๔. อุเปกขาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๔. อุเปกขาสูตร ว่าด้วยจตุตถฌาน
สาวตฺถี ฯ อทฺทสา โข อายสฺมา อานนฺโท ฯเปฯ วิปฺปสนฺนานิ โข เต อาวุโส สารีปุตฺต อินฺทฺริยานิ ปริสุทฺโธ มุขวณฺโณ ปริโยทาโต กตเมนายสฺมา สารีปุตฺโต อชฺช วิหาเรน วิหาสีติ ฯ อิธาหํ อาวุโส สุขสฺส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา ปุพฺเพว โสมนสฺสโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมา อทุกฺขมสุขํ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธึ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ ฯ ตสฺส มยฺหํ อาวุโส น เอวํ โหติ อหํ จตุตฺถํ ฌานํ สมาปชฺชามีติ วา อหํ จตุตฺถํ ฌานํ สมาปนฺโนติ วา อหํ จตุตฺถา ฌานา วุฏฺฐิโตติ วาติ ฯ ตถา หิ ปนายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ทีฆรตฺตํ อหงฺการ- มมงฺการมานานุสยา สุสมูหตา ตสฺมา อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส น เอวํ โหติ อหํ จตุตฺถํ ฌานํ สมาปชฺชามีติ วา อหํ จตุตฺถํ ฌานํ สมาปนฺโนติ วา อหํ จตุตฺถา ฌานา วุฏฺฐิโตติ วาติ ฯ
พระนครสาวัตถี. ท่านพระอานนท์ได้เห็นท่านพระสารีบุตรมาแต่ไกล จึงกล่าวกะท่านพระสารีบุตรว่า อาวุโสสารีบุตร อินทรีย์ของท่านผ่องใสนัก สีหน้าของท่านหมดจด ผ่องใสวันนี้ ท่านพระสารีบุตรอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร? ท่านพระสารีบุตรตอบว่า อาวุโส ดังเราจะบอก เราเข้าจตุตถฌานอันไม่มีทุกข์ ไม่มีสุขเพราะละสุขละทุกข์และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่. อาวุโสเรามิได้คิดอย่างนี้ว่า เราเข้าจตุตถฌานอยู่ หรือว่าเข้าจตุตถฌานแล้ว หรือว่าออกจากจตุตถฌานแล้ว ฯลฯ จบ สูตรที่ ๔.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. อุเปกขาสูตร ว่าด้วยจตุตถฌานที่มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ท่านพระอานนท์ได้เห็น ฯลฯ จึงถามว่า “ท่านสารีบุตร อินทรีย์ของท่านผ่องใสยิ่งนัก สีหน้าก็บริสุทธิ์ผุดผ่อง วันนี้ ท่านสารีบุตรอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร” ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “ท่านผู้มีอายุ เพราะละสุขและทุกข์ได้ เพราะโสมนัสและโทมนัสดับไปก่อนแล้ว วันนี้ ผมเข้าจตุตถฌานไม่มีทุกข์ ไม่มีสุขมีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขาอยู่ ผมนั้นไม่ได้คิดว่า ‘เราเข้าจตุตถฌานอยู่ หรือเข้าจตุตถฌานแล้ว หรือออกจากจตุตถฌานแล้ว” อันที่จริง ท่านพระสารีบุตรถอนอหังการ มมังการ และมานานุสัยออกได้นานแล้ว ฉะนั้น ท่านจึงไม่คิดว่า “เราเข้าจตุตถฌานอยู่ หรือเข้าจตุตถฌานแล้วหรือออกจากจตุตถฌานแล้ว” อุเปกขาสูตรที่ ๔ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๓๓๔/๓๕๑-๓๕๒ @ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๓๓๕/๓๕๒
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๔๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสารีปุตตสังยุต อรรถกถาสูตรที่ ๑-๙
พึงทราบวินิจฉัยในสูตรที่ ๑ แห่งสารีปุตตสังยุต ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า น เอวํ โหติ ความว่า เพราะท่านละอหังการ (ความสำคัญว่าเรา) และมมังการ (ความสำคัญว่าของเรา) ได้แล้ว จึงไม่มีความคิดอย่างนี้.
แม้ในสูตรที่ ๒ เป็นต้น (จนถึงสูตรที่ ๙) ก็มีนัย (ความหมายอย่างเดียวกัน) นี้.
จบอรรถกถาสูตรที่ ๑-๙ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค กิเลสสังยุต ๑๐. ขันธสูตร ว่าด้วยอุปกิเลสแห่งจิต