๒. สัตตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๓๖๗เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข อายสฺมา ราโธ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา ราโธ ภควนฺตํ เอตทโวจ สตฺโต สตฺโตติ ภนฺเต วุจฺจติ กิตฺตาวตา นุ โข ภนฺเต สตฺโตติ วุจฺจตีติ ฯ รูเป โข ราธ โย ฉนฺโท โย ราโค ยา นนฺทิ ยา ตณฺหา ตตฺร สตฺโต ตตฺร วิสตฺโต ตสฺมา สตฺโตติ วุจฺจติ ฯ เวทนาย ฯ สญฺญาย ฯ สงฺขาเรสุ ฯ วิญฺญาเณ โย ฉนฺโท โย ราโค ยา นนฺทิ ยา ตณฺหา ตตฺร สตฺโต ตตฺร วิสตฺโต ตสฺมา สตฺโตติ วุจฺจติ ฯ {๓๖๗.๑} เสยฺยถาปิ ราธ กุมารกา วา กุมาริกาโย วา ปํสฺวาคารเกหิ กีฬนฺตา ยาวกีวญฺจ เตสุ ปํสฺวาคารเกสุ อวีตราคา โหนฺติ อวีตจฺฉนฺทา อวีตเปมา อวีตปิปาสา อวีตปริฬาหา อวีตตณฺหา ตาวตานิ ปํสฺวาคารกานิ อาลยนฺติ เกฬายนฺติ ธนายนฺติ มมายนฺติ ยโต จ โข ราธ กุมารกา วา กุมาริกาโย วา เตสุ ปํสฺวาคารเกสุ วีตราคา โหนฺติ วีตจฺฉนฺทา วีตเปมา วีตปิปาสา วีตปริฬาหา วีตตณฺหา อถ โข ตานิ ปํสฺวาคารกานิ หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ วิกิรนฺติ วิธมนฺติ วิทฺธํเสนฺติ วิกีฬนิกํ กโรนฺติ ฯ เอวเมว โข ราธ ตุเมฺหปิ รูปํ วิกิรถ วิธมถ วิทฺธํเสถ วิกีฬนิกํ กโรถ ตณฺหกฺขยาย ปฏิปชฺชถ เวทนํ วิกิรถ วิธมถ วิทฺธํเสถ วิกีฬนิกํ กโรถ ตณฺหกฺขยาย ปฏิปชฺชถ สญฺญํ ฯ สงฺขาเร วิกิรถ วิธมถ วิทฺธํเสถ วิกีฬนิกํ กโรถ ตณฺหกฺขยาย ปฏิปชฺชถ วิญฺญาณํ วิกิรถ วิธมถ วิทฺธํเสถ วิกีฬนิกํ กโรถ ตณฺหกฺขยาย ปฏิปชฺชถ ฯ ตณฺหกฺขโย หิ ราธ นิพฺพานนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. สัตตสูตร ว่าด้วยสัตว์
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระราธะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่พระองค์ตรัสว่า ‘สัตว์ สัตว์’ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอพระองค์จึงตรัสว่า ‘สัตว์” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ราธะ บุคคลผู้ข้องติดอยู่ในความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยากในรูป เพราะฉะนั้น เราจึงกล่าวว่า‘สัตว์’ ... ในเวทนา ฯลฯ ในสัญญา ... ในสังขาร ... บุคคลผู้ข้องติดอยู่ในความพอใจความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยากในวิญญาณ เพราะฉะนั้นเราจึงกล่าวว่า ‘สัตว์’
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๒๕๔}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๒. ราธสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๓. ภวเนตติสูตร ราธะ พวกเด็กชายหรือเด็กหญิงเล่นเรือนฝุ่นอยู่ เป็นผู้ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ไม่ปราศจากความพอใจ ไม่ปราศจากความรัก ไม่ปราศจากความกระหายไม่ปราศจากความเร่าร้อน ไม่ปราศจากความทะยานอยากในเรือนฝุ่นเหล่านั้นอยู่เพียงใดพวกเขาก็อาลัย อยากเล่น หวงแหน ยึดถือเรือนฝุ่นทั้งหลายอยู่เพียงนั้น แต่เมื่อใด พวกเด็กชายหรือเด็กหญิง เป็นผู้ปราศจากความกำหนัด ปราศจากความพอใจ ปราศจากความรัก ปราศจากความกระหาย ปราศจากความเร่าร้อนปราศจากความทะยานอยากในเรือนฝุ่นเหล่านั้น เมื่อนั้น พวกเขาย่อมรื้อ ยื้อแย่งทำลาย ทำเรือนฝุ่นเหล่านั้นให้เล่นไม่ได้ด้วยมือและเท้า แม้ฉันใด แม้เธอทั้งหลายก็ฉันนั้นเหมือนกัน จงรื้อ แยก กระจายออก ทำรูปให้ยินดีไม่ได้ ปฏิบัติเพื่อความสิ้นตัณหา เธอทั้งหลายจงรื้อ แยก กระจายออก ทำเวทนาให้ยินดีไม่ได้ปฏิบัติเพื่อความสิ้นตัณหา ... สัญญา ... เธอทั้งหลายจงรื้อ แยก กระจายออกทำสังขารให้ยินดีไม่ได้ ปฏิบัติเพื่อสิ้นตัณหา เธอทั้งหลายจงรื้อ แยก กระจายออกทำวิญญาณให้ยินดีไม่ได้ ปฏิบัติเพื่อความสิ้นตัณหา ราธะ ก็ความสิ้นตัณหา จัดเป็นนิพพาน” สัตตสูตรที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสัตตสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในสัตตสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สตฺโต เป็นคำถามถึงบุคคล.
บทว่า ตตฺร สตฺโต ตตฺร วิสตฺโต ความว่า ผู้ติด คือผู้ข้องอยู่ในอุปาทานขันธ์นั้น.
บทว่า ปํสฺวาคารเกหิ แปลว่า เรือนที่ทำด้วยฝุ่น. (เรือนเล่นขายของ)
บทว่า กีฬายนฺติ แปลว่า เล่น.
บทว่า ธนายนฺติ แปลว่า สำคัญเรือนที่ทำด้วยฝุ่นว่าเหมือนทรัพย์.
บทว่า มมายนฺติ ได้แก่ ทำการยึดถือว่า นี้ของเรา นี้ของเรา คือไม่ยอมแม้แต่จะให้คนอื่นแตะต้อง.
บทว่า วิกีฬนิกํ กโรนฺติ ความว่า เด็กชายหรือเด็กหญิงเหล่านั้นคิดว่า การเล่นเลิกแล้ว จึงทำลายทำให้ใช้เล่นไม่ได้.
จบอรรถกถาสัตตสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------