๒. รูปสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๒. รูปสูตร ว่าด้วยสัทธานุสารีและธัมมานุสารีบุคคล
สาวตฺถี ฯ รูปา ภิกฺขเว อนิจฺจา วิปริณามิโน อญฺญถาภาวิโน สทฺทา อนิจฺจา วิปริณามิโน อญฺญถาภาวิโน คนฺธา อนิจฺจา วิปริณามิโน อญฺญถาภาวิโน รสา อนิจฺจา วิปริณามิโน อญฺญถาภาวิโน โผฏฺฐพฺพา อนิจฺจา วิปริณามิโน อญฺญถาภาวิโน ธมฺมา อนิจฺจา วิปริณามิโน อญฺญถาภาวิโน ฯ โย ภิกฺขเว อิเม ธมฺเม เอวํ สทฺทหติ อธิมุจฺจติ ฯ อยํ วุจฺจติ สทฺธานุสารี โอกฺกนฺโต สมฺมตฺตนิยามํ สปฺปุริสภูมึ โอกฺกนฺโต วีติวตฺโต ปุถุชฺชนภูมึ อภพฺโพ ตํ กมฺมํ กาตุํ ยํ กมฺมํ กตฺวา นิรยํ วา ติรจฺฉานโยนึ วา ปิตฺติวิสยํ วา อุปปชฺเชยฺย อภพฺโพว ตาว กาลํ กาตุํ ยาว น โสตาปตฺติผลํ สจฺฉิกโรติ ฯ {๔๗๐.๑} ยสฺส โข ภิกฺขเว อิเม ธมฺมา เอวํ ปญฺญาย มตฺตโส นิชฺฌานํ ขมนฺติ ฯ อยํ วุจฺจติ ธมฺมานุสารี โอกฺกนฺโต สมฺมตฺตนิยามํ สปฺปุริสภูมึ โอกฺกนฺโต วีติวตฺโต ปุถุชฺชนภูมึ อภพฺโพ ตํ กมฺมํ กาตุํ ยํ กมฺมํ กตฺวา นิรยํ วา ติรจฺฉานโยนึ วา ปิตฺติวิสยํ วา อุปปชฺเชยฺย อภพฺโพว ตาว กาลํ กาตุํ ยาว น โสตาปตฺติผลํ สจฺฉิกโรติ ฯ โย ภิกฺขเว อิเม ธมฺเม เอวํ ชานาติ เอวํ ปสฺสติ ฯ อยํ วุจฺจติ โสตาปนฺโน อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโนติ ฯ
พระนครสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา เสียงไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดากลิ่นไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา รสไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา โผฏฐัพพะไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา ธรรมารมณ์ไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดเชื่อมั่นไม่หวั่นไหวซึ่งธรรมเหล่านี้อย่างนี้ เรากล่าวผู้นี้ว่า สัทธานุสารี ก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม ก้าวลงสู่สัปปุริสภูมิล่วงภูมิปุถุชน ไม่ควรเพื่อทำกรรมที่บุคคลทำแล้วพึงเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หรือปิตติ-*วิสัย ไม่ควรเพื่อทำกาละ ตราบเท่าที่ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้ ย่อมควรเพ่งด้วยปัญญา โดยประมาณอย่างนี้แก่ผู้ใด. เรากล่าวผู้นี้ว่า ธัมมานุสารีก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม ก้าวลงสู่สัปปุริสภูมิ ล่วงภูมิปุถุชน ไม่ควรเพื่อทำกรรมที่บุคคลทำแล้วพึงเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หรือปิตติวิสัย ไม่ควรเพื่อทำกาละตราบเท่าที่ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดรู้เห็นธรรมเหล่านี้อย่างนี้ เรากล่าวผู้นี้ว่าเป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้เป็นเบื้องหน้า. จบ สูตรที่ ๒.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. รูปสูตร ว่าด้วยรูป
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย รูปไม่เที่ยง มีความแปรผัน มีภาวะโดยอาการอื่น สัททะ(เสียง)ไม่เที่ยง มีความแปรผัน มีภาวะโดยอาการอื่น คันธะ(กลิ่น)ไม่เที่ยง มีความแปรผัน มีภาวะโดยอาการอื่น รสไม่เที่ยง มีความแปรผัน มีภาวะโดยอาการอื่น โผฏฐัพพะ (สิ่งที่ถูกต้องกาย) ไม่เที่ยง มีความแปรผัน มีภาวะโดยอาการอื่น ธรรมารมณ์ไม่เที่ยง มีความแปรผัน มีภาวะโดยอาการอื่น ภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดศรัทธาเชื่อมั่นธรรมเหล่านี้อย่างนี้ ผู้นี้เราเรียกว่า ‘สัทธานุสารี ก้าวลงสู่อริยมรรค หยั่งลงสู่ภูมิของสัตบุรุษ ผ่านภูมิของปุถุชนได้แล้ว ไม่ควรทำกรรมที่ทำแล้วไปเกิดในนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หรือภูมิแห่งเปรตไม่สมควรตายตราบเท่าที่ยังไม่ทำให้แจ้งโสดาปัตติผล’ ภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้ของผู้ใดประจักษ์ชัดโดยยิ่งด้วยปัญญาอย่างนี้ ผู้นี้เราเรียกว่า‘ธัมมานุสารี ก้าวลงสู่อริยมรรค หยั่งลงสู่ภูมิของสัตบุรุษ ผ่านภูมิของปุถุชนได้แล้ว ไม่ควรทำกรรมที่ทำแล้วไปเกิดในนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานหรือภูมิแห่งเปรต ไม่สมควรตายตราบเท่าที่ยังไม่ทำให้แจ้งโสดาปัตติผล’ ภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดรู้เห็นธรรมเหล่านี้อย่างนี้ ผู้นี้เราเรียกว่า ‘เป็นโสดาบันไม่มีทางตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า’ รูปสูตรที่ ๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๒๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาโอกกันตสังยุต อรรถกถาจักขุสุตตาทิสูตรที่ ๑-๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในโอกกันตสังยุตดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อธิมุจฺจติ ได้แก่ ย่อมได้สัทธาธิโมกข์.
____________________________
อรรถกถาว่า สทฺธาวิโมกฺขํ ฉบับพม่าเป็น สทฺธาธิโมกฺขํ แปลตามต้นฉบับพม่า.
บทว่า โอกฺกนฺโต สมฺมตฺตนิยามํ ได้แก่ เข้าไปสู่อริยมรรค.
ด้วยบทว่า อภพฺโพว ตาว กาลํ กาตุํ นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงถึงความไม่เป็นอันตราย (เครื่องกีดขวาง) ต่อผล ในเมื่อมรรคเกิดขึ้นแล้ว. เพราะว่าเมื่อมรรคเกิดขึ้นแล้ว ขึ้นชื่อว่าการทำอันตราย (เครื่องกีดขวาง) แก่ผล จะไม่มี.
ด้วยเหตุนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ก็บุคคลนี้พึงเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล และเวลาที่กัปจะถูกไฟไหม้ ก็คงมี (แต่ว่า) กัปนี้จะไม่พึงถูกไฟไหม้ ตราบเท่าที่บุคคลนี้ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล บุคคลนี้จึงถูกเรียกว่าผู้ดำรงอยู่ชั่วกัป.
บทว่า มตฺตโส นิชฺฌานํ ขมนฺติ ความว่า การซึ่งการตรวจตราดูโดยประมาณ.
บทที่เหลือในที่ทุกแห่ง มีความหมายง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาโอกกันตสังยุต -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. จักขุสูตร
๒. รูปสูตร
๓. วิญญาณสูตร
๔. ผัสสสูตร
๕. เวทนาสูตร
๖. สัญญาสูตร
๗. เจตนาสูตร
๘. ตัณหาสูตร
๙. ธาตุสูตร
๑๐. ขันธสูตร -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ทิฏฐิสังยุต จตุตถเปยยาลที่ ๔ ๒๖. อทุกขมสุขีอัตตาสูตร ว่าด้วยอัตตาไม่มีทั้งทุกข์ทั้งสุข