๕. เวทนาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๕. เวทนาสูตร ว่าด้วยอุปกิเลสแห่งจิต
สาวตฺถี ฯ โย ภิกฺขเว จกฺขุสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฉนฺทราโค จิตฺตสฺเสโส อุปกฺกิเลโส โย โสตสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯ โย ฆานสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯ โย ชิวฺหาสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯ โย กายสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯ โย มโนสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฉนฺทราโค จิตฺตสฺเสโส อุปกฺกิเลโส ฯ ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ฯเปฯ อภิญฺญา สจฺฉิกรณีเยสุ ธมฺเมสูติ ฯ
พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในจักขุสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ ในโสตสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ ในฆานสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ ในฆานสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ ในชิวหาสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ ในกายสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ ในมโนสัมผัสสชาเวทนา นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแล ภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ ๖ นี้ได้ เมื่อนั้น จิตของเธอย่อมเป็นจิตน้อมไปในเนกขัมมะ อันเนก-*ขัมมะอบรมแล้ว ควรแก่การงาน ปรากฏในธรรมที่พึงทำให้แจ้งด้วยอภิญญา. จบ สูตรที่ ๕.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. สัมผัสสชาสูตร ว่าด้วยสัมผัสสชาเวทนา
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในจักขุสัมผัสสชาเวทนานี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ฉันทราคะในโสตสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ ฉันทราคะในฆานสัมผัสสชาเวทนา ... ฉันทราคะในชิวหาสัมผัสสชาเวทนา ... ฉันทราคะในกายสัมผัสสชาเวทนา ...
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๓๗}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๖. กิเลสสังยุต] ๗. สัญเจตนาสูตร ฉันทราคะในมโนสัมผัสสชาเวทนา นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุ ฯลฯ ในธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่ง”สัมผัสสชาสูตรที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถากิเลสสังยุต
พึงทราบวินิจฉัยในกิเลสสังยุต ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า จิตฺตสฺเสโส อุปกฺกิเลโส ความว่า (เป็นอุปกิเลส) ของจิตดวงไหน? (เป็นอุปกิเลส) ของจิตที่เป็นไปในภูมิ ๔.
ถามว่า (ฉันทราคะเป็นอุปกิเลส) ของจิตที่เป็นไปในภูมิ ๓ นับว่าถูกต้อง (แต่) (เป็นอุปกิเลส) ของโลกุตตรจิตได้อย่างไร?
ตอบว่า เป็นได้เพราะห้ามการเกิดขึ้น (แห่งโลกุตตรจิต). อธิบายว่า ฉันทราคะนั้น พึงทราบว่าเป็นอุปกิเลส เพราะไม่ให้โลกุตตรจิตนั้นเกิดขึ้น.
บทว่า เนกฺขมฺมนินฺนํ ได้แก่ (จิต) ที่น้อมไปในโลกุตตรธรรม ๙.
บทว่า จิตฺตํ ได้แก่ จิตที่เจริญสมถะและจิตที่เจริญวิปัสสนา
บทว่า อภิญฺญา สจฺฉิกรณีเยสุ ธมฺเมสุ ความว่า หรือเมื่อบุคคลจะยึดถือธรรมอย่างหนึ่ง ในบรรดาธรรมคืออภิญญา ข้อที่ ๖ ที่พึงรู้แล้วทำให้แจ้งด้วยปัจจเวกขณญาณ ก็พึงยึดถือว่า เนกขัมมะก็คือพระนิพพานนั่นเอง.
บทที่เหลือในสูตรทั้งหมด มีความหมายง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถากิเลสสังยุต -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. จักขุสูตร
๒. รูปสูตร
๓. วิญญาณสูตร
๔. ผัสสสูตร
๕. เวทนาสูตร
๖. สัญญาสูตร
๗. เจตนาสูตร
๘. ตัณหาสูตร
๙. ธาตุสูตร
๑๐. ขันธสูตร -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค อุปปาทสังยุต ขันธสูตรที่ ๑๐ ว่าด้วยความเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปแห่งทุกข์