๑. กุกกุฬสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ขนฺธสํยุตฺตสฺส จุลฺลปณฺณาสเก กุกฺกุฬวคฺโค จตุตฺโถ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค กุกกุฬวรรคที่ ๔ ๑. กุกกุฬสูตร ว่าด้วยขันธ์ ๕ เป็นของร้อน
สาวตฺถี ฯ รูปํ ภิกฺขเว กุกฺกุฬํ เวทนา กุกฺกุฬา สญฺญา กุกฺกุฬา สงฺขารา กุกฺกุฬา วิญฺญาณํ กุกฺกุฬํ ฯ เอวํ ปสฺสํ ภิกฺขเว สุตวา อริยสาวโก รูปสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ เวทนายปิ นิพฺพินฺทติ สญฺญายปิ นิพฺพินฺทติ สงฺขาเรสุปิ นิพฺพินฺทติ วิญฺญาณสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ นิพฺพินฺทํ วิรชฺชติ วิราคา วิมุจฺจติ ฯ วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ ญาณํ โหติ ฯ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาตีติ ฯ
พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นของเร่าร้อน เวทนาเป็นของเร่าร้อน สัญญาเป็นของเร่าร้อน สังขารเป็นของเร่าร้อน วิญญาณเป็นของเร่าร้อน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูป ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในเวทนา ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในสัญญา ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในสังขาร ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในวิญญาณเมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด จึงหลุดพ้น. เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า หลุดพ้นแล้ว. รู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี. จบ สูตรที่ ๑.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] จูฬปัณณาสก์ ๔. กุกกุฬวรรค ๒. อนิจจสูตร ๔. กุกกุฬวรรค หมวดว่าด้วยสิ่งที่เป็นของร้อน ๑. กุกกุฬสูตร ว่าด้วยสิ่งที่เป็นของร้อน
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นของร้อน เวทนาเป็นของร้อนสัญญาเป็นของร้อน สังขารเป็นของร้อน วิญญาณเป็นของร้อน ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูปย่อมเบื่อหน่ายแม้ในเวทนา ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในสัญญา ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในสังขารย่อมเบื่อหน่ายแม้ในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจิตย่อมหลุดพ้น เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็รู้ว่า ‘หลุดพ้นแล้ว’ รู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้วอยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป” กุกกุฬสูตรที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถากุกกุฬวรรค
พึงทราบวินิจฉัยในกุกกุฬสูตรที่ ๑ แห่งกุกกุฬวรรค ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า กุกฺกุฬํ แปลว่าร้อน คือไฟติดโชน.
ในสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสลักษณะของทุกข์ที่มีความเร่าร้อนมากไว้ว่าเหมือนกองเถ้า.
ในสูตรที่เหลือ พระผู้มีพระภาคเจ้าแยกตรัสลักษณะเหล่านี้ทั้งหมดมีอนิจจลักษณะเป็นต้น ไว้ตามอัธยาศัยของบุคคลแล.
จบอรรถกถากุกกุฬวรรคที่ ๔ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กุกกุฬสูตร
๒. อนิจจสูตรที่ ๑
๓. อนิจจสูตรที่ ๒
๔. อนิจจสูตรที่ ๓
๕. ทุกขสูตรที่ ๑
๖. ทุกขสูตร ที่ ๒
๗. ทุกขสูตรที่ ๓
๘. อนัตตสูตรที่ ๑
๙. อนัตตสูตรที่ ๒
๑๐. อนัตตสูตรที่ ๓
๑๑. กุลปุตตสูตรที่ ๑
๑๒. กุลปุตตสูตรที่ ๒
๑๓. กุลปุตตสูตรที่ ๓
๑๔. กุลปุตตสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุตต์ จุลปัณณาสก์ อวิชชาวรรคที่ ๓ ๑๐. โกฏฐิตสูตรที่ ๓ ว่าด้วยความหมายของอวิชชาและวิชชา