๗. มธุปิณฑิกเถราปทาน (๙๗)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตมํ มธุปิณฺฑิกตฺเถราปทานํ (๙๗)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ มธุปิณฑิกเถราปทานที่ ๗ (๙๗) ว่าด้วยผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง
|๙๙.๓๗| วิวเน กานเน ทิสฺวา อปฺปสทฺเท นิรากุเล สิทฺธตฺถํ อิสินํ เสฏฺฐํ อาหุตีนํ ปฏิคฺคหํ ฯ |๙๙.๓๘| นิพฺพุติตํ มหานาคํ นิสภาชานิยํ ยถา โอสธีว วิโรจนฺตํ เทวสงฺฆนมสฺสิตํ ฯ |๙๙.๓๙| วิตฺติ เม ปาหุนา ตาว ญาณํ อุปฺปชฺชิ ตาวเท วุฏฺฐิตสฺส สมาธิมฺหา มธุํ ทตฺวาน สตฺถุโน ฯ |๙๙.๔๐| สิทฺธตฺถสฺส ภควโต วิปปสนฺเนน เจตสา วนฺทิตฺวา สิรสา ปาเท ปกฺกามึ ปาจินามุโข ฯ |๙๙.๔๑| จตุตฺตึสมฺหิ กปฺปมฺหิ ราชา อาสึ สุทสฺสโน มธุภึเสหิ สวติ โภชนมฺหิ จ ตาวเท มธุวสฺสํ ปวสฺสิตฺถ ปุพฺพกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ |๙๙.๔๒| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ มธุํ อททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ มธุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๙๙.๔๓| จตุตฺตึเส อิโต กปฺเป จตฺตาโร เต สุทสฺสนา สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๙๙.๔๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิ จ อฏฺฐิเม ฯ ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มธุปิณฺฑิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ มธุปิณฺฑิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ความยินดีเป็นอันมากได้มีแก่เรา เพราะได้เห็นพระผู้มีพระภาคพระนามว่า สิทธัตถะ ผู้ประเสริฐกว่าบรรดาฤาษี ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ผู้ดับแล้ว เป็นมหานาค ผู้องอาจดังม้าอาชาไนย ผู้รุ่งโรจน์เหมือนดาวประกายพฤกษ์ อันหมู่เทวดานมัสการอยู่ ในป่าชัฏสงัดเสียงไม่อากูล ญาณเกิดขึ้นแล้ว ในขณะนั้น เราได้ถวายน้ำผึ้งแด่พระศาสดาผู้เสด็จออกจากสมาธิ เรามีใจ ผ่องใสถวายบังคมพระบาทของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ด้วย เศียรเกล้า แล้วบ่ายหน้ากลับไปทางทิศประจิม ในกัลปที่ ๓๔ แต่กัลป นี้ เราได้เป็นพระราชาพระนามว่าสุทัสสนะ ในกาลนั้น น้ำผึ้งออกจาก รากไม้ไหลลงในโภชนาหารของเรา ฝนน้ำผึ้งตกลง นี้เป็นผลแห่งบุรพกรรม ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายน้ำผึ้งใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเรา ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง ในกัลปที่ ๓๔ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ มีพระนามว่าสุทัสสนะ ทรงสมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระมธุปิณฑิกเถระได้กล่าวพระคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ มธุปิณฑิกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๐. สุธาวรรค] ๗. มธุปิณฑิกเถราปทาน ๗. มธุปิณฑิกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระมธุปิณฑิกเถระ (พระมธุปิณฑิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ในป่าใหญ่ดงทึบที่เงียบสงัดไม่มีเสียงอื้ออึง ข้าพเจ้าเห็นพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ประเสริฐกว่าฤๅษีทั้งหลาย ผู้สมควรรับเครื่องบูชา
ผู้ดับกิเลสแล้ว ทรงเป็นมหานาค องอาจดุจม้าอาชาไนย รุ่งโรจน์ดังดาวประกายพรึก ซึ่งหมู่เทวดาและมนุษย์นมัสการแล้ว
ข้าพเจ้ามีความปลื้มใจเป็นอันมาก ญาณได้เกิดขึ้นในขณะนั้น ข้าพเจ้าได้ถวายน้ำผึ้ง แด่พระศาสดาผู้เสด็จออกจากสมาธิแล้ว
มีจิตผ่องใสจึงหมอบกราบพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาค พระนามว่าสิทธัตถะแล้ว บ่ายหน้าหลีกไปทางทิศตะวันออก ในกัปที่ ๓๔ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้เป็นพระราชามีนามว่าสุทัสสนะ
ครั้งนั้น น้ำผึ้งไหลออกจากเหง้าบัวลงในโภชนาหารของข้าพเจ้า ฝนน้ำผึ้งตกลงแล้ว นี้เป็นผลแห่งบุพกรรม
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายน้ำผึ้งไว้ครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง
ในกัปที่ ๓๔ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ชาติ มีนามเหมือนกันว่าสุทัสสนะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๔๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๐. สุธาวรรค] ๘. เสนาสนทายกเถราปทาน
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระมธุปิณฑิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้มธุปิณฑิกเถราปทานที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙๗. อรรถกถาธุปิณฑิกเถราปทาน
อปทานของท่านพระมธุปิณฑิกเถระมีคำเริ่มต้นว่า วิวเน กานเน ทิสฺวา ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ บังเกิดในกำเนิดนายพรานอาศัยอยู่ในป่าใหญ่.
ในกาลนั้น ท่านได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เพียบพร้อมด้วยความยินดียิ่งในวิเวก ได้ถวายน้ำผึ้งมีรสอร่อยแด่พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นผู้ออกจากสมาธิ.
ก็ท่านมีใจเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ถวายบังคมแล้วหลีกไป. ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านเสวยสมบัติ ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ครั้นภายหลังท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า วิวเน กานเน ทิสฺวา ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิวเน ความว่า ป่าที่แผ่ไปโดยพิเศษ ชื่อว่าวิวนะ.
อธิบายว่า ป่าที่ไปปราศ คือที่ปราศจากเสียง ช้าง ม้า รถและเสียงกลอง และปราศจากวัตถุกามและกิเลสกาม.
เชื่อมความว่า ในป่าใหญ่ กล่าวคือป่าดงดิบ.
บทว่า โอสธีว วิโรจนฺตํ ความว่า ชื่อว่าโอสธะ เพราะยังความอยากได้ความปรารถนาของชนผู้ก่อสร้างภพให้สำเร็จ.
ชนทั้งหลายอาศัยเหตุเกิดแห่งความรุ่งเรือง แล้วยกขึ้นให้สูง ย่อมถือเอาด้วยการขึ้นของดวงดาวใด ดาวนั้นชื่อว่าโอสธิ เมื่อควรจะกล่าวว่า โอสธิตารกา อิว วิโรจนฺติ ย่อมไพโรจน์ดุจดวงดาวประจำรุ่ง แต่ท่านกล่าวเสียว่า โอสธีว วิโรจนฺตํ เพื่อสะดวกแก่การประพันธ์คาถา.
คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล. จบอรรถกถามธุปิณฑิกเถราปทาน -----------------------------------------------------