๒. สุปีฐิยเถราปทาน (๙๒)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยํ สุปีฐิยตฺเถราปทานํ (๙๒)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สุปีฐิยเถราปทานที่ ๒ (๙๒) ว่าด้วยผลแห่งการถวายตั่ง
|๙๔.๘| ติสฺสสฺส โลกนาถสฺส สุทฺธปีฐํ อทาสหํ หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน ฯ |๙๔.๙| อฏฺฐตึเส อิโต กปฺเป ราชา อาสึ มหารุจิ โภโค จ วิปุโล อาสิ สยนญฺจ อนปฺปกํ ฯ |๙๔.๑๐| ปีฐํ พุทฺธสฺส ทตฺวาน วิปฺปสนฺเนน เจตสา อนุโภมิ สกํ กมฺมํ ปุพฺเพ สุกตมตฺตโน ฯ |๙๔.๑๑| เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปีฐํ อททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปีฐทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๙๔.๑๒| อฏฺฐตึเส อิโต กปฺเป ตโย เต จกฺกวตฺติโน รุจิ อุปรุจิ เจว มหารุจิ ตติยโก ฯ |๙๔.๑๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุปีฐิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สุปีฐิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เรายินดีมีจิตโสมนัส ได้ถวายตั่งอันสวยงามแด่พระพุทธเจ้า พระนามว่า ติสสะ ผู้เป็นนาถะของโลก เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ ในกัลปที่ ๓๘ แต่ กัลปนี้ เราได้เป็นพระราชาพระนามว่ามหารุจิ โภคสมบัติอันไพบูลย์ และ ที่นอนมิใช่น้อย ได้มีแล้วแก่เรา เรามีใจผ่องใสได้ถวายตั่งแก่พระพุทธเจ้า แล้ว ย่อมเสวยกรรมของตน ที่ตนได้ทำไว้ดีแล้วในกาลก่อน ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายตั่งใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่ง ในกัลปที่ ๓๘ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า จักรพรรดิ ๓ พระองค์ องค์ที่ ๑ พระนามว่ารุจิ องค์ที่ ๒ พระนามว่า อุปรุจิ องค์ที่ ๓ พระนามว่ามหารุจิ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เรา ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสุปีฐิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สุปีฐิยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. สุปีฐิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสุปีฐิยเถระ (พระสุปีฐิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้ามีจิตร่าเริง เบิกบานได้ถวายตั่งที่สะอาดหมดจด แด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้โลกนาถ ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งดวงอาทิตย์
ในกัปที่ ๓๘ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระราชาพระนามว่ามหารุจิ มีโภคะไพบูลย์ และที่นอนมีค่ามิใช่น้อย
ข้าพเจ้ามีใจผ่องใส ได้ถวายตั่งแด่พระพุทธเจ้าแล้ว เสวยผลกรรมของตน ที่ตนได้ทำไว้ดีแล้ว ในครั้งก่อน
ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายตั่งไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่ง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๓๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๐. สุธาวรรค] ๓. อัฑฒเจลกเถราปทาน
ในกัปที่ ๓๘ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ ชาติที่ ๑ พระนามว่ารุจิ ชาติที่ ๒ พระนามว่าอุปรุจิ และชาติที่ ๓ พระนามว่ามหารุจิ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสุปีฐิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สุปีฐิยเถราปทานที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙๒. อรรถกถาสุปีฐิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระสุปีฐิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า ติสฺสสฺส โลกนาถสฺส ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญเพื่อบรรลุพระนิพพานในอเนกชาติ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าติสสะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วเลื่อมใสในพระศาสดา ได้ถวายตั่งอันมีค่าแล้วด้วยไม้บริสุทธิ์สละสลวยเพื่อเป็นที่ประทับนั่งแห่งพระศาสดา.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านเสวยสุขในสุคติ ท่องเที่ยวไปในภพนั้นๆ ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วเลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนัก ก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ท่านบรรลุพระอรหัตผลแล้วระลึกถึงบุพกรรม เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ติสฺสสฺส โลกนาถสฺส ดังนี้.
คำทั้งหมดนั้นมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาสุปีฐิยเถราปทาน -----------------------------------------------------