ฯ |๘๑.๔๕| เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป อญฺชลึ อกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อญฺชลิสฺส อิทํ ผลํ ฯ |๘๑.๔๖| จตุปณฺณาสกปฺปมฺหิ มิคเกตุสนามโก สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๘๑.๔๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ฐิตญฺชลิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ฐิตญฺชลิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เมื่อก่อน เราเป็นพรานเนื้ออยู่ในป่าชัฏ ได้พบพระสัมพุทธเจ้าผู้มีพระ- ลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ในป่านั้น ณ ที่นั้น เราประนมกร อัญชลีแล้ว เดินบ่ายหน้าไปทางทิศปราจีน ขณะเมื่อเรานั่งอยู่บนเครื่อง ลาดใบไม้ที่เรานำมาในที่ไม่ไกล อสนีบาตตกลงบนกระหม่อมของเราใน เวลานั้น ในเวลาใกล้ตาย เราได้ประนมกรอัญชลีอีกครั้งหนึ่ง ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ทำอัญชลีในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งการทำอัญชลีในกัลปที่ ๕๔ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า จักรพรรดิ มีพระนามว่ามิคเกตุ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพล มาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระฐิตัญชลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ฐิตัญชลิยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระฐิตัญชลิยเถระ (พระฐิตัญชลิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อก่อน ข้าพเจ้าเป็นพรานเนื้ออยู่ในป่าดงทึบ ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ในป่านั้น
ณ ที่นั้น ข้าพเจ้ากระทำอัญชลีแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ประทับนั่งอยู่บนเครื่องลาดใบไม้ประจำ ในที่ไม่ไกล แล้วบ่ายหน้าหลีกไปทางทิศตะวันออก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๒๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๘. นาคสมาลวรรค] ๑๐. ติปทุมิยเถราปทาน
ลำดับนั้น อสนีบาตได้ตกลงบนกระหม่อมของข้าพเจ้า ในครั้งนั้น เวลาใกล้ตาย ข้าพเจ้านั้นได้กระทำอัญชลีอีกครั้งหนึ่ง
ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้กระทำอัญชลีไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการกระทำอัญชลี
ในกัปที่ ๕๔ (นัปจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่ามิคเกตุ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระฐิตัญชลียเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ฐิตัญชลิยเถราปทานที่ ๙ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗๙. อรรถกถาฐิตัญชลิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระฐิตัญชลิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า มิคลุทฺโธ ปุเร อาสึ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพที่ตนเกิดนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าติสสะ บังเกิดในกำเนิดนายพราน เพราะกรรมอย่างหนึ่งที่ตนกระทำไว้ในก่อนตัดรอน จึงสำเร็จการอยู่ป่า.
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าติสสะ ได้เสด็จไปเพื่ออนุเคราะห์แก่ท่าน. ท่านเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นผู้รุ่งเรืองด้วยพระลักษณะ ๓๒ ประการและด้วยพระรัศมีแห่งอนุพยัญชนะ ๘๐ ประการด้านละวา เกิดโสมนัสกระทำการนอบน้อม เสด็จไปประทับนั่งบนเครื่องลาดใบไม้.
ขณะนั้น ฝนตกฟ้าร้องกระหึ่มผ่าลงมา. แต่นั้นในสมัยใกล้ตาย ท่านระลึกถึงพระพุทธเจ้า ได้กระทำอัญชลีอีก.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจึงห้ามอกุศลวิบาก เพราะที่ตนกระทำกุศลไว้ในเขตดี จึงบังเกิดในสวรรค์ เสวยสมบัติในชั้นกามาวจรสวรรค์ และเสวยมนุษย์สมบัติในมนุษย์ทั้งหลาย
ครั้นภายหลังในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูล เจริญวัยแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา ด้วยวาสนาที่ตนกระทำไว้ในกาลก่อน บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
เบื้องหน้าแต่นั้น ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า มิคลุทฺโธ ปุเร อาสึ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มิคลุทฺโธ ความว่า ชื่อว่ามิคลุทฺโธ เพราะเข้าถึงการฆ่าเนื้อ. ชื่อว่า มิคา เพราะไป คือแล่นไปโดยเร็วคือด้วยกำลังเร็วราวกับลม. ชื่อว่า มิคลุทธะ เพราะในการฆ่าเนื้อเหล่านั้น นายพรานได้เป็นผู้มีความทารุณ.
อธิบายว่า เรานั้นได้เป็นพรานในกาลก่อน คือในสมัยที่ไ่ด้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า.
บทว่า อรญฺเญ กานเน ความว่า ชื่อว่าอรัญญะ เพราะเป็นที่เที่ยวไปของหมู่เนื้อ.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอรัญญะ เพราะเป็นที่ยินดีโดยทั่วไป คือโดยรอบแห่งสัตบุรุษผู้ถึงธรรมอันเป็นสาระใหญ่มีพระพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นต้นผู้ยินดีในวิเวก.
อีกอย่างหนึ่ง กาทั้งหลายย่อมบันลือคือกระทำเสียง เพลิดเพลินยินดีด้วยอาการที่น่าเกลียด หรือด้วยอาการที่น่ากลัว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่ากานนะ. เชื่อมความว่า นายพรานได้มีในป่าคือกานนะนั้นในกาลก่อน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อทฺทสํ สมฺพุทฺธํ ความว่า ข้าพเจ้าเห็นคือได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้เสด็จเข้าไปในที่นั้นคือป่านั้น. ได้เห็นคือได้มีอยู่เบื้องหน้าไม่ไกล เพราะฉะนั้น จึงยังจักขุวิญญาณให้สำเร็จเป็นปุเรจาริกเที่ยวไปในเบื้องหน้า พรั่งพร้อมด้วยกายวิญญาณ ตามกระแสแห่งมโนทวาร.
บทว่า ตโต เม อสนีปาโต ความว่า ชื่อว่าอสนี เพราะบันลือกระหึ่มตกไปโดยรอบ. การตกลงแห่งสายฟ้า ชื่อว่า อสนีปาโต ได้แก่ เทวทัณฑ์.
คำที่เหลือมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาฐิตัญชลิยเถราปทาน -----------------------------------------------------