อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๘๑

๖. อานันทสูตร ที่ ๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๑–๘๒พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 2 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 2 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๖. อานันทสูตรที่ ๒ ว่าด้วยความเป็นอนิจจังแห่งขันธ์ ๕ ในสามกาล

ข้อ ๘๑

สาวตฺถิยํ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ ภควา เอตทโวจ สเจ ตํ อานนฺท เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ กตเมสํ อาวุโส อานนฺท ธมฺมานํ อุปฺปาโท ปญฺญายิตฺถ วโย ปญฺญายิตฺถ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิตฺถ ฯ กตเมสํ ธมฺมานํ อุปฺปาโท ปญฺญายิสฺสติ วโย ปญฺญายิสฺสติ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิสฺสติ ฯ กตเมสํ ธมฺมานํ อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายตีติ ฯ เอวํ ปุฏฺโฐ ตฺวํ อานนฺท กินฺติ พฺยากเรยฺยาสีติ ฯ สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปจฺเฉยฺยุํ กตเมสํ อาวุโส อานนฺท ธมฺมานํ อุปฺปาโท ปญฺญายิตฺถ วโย ปญฺญายิตฺถ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิตฺถ ฯ {๘๑.๑} กตเมสํ ธมฺมานํ อุปฺปาโท ปญฺญายิสฺสติ วโย ปญฺญายิสฺสติ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิสฺสติ ฯ กตเมสํ ธมฺมานํ อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายตีติ ฯ เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ ยํ โข อาวุโส รูปํ อตีตํ นิรุทฺธํ วิปริณตํ ตสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายิตฺถ วโย ปญฺญายิตฺถ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิตฺถ ฯ ยา เวทนา อตีตา นิรุทฺธา วิปริณตา ตสฺสา อุปฺปาโท ปญฺญายิตฺถ วโย ปญฺญายิตฺถ ฐิตาย อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิตฺถ ฯ ยา สญฺญา ฯ เย สงฺขารา อตีตา นิรุทฺธา วิปริณตา เตสํ อุปฺปาโท ปญฺญายิตฺถ วโย ปญฺญายิตฺถ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิตฺถ ฯ ยํ วิญฺญาณํ อตีตํ นิรุทฺธํ วิปริณตํ ตสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายิตฺถ วโย ปญฺญายิตฺถ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิตฺถ ฯ อิเมสํ โข อาวุโส ธมฺมานํ อุปฺปาโท ปญฺญายิตฺถ วโย ปญฺญายิตฺถ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิตฺถ ฯ {๘๑.๒} ยํ โข อาวุโส รูปํ อชาตํ อปาตุภูตํ ตสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายิสฺสติ วโย ปญฺญายิสฺสติ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิสฺสติ ฯ ยา เวทนา อชาตา อปาตุภูตา ตสฺสา อุปฺปาโท ปญฺญายิสฺสติ วโย ปญฺญายิสฺสติ ฐิตาย อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิสฺสติ ฯ ยา สญฺญา ฯ เย สงฺขารา อชาตา อปาตุภูตา เตสํ อุปฺปาโท ปญฺญายิสฺสติ วโย ปญฺญายิสฺสติ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิสฺสติ ฯ ยํ วิญฺญาณํ อชาตํ อปาตุภูตํ ตสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายิสฺสติ วโย ปญฺญายิสฺสติ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิสฺสติ ฯ อิเมสํ โข อาวุโส ธมฺมานํ อุปฺปาโท ปญฺญายิสฺสติ วโย ปญฺญายิสฺสติ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิสฺสติ ฯ {๘๑.๓} ยํ โข อาวุโส รูปํ ชาตํ ปาตุภูตํ ตสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ ฯ ยา เวทนา ชาตา ปาตุภูตา ฯเปฯ ยา สญฺญา ฯ เย สงฺขารา ชาตา ปาตุภูตา เตสํ อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ ฯ ยํ วิญฺญาณํ ชาตํ ปาตุภูตํ ตสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ ฯ อิเมสํ โข อาวุโส ธมฺมานํ อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายตีติ ฯ เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยนฺติ ฯ

พระนครสาวัตถี ฯลฯ ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระอานนท์ว่าดูกรอานนท์ ถ้าภิกษุทั้งหลายพึงถามเธออย่างนี้ว่า ท่านอานนท์ ความบังเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏแล้ว ความเสื่อมแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏแล้ว ความเป็นอย่างอื่นแห่งธรรมเหล่าไหนที่ตั้งอยู่ปรากฏแล้ว. ความบังเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนจักปรากฏ ความเสื่อมแห่งธรรมเหล่าไหนจักปรากฏ ความเป็นอย่างอื่นแห่งธรรมที่ตั้งอยู่แล้วเหล่าไหนจักปรากฏ. ความบังเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนย่อมปรากฏ ความเสื่อมแห่งธรรมเหล่าไหนย่อมปรากฏ ความเป็นอย่างอื่นแห่งธรรมที่ตั้งอยู่แล้วเหล่าไหนย่อมปรากฏ. ดูกรอานนท์เธอถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงพยากรณ์อย่างไร? ท่านพระอานนท์กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ฯลฯ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้แล้วพึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูกรอาวุโสทั้งหลาย รูปใดแลที่ล่วงไปแล้ว ดับแล้ว แปรไปแล้ว ความบังเกิดขึ้นแห่งรูปนั้นปรากฏแล้ว ความเสื่อมแห่งรูปนั้นปรากฏแล้ว ความเป็นอย่างอื่นแห่งรูปที่ตั้งอยู่แล้วนั้น ปรากฏแล้ว. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใดที่ล่วงไปแล้ว ดับแล้ว แปรไปแล้ว ความบังเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้นปรากฏแล้ว ความเสื่อมแห่งวิญญาณนั้นปรากฏแล้ว ความเป็นอย่างอื่นแห่งวิญญาณที่ตั้งอยู่แล้วนั้นปรากฏแล้ว. ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ความบังเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้แลปรากฏแล้ว ความเสื่อมแห่งธรรมเหล่านี้แลปรากฏแล้ว ความเป็นอย่างอื่นแห่งธรรมที่ตั้งอยู่แล้วเหล่านี้แลปรากฏแล้ว. ดูกรอาวุโสทั้งหลาย รูปใดแลยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความบังเกิดขึ้นแห่งรูปนั้นจักปรากฏ ความเสื่อมแห่งรูปนั้นจักปรากฏความเป็นอย่างอื่นแห่งรูปที่ตั้งอยู่แล้วนั้นจักปรากฏ. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใดยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความบังเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้นจักปรากฏ ความเสื่อมแห่งวิญญาณนั้นจักปรากฏ ความเป็นอย่างอื่นแห่งวิญญาณที่ตั้งอยู่แล้วนั้นจักปรากฏ ดูกรอาวุโสทั้งหลาย ความบังเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้แลจักปรากฏ ความเสื่อมแห่งธรรมเหล่านี้แลจักปรากฏความเป็นอย่างอื่นแห่งธรรมเหล่านี้ที่ตั้งอยู่แล้วแลจักปรากฏ. ดูกรอาวุโสทั้งหลาย รูปใดแลที่เกิดที่ปรากฏ ความบังเกิดขึ้นแห่งรูปนั้นย่อมปรากฏ ความเสื่อมแห่งรูปนั้นย่อมปรากฏ ความเป็นอย่างอื่นแห่งรูปที่ตั้งอยู่แล้วนั้นย่อมปรากฏ. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใดที่เกิด ที่ปรากฏ ความบังเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้นย่อมปรากฏ ความเสื่อมแห่งวิญญาณนั้นย่อมปรากฏ ความเป็นอย่างอื่นแห่งวิญญาณที่ตั้งอยู่แล้วนั้นย่อมปรากฏ. ดูกรอาวุโสทั้งหลายความบังเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้แลย่อมปรากฏ ความเสื่อมแห่งธรรมเหล่านี้แลย่อมปรากฏความเป็นอย่างอื่นแห่งธรรมที่ตั้งอยู่แล้วเหล่านี้แลย่อมปรากฏ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้แล้วพึงพยากรณ์อย่างนี้แล.

ข้อ ๘๒

สาธุ สาธุ อานนฺท ยํ โข อานนฺท รูปํ อตีตํ นิรุทฺธํ วิปริณตํ ตสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายิตฺถ วโย ปญฺญายิตฺถ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิตฺถ ฯ ยา เวทนา ฯ ยา สญฺญา ฯ เย สงฺขารา ฯ ยํ วิญฺญาณํ อตีตํ นิรุทฺธํ วิปริณตํ ตสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายิตฺถ วโย ปญฺญายิตฺถ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิตฺถ อิเมสํ โข อานนฺท ธมฺมานํ อุปฺปาโท ปญฺญายิตฺถ วโย ปญฺญายิตฺถ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิตฺถ ฯ {๘๒.๑} ยํ โข อานนฺท รูปํ อชาตํ อปาตุภูตํ ตสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายิสฺสติ วโย ปญฺญายิสฺสติ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิสฺสติ ฯ ยา เวทนา ฯ ยา สญฺญา ฯ เย สงฺขารา ฯ ยํ วิญฺญาณํ อชาตํ อปาตุภูตํ ตสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายิสฺสติ วโย ปญฺญายิสฺสติ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิสฺสติ ฯ อิเมสํ โข อานนฺท ธมฺมานํ อุปฺปาโท ปญฺญายิสฺสติ วโย ปญฺญายิสฺสติ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายิสฺสติ ฯ {๘๒.๒} ยํ โข อานนฺท รูปํ ชาตํ ปาตุภูตํ ตสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ ฯ ยา เวทนา ชาตา ปาตุภูตา ฯเปฯ ยา สญฺญา ฯ เย สงฺขารา ฯ ยํ วิญฺญาณํ ชาตํ ปาตุภูตํ ตสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ ฯ อิเมสํ โข อานนฺท ธมฺมานํ อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายตีติ ฯ เอวํ ปุฏฺโฐ ตฺวํ อานนฺท เอวํ พฺยากเรยฺยาสีติ ฯ

พ. ถูกแล้ว ถูกแล้ว อานนท์ รูปใดที่ล่วงไปแล้ว ดับแล้ว แปรไปแล้วความบังเกิดขึ้นแห่งรูปนั้นปรากฏแล้ว ฯลฯ ดูกรอานนท์ ความบังเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้แลย่อมปรากฏ ความเสื่อมแห่งธรรมเหล่านี้แลย่อมปรากฏ ความเป็นอย่างอื่นแห่งธรรมที่ตั้งอยู่เหล่านี้แลย่อมปรากฏ. ดูกรอานนท์ เธอถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงพยากรณ์อย่างนี้. จบ สูตรที่ ๖.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๖. ทุติยอานันทสูตร ว่าด้วยพระอานนท์ สูตรที่ ๒

ข้อ ๓๘

เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับท่านพระอานนท์ผู้นั่ง ณ ที่สมควรดังนี้ว่า “อานนท์ถ้าภิกษุทั้งหลายพึงถามเธออย่างนี้ว่า ‘ท่านอานนท์ ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏแล้ว เมื่อธรรมเหล่าไหนตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนจักปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่าไหนจักปรากฏ เมื่อธรรมเหล่าไหนตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๕๒}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๔. นตุมหากวรรค ๖.ทุติยอานันทสูตร ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏเมื่อธรรมเหล่าไหนตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ’ อานนท์ เธอถูกถามอย่างนี้ จะพึงตอบอย่างไร” ท่านพระอานนท์กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าภิกษุทั้งหลายพึง ถามข้าพระองค์อย่างนี้ว่า ‘ท่านอานนท์ ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏแล้วความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏแล้ว เมื่อธรรมเหล่าไหนตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนจักปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่าไหนจักปรากฏ เมื่อธรรมเหล่าไหนตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏเมื่อธรรมเหล่าไหนตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ’ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้ พึงตอบอย่างนี้ว่า ‘ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย รูปใดล่วงไป ดับไป แปรผันไปแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งรูปนั้นปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งรูปนั้นปรากฏแล้ว เมื่อรูปนั้นตั้งอยู่ความแปรปรากฏแล้ว เวทนาใดล่วงไป ดับไป แปรผันไปแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งเวทนานั้นปรากฏแล้วความเสื่อมไปแห่งเวทนานั้นปรากฏแล้ว เมื่อเวทนานั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว สัญญาใดล่วงไป ... สังขารเหล่าใดล่วงไป ดับไป แปรผันไปแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งสังขารเหล่านั้นปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งสังขารเหล่านั้นปรากฏแล้ว เมื่อสังขารเหล่านั้นตั้งอยู่ความแปรปรากฏแล้ว วิญญาณใดล่วงไป ดับไป แปรผันไปแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้น ปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งวิญญาณนั้นปรากฏแล้ว เมื่อวิญญาณนั้นตั้งอยู่ความแปรปรากฏแล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๕๓}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๔. นตุมหากวรรค ๖.ทุติยอานันทสูตร ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏแล้ว เมื่อธรรมเหล่านี้ตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย รูปใดยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งรูปนั้นจักปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งรูปนั้นจักปรากฏ เมื่อรูปนั้นตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ เวทนาใดยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งเวทนานั้นจักปรากฏความเสื่อมไปแห่งเวทนานั้นจักปรากฏ เมื่อเวทนานั้นตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ สัญญาใดยังไม่เกิด ... สังขารเหล่าใดยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งสังขารเหล่านั้นจักปรากฏ เมื่อสังขารเหล่านั้นตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ วิญญาณใดยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้นจักปรากฏความเสื่อมไปแห่งวิญญาณนั้นจักปรากฏ เมื่อวิญญาณนั้นตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้จักปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่านี้จักปรากฏ เมื่อธรรมเหล่านี้ตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย รูปใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งรูปนั้นปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งรูปนั้นปรากฏ เมื่อรูปนั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ เวทนาใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ... สัญญาใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ... สังขารเหล่าใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งสังขารเหล่านั้นปรากฏความเสื่อมไปแห่งสังขารเหล่านั้นปรากฏ เมื่อสังขารเหล่านั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ วิญญาณใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้นปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งวิญญาณนั้นปรากฏ เมื่อวิญญาณนั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏ เมื่อธรรมเหล่านี้ตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ’ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้ พึงตอบอย่างนี้”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๕๔}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๔. นตุมหากวรรค ๖.ทุติยอานันทสูตร “ดีละ ดีละ อานนท์ รูปใดล่วงไป ดับไป แปรผันไปแล้ว ความเกิดขึ้น แห่งรูปนั้นปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งรูปนั้นปรากฏแล้ว เมื่อรูปนั้นตั้งอยู่ความแปรปรากฏแล้ว เวทนาใด ... สัญญาใด ... สังขารเหล่าใด ... วิญญาณใดล่วงไป ดับไป แปรผันไปแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้นปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งวิญญาณนั้นปรากฏแล้ว เมื่อวิญญาณนั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว อานนท์ ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏแล้ว เมื่อธรรมเหล่านี้ตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว อานนท์ รูปใดยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งรูปนั้นจักปรากฏความเสื่อมไปแห่งรูปนั้นจักปรากฏ เมื่อรูปนั้นตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ เวทนาใด ฯลฯ สัญญาใด ฯลฯ สังขารเหล่าใด ฯลฯ วิญญาณใด ยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้นจักปรากฏความเสื่อมไปแห่งวิญญาณนั้นจักปรากฏ เมื่อวิญญาณนั้นตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ อานนท์ ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้จักปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่านี้จักปรากฏ เมื่อธรรมเหล่านี้ตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ อานนท์ รูปใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งรูปนั้นปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งรูปปรากฏ เมื่อรูปนั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ เวทนาใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๕๕}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๔. นตุมหากวรรค ๗. อนุธัมมสูตร สัญญาใด ฯลฯ สังขารเหล่าใด ฯลฯ วิญญาณใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้นปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งวิญญาณนั้นปรากฏ เมื่อวิญญาณนั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ อานนท์ ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏ เมื่อธรรมเหล่านี้ตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ อานนท์ เธอถูกถามอย่างนี้ พึงตอบอย่างนี้” ทุติยอานันทสูตรที่ ๖ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอานันทสูตรที่ ๒

ในอานันทสูตรที่ ๒ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น

จบอรรถกถาอานันทสูตรที่ ๒ ----------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา