อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๘๖

๔. อโธปุปผิยเถราปทาน (๘๔)

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๖พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 8 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

จตุตฺถํ อโธปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๘๔)

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อโธปุปผิยเถราปทานที่ ๔ (๘๔) ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกไม้บูชา

ข้อ ๘๖

|๘๖.๒๒| อภิภู นาม โส ภิกฺขุ สิขิโน อคฺคสาวโก มหานุภาโว เตวิชฺโช หิมวนฺตํ อุปาคมิ ฯ |๘๖.๒๓| อหํ ปิ หิมวนฺตมฺหิ รมณียสฺสเม อิสิ วสามิ อปฺปมญฺญาสุ อิทฺธีสุ จ ตทา วสี ฯ |๘๖.๒๔| ปกฺขิชาโต วิยากาเส ปพฺพตํ อภิปตฺถยึ อโธปุปฺผํ คเหตฺวาน อาคจฺฉึ ปพฺพตํ อหํ ฯ |๘๖.๒๕| สตฺต ปุปฺผานิ คณฺหิตฺวา มตฺถเก โอกิรึ อหํ อาโลกิโต จ วีเรน ปกฺกามึ ปาจินามุโข ฯ |๘๖.๒๖| อาวาสํ อภิสชฺโฌสึ ปตฺวาน อสฺสมํ อหํ ขาริหารํ คเหตฺวาน ปายาสึ ปพฺพตนฺตรํ ฯ |๘๖.๒๗| อชคโรปิ ปีเฬสิ โฆรรูโป มหพฺพโล ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวาน ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ |๘๖.๒๘| เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุปฺผปูชายิทํ ผลํ ฯ |๘๖.๒๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อโธปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อโธปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ภิกษุชื่ออภิภู เป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้า พระนามว่าสิขี มีอานุภาพมาก บรรลุวิชชา ๓ เข้ามาสู่ภูเขาหิมวันต์ในกาลนั้น แม้เราก็เป็นฤาษีผู้ชำนาญ ในอัปปมัญญาและฤทธิ์อยู่ในอาศรมรมณิยสถาน ใกล้ภูเขาหิมวันต์ เรา ปรารถนาภูเขาอย่างยิ่ง เปรียบเหมือนนกในอากาศปรารถนาอากาศ ฉะนั้น เราเก็บดอกไม้ที่เชิงเขาแล้ว มาสู่ภูเขา หยิบดอกไม้ ๗ ดอกโปรยลงบน พระเศียร เราอันพระวีระแลดูแล้ว เดินบ่ายหน้าไปทางทิศปราจีน เรามุ่ง ไปสู่ที่อยู่ ถึงอาศรมแล้ว เก็บหาบเครื่องบริขาร แล้วเดินไปตามระหว่าง ภูเขา งูเหลือมเป็นสัตว์ร้ายกาจ มีกำลังมาก รัดเรา เราระลึกถึงบุรพกรรม ได้ทำกาละ ณ ที่นั้น ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราโปรยดอกไม้ใด ด้วย กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอโธปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อโธปุปผิยเถราปทาน.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔. อโธปุปผิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอโธปุปผิยเถระ (พระอโธปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๒๒

ภิกษุชื่ออภิภูนั้น ได้วิชชา ๓ มีอานุภาพมาก เป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี เข้าไปยังภูเขาหิมพานต์

ข้อ ๒๓

ครั้งนั้น แม้ข้าพเจ้าก็บวชเป็นฤๅษี เป็นผู้ชำนาญในอัปปมัญญาและฤทธิ์ อาศัยอยู่ในอาศรมที่น่ารื่นรมย์ ใกล้ภูเขาหิมพานต์

ข้อ ๒๔

ข้าพเจ้าปรารถนาภูเขาอย่างยิ่ง เปรียบเหมือนนกในอากาศปรารถนาอากาศฉะนั้น ข้าพเจ้าเก็บดอกไม้ที่เชิงภูเขาแล้วจึงมายังภูเขา

ข้อ ๒๕

ข้าพเจ้าหยิบดอกไม้ ๗ ดอก มาโปรยลงเหนือศีรษะ(ของพระเถระ) ผู้อันพระภิกษุผู้มีความแกล้วกล้าแลดู ก็บ่ายหน้าหลีกไปทางทิศตะวันออก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๓๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๙. ติมิรปุปผิยวรรค] ๕. รังสิสัญญกเถราปทาน

ข้อ ๒๖

ข้าพเจ้าถึงอาศรมแล้ว จัดแจงที่อยู่ คอนสาแหรกบริขาร เดินไปตามระหว่างภูเขา

ข้อ ๒๗

งูเหลือมเป็นสัตว์ร้ายกาจ มีกำลังมาก ได้รัดข้าพเจ้า ข้าพเจ้าระลึกถึงบุพกรรม แล้วได้สิ้นชีวิตในที่นั้นเอง

ข้อ ๒๘

ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้

ข้อ ๒๙

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอโธปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อโธปุปผิยเถราปทานที่ ๔ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๘๔. อรรถกถาอโธปุปผิยเถราปทาน

อปทานของท่านพระอโธปุปผิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า อภิภู นาม โส ภิกฺขุ ดังนี้.

พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพเป็นอันมาก ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี บังเกิดในเรือนมีตระกูล เจริญวัยแล้วอยู่ครองเรือน ครั้นภายหลังท่านเห็นโทษในกามทั้งหลาย ละการอยู่ครองเรือนนั้นแล้ว บวชเป็นฤาษี ได้อภิญญา ๕ สมาบัติ ๘ และถึงความเป็นผู้ชำนาญ อาศัยอยู่ในป่าหิมวันต์.

พระอัครสาวกชื่อว่าอภิภู ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี นั้น ยินดียิ่งในวิเวก ได้ไปสู่ป่าหิมวันต์.

ครั้งนั้น เราเห็นพระอัครสาวกเถระนั้นแล้ว ขึ้นสู่ภูเขาที่พระเถระยืนอยู่ ถือเอาดอกไม้ ๗ ดอกสมบูรณ์ด้วยสี มีกลิ่นหอม จากพื้นภายใต้แห่งภูเขามาบูชา.

ครั้งนั้น พระเถระนั้นได้กระทำอนุโมทนาแก่ท่าน.

ฝ่ายดาบสนั้นก็ได้ไปยังอาศรมของตน. ท่านถูกงูเหลือมตัวหนึ่งในที่นั้นรัดเอา ภายหลังท่านมีฌานไม่เสื่อม ถูกอันตรายนั้นนั่นรบกวนกระทำกาละแล้ว ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า เสวยพรหมสมบัติและฉกามาวจรสมบัติ และยังมนุษยสมบัติทั้งหลายให้สิ้นไป.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว ฟังธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า มีใจเลื่อมใสบวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.

ภายหลังท่านปรากฏโดยนามแห่งบุญกรรมที่ตนทำไว้ว่า อโธปุปผิยเถระ ดังนี้.

วันหนึ่งท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อภิภู นาม โส ภิกฺขุ ดังนี้.

ในบทเหล่านี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

ชื่อว่าอภิภู เพราะครอบงำคนเหล่าอื่นด้วยศีลและสมาธิ.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอภิภู เพราะครอบงำคือท่วมทับมารมีขันธมารเป็นต้น.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอภิภู เพราะครอบงำคือกำจัดกิเลสที่อยู่ในสันดานของตนและของคนเหล่าอื่น.

ชื่อว่าภิกขุ เพราะมีปกติขอ คือมีการขอเป็นปกติ.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าภิกขุ เพราะทรงไว้ซึ่งแผ่นผ้าที่ถูกตัดถูกทำลาย.

อธิบายว่า ภิกษุผู้เป็นพระอัครสาวกนั้นชื่อว่าอภิภู.

เชื่อมความว่า พระอัครสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี.

บทว่า อชคโร มํ ปิเฬสิ ความว่า งูเหลือมใหญ่เบียดเบียน พระดาบสผู้สมบูรณ์ด้วยศีลเห็นปานนั้น ท่านถูกอันตรายนั้นนั่นแลรบกวนมีฌานไม่เสื่อม ทำกาละแล้ว มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.

คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.

____________________________

บาลีว่า อชคโรปิ ปีเฬสิ.

จบอรรถกถาอโธปุปผิยเถราปทาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา