๑๑. กุลปุตตสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๑๑. กุลปุตตสูตรที่ ๑ ว่าด้วยธรรมอันสมควรแก่กุลบุตร
สาวตฺถี ฯ ตตฺร โข ฯ สทฺธาปพฺพชิตสฺส ภิกฺขเว กุลปุตฺตสฺส อยมนุธมฺโม โหติ ยํ รูเป นิพฺพิทาพหุลํ วิหเรยฺย เวทนาย ฯ สญฺญาย ฯ สงฺขาเรสุ ฯ วิญฺญาเณ นิพฺพิทาพหุลํ วิหเรยฺย ฯ โย รูเป นิพฺพิทาพหุลํ วิหรนฺโต เวทนาย ฯ สญฺญาย ฯ สงฺขาเรสุ ฯ วิญฺญาเณ นิพฺพิทาพหุลํ วิหรนฺโต รูปํ ปริชานาติ เวทนํ ฯ สญฺญํ ฯ สงฺขาเร ฯ วิญฺญาณํ ปริชานาติ โส รูปํ ปริชานํ เวทนํ ฯเปฯ สญฺญํ ฯ สงฺขาเร ฯ วิญฺญาณํ ปริชานํ ปริมุจฺจติ รูปมฺหา ปริมุจฺจติ เวทนาย ปริมุจฺจติ สญฺญาย ปริมุจฺจติ สงฺขาเรหิ ปริมุจฺจติ วิญฺญาณมฺหา ปริมุจฺจติ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ ปริมุจฺจติ ทุกฺขสฺมาติ วทามีติ ฯ
พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเป็นผู้มากด้วยความเบื่อหน่ายในรูปในเวทนา ในสัญญา ในสังขาร ในวิญญาณ นี้ย่อมเป็นธรรมสมควรแห่งกุลบุตรผู้บวชด้วยศรัทธา. เมื่อเป็นผู้มากด้วยความเบื่อหน่ายในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขาร ในวิญญาณย่อมกำหนดรู้ซึ่งรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เมื่อกำหนดรู้ซึ่งรูป เวทนา สัญญาสังขาร วิญญาณ ย่อมหลุดพ้นไปจากรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จากชาติ ชรามรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส เรากล่าวว่า ย่อมหลุดพ้นไปจากทุกข์. จบ สูตรที่ ๑๑.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๑. นิพพิทาพหุลสูตร ว่าด้วยผู้มากด้วยความเบื่อหน่าย
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้บวชด้วยศรัทธา มีธรรมอันเหมาะสม คือ พึงเป็นผู้มากด้วยความเบื่อหน่ายในรูปอยู่ ... ในเวทนา ... ในสัญญา ... ในสังขาร พึงเป็นผู้มากด้วยความเบื่อหน่ายในวิญญาณอยู่ ผู้ใดมากด้วยความเบื่อหน่ายในรูปอยู่ ... ในเวทนา ... ในสัญญา ... ในสังขารมากด้วยความเบื่อหน่ายในวิญญาณอยู่ ก็จะกำหนดรู้รูป ... เวทนา ... สัญญา ... สังขาร กำหนดรู้วิญญาณ ผู้นั้นเมื่อกำหนดรู้รูป กำหนดรู้เวทนา กำหนดรู้สัญญากำหนดรู้สังขาร กำหนดรู้วิญญาณ ย่อมพ้นจากรูป ย่อมพ้นจากเวทนา ย่อมพ้นจากสัญญา ย่อมพ้นจากสังขาร ย่อมพ้นจากวิญญาณ เรากล่าวว่า ‘ย่อมพ้นจากชาติชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส และย่อมพ้นจากทุกข์’นิพพิทาพหุลสูตรที่ ๑๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถากุกกุฬวรรค
พึงทราบวินิจฉัยในกุกกุฬสูตรที่ ๑ แห่งกุกกุฬวรรค ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า กุกฺกุฬํ แปลว่าร้อน คือไฟติดโชน.
ในสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสลักษณะของทุกข์ที่มีความเร่าร้อนมากไว้ว่าเหมือนกองเถ้า.
ในสูตรที่เหลือ พระผู้มีพระภาคเจ้าแยกตรัสลักษณะเหล่านี้ทั้งหมดมีอนิจจลักษณะเป็นต้น ไว้ตามอัธยาศัยของบุคคลแล.
จบอรรถกถากุกกุฬวรรคที่ ๔ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กุกกุฬสูตร
๒. อนิจจสูตรที่ ๑
๓. อนิจจสูตรที่ ๒
๔. อนิจจสูตรที่ ๓
๕. ทุกขสูตรที่ ๑
๖. ทุกขสูตร ที่ ๒
๗. ทุกขสูตรที่ ๓
๘. อนัตตสูตรที่ ๑
๙. อนัตตสูตรที่ ๒
๑๐. อนัตตสูตรที่ ๓
๑๑. กุลปุตตสูตรที่ ๑
๑๒. กุลปุตตสูตรที่ ๒
๑๓. กุลปุตตสูตรที่ ๓
๑๔. กุลปุตตสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุตต์ จุลปัณณาสก์ อวิชชาวรรคที่ ๓ ๑๐. โกฏฐิตสูตรที่ ๓ ว่าด้วยความหมายของอวิชชาและวิชชา