๒. หรติสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๕๓๑สาวตฺถี ฯ จตสฺโส อิมา ภิกฺขเว สุปณฺณโยนิโย ฯ กตมา จตสฺโส ฯ อณฺฑชา สุปณฺณา ชลาพุชา สุปณฺณา สํเสทชา สุปณฺณา อุปปาติกา สุปณฺณา ฯ ตตฺร ภิกฺขเว อณฺฑชา สุปณฺณา อณฺฑเช นาเค หรนฺติ น ชลาพุเช น สํเสทเช น อุปปาติเก ฯ ตตฺร ภิกฺขเว ชลาพุชา สุปณฺณา อณฺฑเช จ ชลาพุเช จ นาเค หรนฺติ น สํเสทเช น อุปปาติเก ฯ ตตฺร ภิกฺขเว สํเสทชา สุปณฺณา อณฺฑเช จ ชลาพุเช จ สํเสทเช จ นาเค หรนฺติ น อุปปาติเก ฯ ตตฺร ภิกฺขเว อุปปาติกา สุปณฺณา อณฺฑเช จ ชลาพุเช จ สํเสทเช จ อุปปาติเก จ นาเค หรนฺติ ฯ อิมา โข ภิกฺขเว จตสฺโส สุปณฺณโยนิโยติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. หรันติสูตร ว่าด้วยครุฑฉุดนาค
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย กำเนิดของครุฑ ๔ ประเภทนี้ กำเนิดของครุฑ ๔ ประเภท อะไรบ้าง คือ ๑. ครุฑที่เป็นอัณฑชะ ๒. ครุฑที่เป็นชลาพุชะ ๓. ครุฑที่เป็นสังเสทชะ ๔. ครุฑที่เป็นโอปปาติกะ ภิกษุทั้งหลาย กำเนิดของครุฑ ๔ ประเภทนี้ ในครุฑ ๔ จำพวกนั้น ครุฑที่เป็นอัณฑชะ นำนาคที่เป็นอัณฑชะไปได้ แต่นำนาคที่เป็นชลาพุชะ สังเสทชะ และโอปปาติกะไปไม่ได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๕๘}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๙. สุปัณณสังยุต] ๓. ทวยการีสูตร ครุฑที่เป็นชลาพุชะ นำนาคที่เป็นอัณฑชะ และชลาพุชะไปได้ แต่นำนาคที่ เป็นสังเสทชะ และโอปปาติกะไปไม่ได้ ครุฑที่เป็นสังเสทชะ นำนาคที่เป็นอัณฑชะ ชลาพุชะ และสังเสทชะไปได้ แต่นำนาคที่เป็นโอปปาติกะไปไม่ได้ ส่วนครุฑที่เป็นโอปปาติกะ นำนาคที่เป็นอัณฑชะ ชลาพุชะ สังเสทชะ และโอปปาติกะไปได้ ภิกษุทั้งหลาย กำเนิดของครุฑ ๔ ประเภทนี้” หรันติสูตรที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาหรติสูตรที่ ๒
บทว่า หรนฺติ แปลว่า เฉี่ยวเอาไป.
ก็แลครุฑเหล่านั้น เมื่อจะเฉี่ยว ก็จะสามารถเฉี่ยวแต่พวกนาคที่ไม่เท่าเทียมกับตน หรือที่เท่ากับตน (เท่านั้น) (แต่) ไม่สามารถเฉี่ยวพวกนาคที่ประณีตกว่าตนขึ้นไปได้.
ก็ชื่อว่านาคที่ครุฑเฉี่ยวเอาไปไม่ได้ มี ๗ จำพวก คือ นาคที่ชาติสูงกว่าพวกหนึ่ง นาคกัมพลอัสสดรพวกหนึ่ง นาคธตรฐพวกหนึ่งนาคที่อยู่ในมหาสมุทรสัตตสีทันดรพวกหนึ่ง นาคที่อยู่บนแผ่นดินพวกหนึ่งนาคที่อยู่ที่ภูเขาพวกหนึ่ง นาคที่อยู่ในวิมานพวกหนึ่ง.
บรรดานาคเหล่านั้น นาคที่เป็นชลาพุชะกำเนิดเป็นต้นสูงกว่านาคที่เป็นอัณฑชะกำเนิดเป็นต้นนาคที่เป็นชลาพุชะกำเนิดเป็นต้นเหล่านั้นอันครุฑเหล่านั้นเฉี่ยวเอาไปไม่ได้. ส่วนนาคพวกกัมพลอัสสดรเป็นนาคเสนาบดี ครุฑทุกตัวเห็นนาคเหล่านั้นในที่ใดที่หนึ่งแล้วก็ไม่สามารถจะเฉี่ยวเอาไปได้. นาคธตรฐเป็นนาคราชา แม้นาคธตรฐเหล่านั้น ครุฑตัวไหนก็ไม่สามารถจะเฉี่ยวเอาไปได้.
ส่วนนาคเหล่าใดอยู่ในมหาสมุทร สัตตสีทันดร ครุฑตัวไหนก็ไม่สามารถจะเฉี่ยวเอานาคเหล่านั้นไปได้ เพราะเหตุที่ใครๆ ไม่สามารถจะทำให้หวั่นไหวได้ในที่ไหนๆ (ในมหาสมุทรสัตตสีทันดรนั้น).
สำหรับพวกนาคที่อยู่ตามพื้นดินเป็นต้น จะมีโอกาสที่หลบซ่อนอยู่ฉะนั้น ครุฑจึงไม่สามารถจะเฉี่ยวเอานาคแม้เหล่านั้นไปได้. ส่วนนาคเหล่าใดอยู่บนหลังละลอกคลื่นในมหาสมุทร ครุฑบางตัวที่ทัดเทียมกันหรือประณีตกว่า จะไม่สามารถเฉี่ยวเอานาคเหล่านั้นไปได้.
บทที่เหลือมีนัย (ความหมาย) ดังกล่าวแล้วในนาคสังยุตนั่นแล.
จบอรรถกถาหรติสูตรที่ ๒ จบอรรถกถาสุปัณณสังยุต -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. สุทธกสูตร
๒. หรติสูตร
๓. ทวยการีสูตร ๔ สูตร
๔. ทานูปการสูตร ๔๐ สูตร. -----------------------------------------------------