๑. มารสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค อุปนิสินนวรรคที่ ๔ ๑. มารสูตร ว่าด้วยการละความพอใจในสิ่งที่เป็นมาร
๔๐๑พระนครสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระราธะว่า ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในสิ่งนั้นเสีย. ดูกรราธะ สิ่งใดเล่าเป็นมาร? ดูกรราธะ รูปเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในรูปนั้นเสีย ฯลฯ วิญญาณเป็นมารเธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในวิญญาณนั้นเสีย. ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในสิ่งนั้นเสีย.
๔๐๒พระนครสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระราธะว่า ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอพึงละความกำหนัดในสิ่งนั้นเสีย ฯลฯ
๔๐๓ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอพึงละความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในสิ่งนั้นเสีย ฯลฯ จบ สูตรที่ ๑.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๒. ราธสังยุต] ๔. อุปนิสินนวรรค ๒. มารธัมมสูตร ๔. อุปนิสินนวรรค หมวดว่าด้วยผู้เข้าไปนั่งใกล้ ๑-๑๑. มาราทิสุตตเอกาทสกะ ว่าด้วยพระสูตร ๑๑ สูตร มีมารสูตรเป็นต้น ๑. มารสูตร ว่าด้วยมาร
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับท่านพระราธะผู้นั่ง ณ ที่สมควร ดังนี้ว่า “ราธะสิ่งใดเป็นมาร เธอพึงละฉันทะ ราคะ ฉันทราคะในสิ่งนั้น ก็อะไรเล่าเป็นมาร คือ รูปเป็นมาร เธอพึงละฉันทะ ราคะ ฉันทราคะในรูปนั้น ฯลฯ วิญญาณเป็นมาร เธอพึงละฉันทะ ราคะ ฉันทราคะในวิญญาณนั้น ราธะ สิ่งใดเป็นมาร เธอพึงละฉันทะ ราคะ ฉันทราคะในสิ่งนั้น”มารสูตรที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอุปนิสินนวรรคที่ ๔
วรรคที่ ๔ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสด้วยอำนาจอุปนิสินนกถา. แต่ว่าราชสังยุตนี้แม้ทั้งสิ้นพึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำด้วยอำนาจธรรมเป็นเครื่องบ่มวิมุตติแก่พระเถระ.
จบอรรถกถาอุปนิสินนวรรคที่ ๔ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ราธสังยุต อายาจนวรรคที่ ๓ นิโรธธัมมสูตรที่ ๑๒ ว่าด้วยการละความพอใจในสิ่งที่รู้จักดับ