๒. อวิตักกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๒. อวิตักกสูตร ว่าด้วยทุติยฌาน
สาวตฺถี ฯ อทฺทสา โข อายสฺมา อานนฺโท ฯเปฯ อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ วิปฺปสนฺนานิ โข เต อาวุโส สารีปุตฺต อินฺทฺริยานิ ปริสุทฺโธ มุขวณฺโณ ปริโยทาโต กตเมนายสฺมา สารีปุตฺโต อชฺช วิหาเรน วิหาสีติ ฯ {๕๐๙.๑} อิธาหํ อาวุโส วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนํ เจตโส เอโกทิภาวํ อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธิชํ ปีติสุขํ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ ฯ ตสฺส มยฺหํ อาวุโส น เอวํ โหติ อหํ ทุติยํ ฌานํ สมาปชฺชามีติ วา อหํ ทุติยํ ฌานํ สมาปนฺโนติ วา อหํ ทุติยา ฌานา วุฏฺฐิโตติ วาติ ฯ ตถา หิ ปนายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ทีฆรตฺตํ อหงฺการมมงฺการมานานุสยา สุสมูหตา ตสฺมา อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส น เอวํ โหติ อหํ ทุติยํ ฌานํ สมาปชฺชามีติ วา อหํ ทุติยํ ฌานํ สมาปนฺโนติ วา อหํ ทุติยา ฌานา วุฏฺฐิโตติ วาติ ฯ
พระนครสาวัตถี. ท่านพระอานนท์ได้เห็นพระสารีบุตรมาแต่ไกล จึงกล่าวกะท่านพระสารีบุตรว่า อาวุโสสารีบุตร อินทรีย์ของท่านผ่องใสนัก สีหน้าของท่านหมดจด ผ่องใสวันนี้ ท่านพระสารีบุตรอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร? ท่านพระสารีบุตรตอบว่า อาวุโส ดังเราจะบอก เราเข้าทุติยฌานอันมีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่. อาวุโส เรานั้นมิได้คิดอย่างนี้ว่า เราเข้าทุติยฌานอยู่ หรือว่าเข้าทุติยฌานแล้วหรือว่าออกจากทุติยฌานแล้ว ฯลฯ จบ สูตรที่ ๒.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๗. สารีปุตตสังยุต] ๓. ปีติสูตร ๒. อวิตักกสูตร ว่าด้วยทุติยฌานไม่มีวิตก
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ท่านพระอานนท์ได้เห็น ฯลฯ จึงถามว่า “ท่านสารีบุตร อินทรีย์ของท่านผ่องใสยิ่งนัก สีหน้าก็บริสุทธิ์ผุดผ่อง วันนี้ ท่านสารีบุตรอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร” ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “ท่านผู้มีอายุ เพราะวิตกวิจารสงบระงับไป วันนี้ผมเข้าทุติยฌานมีความผ่องใสในจิตภายใน มีภาวะที่จิตเป็นหนึ่งผุดขึ้น ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร มีแต่ปีติและสุขเกิดจากสมาธิอยู่‘ ผมนั้นไม่ได้คิดว่า ‘เราเข้าทุติยฌานอยู่หรือเข้าทุติยฌานแล้ว หรือออกจากทุติยฌานแล้ว” อันที่จริง ท่านพระสารีบุตรถอนอหังการ มมังการ และมานานุสัยออกได้นานแล้ว ฉะนั้น ท่านจึงไม่คิดว่า “เราเข้าทุติยฌานอยู่ หรือเข้าทุติยฌานแล้วหรือออกจากทุติยฌานแล้ว” อวิตักกสูตรที่ ๒ จบ ๓. ปีติสูตร ว่าด้วยตติยฌานที่มีปีติ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ท่านพระอานนท์ได้เห็น ฯลฯ จึงถามว่า “ท่านสารีบุตร อินทรีย์ของท่านผ่องใสยิ่งนัก สีหน้าบริสุทธิ์ผุดผ่อง วันนี้ ท่านสารีบุตรอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร”@เชิงอรรถ : @ ภาวะที่จิตเป็นหนึ่งผุดขึ้น (เจตโส เอโกทิภาวํ) คำว่า “เอโกทิ” เป็นชื่อของสมาธิ ทุติยฌานชื่อว่า@เอโกทิภาวะ เพราะทำสมาธิที่ชื่อว่าเอโกทินี้ให้เกิดเจริญขึ้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มีภาวะที่จิตเป็น@หนึ่งผุดขึ้น” เพราะสมาธิชื่อเอโกทินี้มีแก่จิต ไม่มีแก่สัตว์ (วิ.อ. ๑/๑๑/๑๔๓-๑๔๔)@ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๓๓๓/๓๕๑
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๔๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสารีปุตตสังยุต อรรถกถาสูตรที่ ๑-๙
พึงทราบวินิจฉัยในสูตรที่ ๑ แห่งสารีปุตตสังยุต ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า น เอวํ โหติ ความว่า เพราะท่านละอหังการ (ความสำคัญว่าเรา) และมมังการ (ความสำคัญว่าของเรา) ได้แล้ว จึงไม่มีความคิดอย่างนี้.
แม้ในสูตรที่ ๒ เป็นต้น (จนถึงสูตรที่ ๙) ก็มีนัย (ความหมายอย่างเดียวกัน) นี้.
จบอรรถกถาสูตรที่ ๑-๙ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค กิเลสสังยุต ๑๐. ขันธสูตร ว่าด้วยอุปกิเลสแห่งจิต