๖. วิญญาณสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๖. วิญญาณสูตร ว่าด้วยวิญญาณัญจายตนฌาน
สาวตฺถี ฯ อทฺทสา โข อายสฺมา อานนฺโท ฯเปฯ อิธาหํ อาวุโส สพฺพโส อากาสานญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม อนนฺตํ วิญฺญาณนฺติ วิญฺญาณญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ ฯเปฯ วุฏฺฐิโตติ วาติ ฯ
พระนครสาวัตถี. ท่านพระอานนท์ได้เห็นท่านพระสารีบุตรมาแต่ไกล จึง กล่าวกะท่านพระสารีบุตรว่า อาวุโสสารีบุตร อินทรีย์ของท่านผ่องใสนัก สีหน้าของท่านหมดจดผ่องใส วันนี้ ท่านพระสารีบุตรอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร? ท่านพระสารีบุตรตอบว่า อาวุโส ดังเราจะบอก เราเข้าวิญญาณัญจายตนฌานด้วยคำนึงว่า วิญญาณหาที่สุดมิได้ เพราะล่วงอากาสานัญจายตนฌานเสียได้โดยประการทั้งปวงอยู่. อาวุโสเรานั้นมิได้คิดอย่างนี้ว่า เราเข้าวิญญาณัญจายตนฌานอยู่ หรือว่าเข้าวิญญาณัญจายตนฌานแล้วหรือว่าออกจากวิญญาณัญจายตนฌานแล้ว ฯลฯ จบ สูตรที่ ๖.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. วิญญาณัญจายตนสูตร ว่าด้วยวิญญาณัญจายตนฌาน
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ท่านพระอานนท์ได้เห็น ฯลฯ ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “ท่านผู้มีอายุ วันนี้ ผมล่วงอากาสานัญจายตน-ฌานโดยประการทั้งปวงเข้าวิญญาณัญจายตนฌาน (ฌานอันกำหนดวิญญาณหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์) โดยกำหนดว่า ‘วิญญาณหาที่สุดมิได้‘ ฯลฯ หรือออกจากวิญญาณัญจายตนฌานแล้ว” วิญญาณัญจายตนสูตรที่ ๖ จบ ๗. อากิญจัญญายตนสูตร ว่าด้วยอากิญจัญญายตนฌาน
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตร ฯลฯ ได้ตอบว่า “ท่านผู้มีอายุ วันนี้ ผมล่วง วิญญาณัญจายตนฌานโดยประการทั้งปวงเข้าอากิญจัญญายตนฌาน (ฌานอัน@เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๓๓๖/๓๕๓ @ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๓๓๗/๓๕๓
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๔๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสารีปุตตสังยุต อรรถกถาสูตรที่ ๑-๙
พึงทราบวินิจฉัยในสูตรที่ ๑ แห่งสารีปุตตสังยุต ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า น เอวํ โหติ ความว่า เพราะท่านละอหังการ (ความสำคัญว่าเรา) และมมังการ (ความสำคัญว่าของเรา) ได้แล้ว จึงไม่มีความคิดอย่างนี้.
แม้ในสูตรที่ ๒ เป็นต้น (จนถึงสูตรที่ ๙) ก็มีนัย (ความหมายอย่างเดียวกัน) นี้.
จบอรรถกถาสูตรที่ ๑-๙ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค กิเลสสังยุต ๑๐. ขันธสูตร ว่าด้วยอุปกิเลสแห่งจิต