๗. อัสสาทสูตร ที่ ๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๖๒สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว รูปสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา รูปสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ รูปสฺส อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมึ สารชฺชนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว รูปสฺส อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา รูปสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ รูปสฺส อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว รูปสฺส นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา รูปสฺมา นิสฺสเรยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ รูปสฺส นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมา นิสฺสรนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว เวทนาย อสฺสาโท อภวิสฺส ฯเปฯ โน เจทํ ภิกฺขเว สญฺญาย ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว สงฺขารานํ อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา สงฺขาเรสุ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ สงฺขารานํ อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา สงฺขาเรสุ สารชฺชนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว สงฺขารานํ อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา สงฺขาเรสุ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ สงฺขารานํ อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา สงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว สงฺขารานํ นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา สงฺขาเรหิ นิสฺสเรยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ สงฺขารานํ นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา สงฺขาเรหิ นิสฺสรนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว วิญฺญาณสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ วิญฺญาณสฺส อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ สารชฺชนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว วิญฺญาณสฺส อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ วิญฺญาณสฺส อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว วิญฺญาณสฺส นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา วิญฺญาณสฺมา นิสฺสเรยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ วิญฺญาณสฺส นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา วิญฺญาณสฺมา นิสฺสรนฺติ ฯ
๖๓ยาวกีวญฺจ ภิกฺขเว สตฺตา อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ น อพฺภญฺญึสุ เนว ตาว ภิกฺขเว สตฺตา สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสญฺญุตฺตา วิปฺปมุตฺตา วิมริยาทิกเตน เจตสา วิหรึสุ ฯ ยโต จ โข ภิกฺขเว สตฺตา อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ อพฺภญฺญึสุ อถ ภิกฺขเว สตฺตา สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสญฺญุตฺตา วิปฺปมุตฺตา วิมริยาทิกเตน เจตสา วิหรนฺตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. ตติยอัสสาทสูตร ว่าด้วยคุณของขันธ์ สูตรที่ ๓
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าคุณของรูปจักไม่มีแล้ว สัตว์ ทั้งหลายก็ไม่พึงติดใจในรูป แต่เพราะคุณของรูปมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงติดใจในรูป ถ้าโทษของรูปจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงเบื่อหน่ายในรูป แต่เพราะโทษของรูปมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในรูป ถ้าเครื่องสลัดออกจากรูปจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงสลัดออกจากรูปแต่เพราะเครื่องสลัดออกจากรูปมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงสลัดออกจากรูป ถ้าคุณของเวทนาจักไม่มีแล้ว ฯลฯ ถ้าคุณของสัญญาจักไม่มีแล้ว ฯลฯ ถ้าคุณของสังขารจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงติดใจในสังขาร แต่เพราะคุณของสังขารมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงติดใจในสังขาร ถ้าโทษของสังขารจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงเบื่อหน่ายในสังขาร แต่เพราะโทษของสังขารมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในสังขาร ถ้าเครื่องสลัดออกจากสังขารจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงสลัดออกจากสังขารแต่เพราะเครื่องสลัดออกจากสังขารมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงสลัดออกจากสังขาร ถ้าคุณของวิญญาณจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงติดใจในวิญญาณ แต่ เพราะคุณของวิญญาณมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงติดใจในวิญญาณ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๑๕/๑๔-๑๕, ๑๖/๑๕-๑๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๔๑}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๓. ภารวรรค ๘. อภินันทนสูตร ถ้าโทษของวิญญาณจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงเบื่อหน่ายในวิญญาณ แต่เพราะโทษของวิญญาณมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในวิญญาณ ถ้าเครื่องสลัดออกจากวิญญาณจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงสลัดออก จากวิญญาณ แต่เพราะเครื่องสลัดออกจากวิญญาณมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงสลัดออกจากวิญญาณ ภิกษุทั้งหลาย ตราบใด สัตว์ทั้งหลายยังไม่รู้ชัดคุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ และเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากอุปาทาน-ขันธ์ ๕ ประการนี้ตามความเป็นจริง ตราบนั้น สัตว์ทั้งหลายจะออกไป หลุดไปพ้นไป มีใจปราศจากแดน อยู่ไม่ได้เลยในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลกในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ แต่เมื่อใด สัตว์ทั้งหลายรู้ชัดคุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากอุปาทานขันธ์ ๕ ประการนี้ตามความเป็นจริง เมื่อนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงออกไป หลุดไป พ้นไป มีใจปราศจากแดนอยู่ในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณ-พราหมณ์ เทวดาและมนุษย์” ตติยอัสสาทสูตรที่ ๗ จบ ๘. อภินันทนสูตร ว่าด้วยความเพลิดเพลินขันธ์
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่เพลิดเพลินรูป ชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ผู้ที่เพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ‘พ้นจากทุกข์ไม่ได้’ ผู้ที่เพลิดเพลินเวทนา ... ผู้ที่เพลิดเพลินสัญญา ... ผู้ที่เพลิดเพลินสังขาร ... @เชิงอรรถ : @ แดน ในที่นี้หมายถึงกิเลสหรือวัฏฏะ (สํ.สฬา.อ. ๓/๑๗-๑๘/๔, สํ.ฏีกา ๒/๑๗-๑๘/๓๓๖)@ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๑๗/๑๖-๑๗, ๑๘/๑๗-๑๘
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๔๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาฉันทราคสูตรที่ ๔-๙
สูตรที่ ๔ เป็นต้น พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในธาตุสังยุตนั่นแล.
แต่ในที่นี้ท่านกล่าวสัจจะ ๔ ไว้ในสูตรที่ ๕ ที่ ๖ และที่ ๗ ในธาตุสังยุตนั้นตามลำดับ.
ในสูตรที่ ๙ ท่านกล่าววัฏฏะและนิพพานไว้.
จบอรรถกถาฉันทราคสูตรที่ ๔-๙ ----------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุตต์ มูลปัณณาสก์ ภารวรรคที่ ๓ ปริชานสูตร