๙. อุปปาทสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๖๖สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ โย ภิกฺขเว รูปสฺส อุปฺปาโท ฐิติ อภินิพฺพตฺติ ปาตุภาโว ทุกฺขสฺเสโส อุปฺปาโท โรคานํ ฐิติ ชรามรณสฺส ปาตุภาโว ฯ โย เวทนาย ฯ โย สญฺญาย ฯ โย สงฺขารานํ ฯ โย วิญฺญาณสฺส อุปฺปาโท ฐิติ อภินิพฺพตฺติ ปาตุภาโว ทุกฺขสฺเสโส อุปฺปาโท โรคานํ ฐิติ ชรามรณสฺส ปาตุภาโว ฯ
๖๗โย จ ภิกฺขเว รูปสฺส นิโรโธ วูปสโม อตฺถงฺคโม ทุกฺขสฺเสโส นิโรโธ โรคานํ วูปสโม ชรามรณสฺส อตฺถงฺคโม ฯ โย เวทนาย ฯ โย สญฺญาย ฯ โย สงฺขารานํ ฯ โย วิญฺญาณสฺส นิโรโธ วูปสโม อตฺถงฺคโม ทุกฺขสฺเสโส นิโรโธ โรคานํ วูปสโม ชรามรณสฺส อตฺถงฺคโมติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. อุปปาทสูตร ว่าด้วยความเกิดขึ้นแห่งขันธ์
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งรูป นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรคเป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งเวทนา ... แห่งสัญญา ... แห่งสังขาร ... ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งวิญญาณ นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ ภิกษุทั้งหลาย ส่วนความดับ ความสงบระงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งรูป นี้เป็นความดับแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชราและมรณะ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๑๙/๑๘-๑๙, ๒๐/๑๙
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๔๓}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๓. ภารวรรค ๑๐. อฆมูลสูตร ความดับ ความสงบระงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งเวทนา ... แห่งสัญญา ... แห่งสังขาร ... ความดับ ความสงบระงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งวิญญาณ นี้เป็นความดับ แห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชราและมรณะ”อุปปาทสูตรที่ ๙ จบ ๑๐. อฆมูลสูตร ว่าด้วยมูลเหตุแห่งทุกข์
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงทุกข์ และมูลเหตุแห่งทุกข์แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ทุกข์ เป็นอย่างไร คือ ทุกข์คือรูป ทุกข์คือเวทนา ทุกข์คือสัญญา ทุกข์คือสังขาร ทุกข์คือ วิญญาณ นี้เรียกว่า ทุกข์ มูลเหตุแห่งทุกข์ เป็นอย่างไร คือ ตัณหาอันทำให้เกิดอีก ประกอบด้วยความเพลิดเพลินและความกำหนัด มีปกติให้เพลิดเพลินในอารมณ์นั้นๆ ได้แก่ ๑. กามตัณหา ๒. ภวตัณหา ๓. วิภวตัณหา นี้เรียกว่า มูลเหตุแห่งทุกข์” อฆมูลสูตรที่ ๑๐ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๒๒/๒๐-๒๑
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๔๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาฉันทราคสูตรที่ ๔-๙
สูตรที่ ๔ เป็นต้น พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในธาตุสังยุตนั่นแล.
แต่ในที่นี้ท่านกล่าวสัจจะ ๔ ไว้ในสูตรที่ ๕ ที่ ๖ และที่ ๗ ในธาตุสังยุตนั้นตามลำดับ.
ในสูตรที่ ๙ ท่านกล่าววัฏฏะและนิพพานไว้.
จบอรรถกถาฉันทราคสูตรที่ ๔-๙ ----------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุตต์ มูลปัณณาสก์ ภารวรรคที่ ๓ ปริชานสูตร