อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๐๔

๑๐. นันทิขยสูตร ที่ ๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๔1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯเปฯ เอตทโวจ รูปํ ภิกฺขเว โยนิโส มนสิกโรถ รูปานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสถ ฯ รูปํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โยนิโส มนสิกโรนฺโต รูปานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสนฺโต รูปสฺมึ นิพฺพินฺทติ นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย ราคกฺขยา นนฺทิกฺขโย นนฺทิราคกฺขยา จิตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ วุจฺจติ ฯ เวทนํ ภิกฺขเว โยนิโส มนสิกโรถ เวทนานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสถ ฯ เวทนํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โยนิโส มนสิกโรนฺโต เวทนานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสนฺโต เวทนาย นิพฺพินฺทติ นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย ราคกฺขยา นนฺทิกฺขโย นนฺทิราคกฺขยา จิตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ วุจฺจติ ฯ สญฺญํ ภิกฺขเว ฯ สงฺขาเร ภิกฺขเว โยนิโส มนสิกโรถ สงฺขารานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสถ ฯ สงฺขาเร ภิกฺขเว ภิกฺขุ โยนิโส มนสิกโรนฺโต สงฺขารานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสนฺโต สงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทติ ฯ นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย ราคกฺขยา นนฺทิกฺขโย นนฺทิราคกฺขยา จิตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ วุจฺจติ ฯ วิญฺญาณํ ภิกฺขเว โยนิโส มนสิกโรถ วิญฺญาณานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสถ ฯ วิญฺญาณํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โยนิโส มนสิกโรนฺโต วิญฺญาณานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสนฺโต วิญฺญาณสฺมึ นิพฺพินฺทติ ฯ นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย ราคกฺขยา นนฺทิกฺขโย นนฺทิราคกฺขยา จิตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ วุจฺจตีติ ฯ อตฺตทีปวคฺโค ปญฺจโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ อตฺตทีปา ปฏิปทา เทฺว จ โหนฺติ อนิจฺจตา สมนุปสฺสนา ขนฺธา เทฺว โสณา เทฺว นนฺทิกฺขเยน จาติ ฯ มูลปณฺณาสกํ สมตฺตํ ฯ ตสฺส มูลปณฺณาสกวคฺคสฺสุทฺทานํ นกุลปิตา อนิจฺโจ จ ภาเรน นตุมฺหาเกน จ อตฺตทีเปน ปณฺณาโส ปฐโม เตน วุจฺจตีติ ฯ -------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๕. อัตตทีปวรรค ๑๐. ทุติยนันทิกขยสูตร ๑๐. ทุติยนันทิกขยสูตร ว่าด้วยการสิ้นความเพลิดเพลิน สูตรที่ ๒

ข้อ ๕๒

เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงมนสิการรูปโดยแยบคายและจงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งรูปตามความเป็นจริง เมื่อภิกษุมนสิการรูปโดยแยบคาย และพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งรูปตามความเป็นจริง ก็ย่อมเบื่อหน่ายในรูป เพราะสิ้นความเพลิดเพลินจึงสิ้นความกำหนัด เพราะสิ้นความกำหนัดจึงสิ้นความเพลิดเพลิน เพราะสิ้นทั้งความเพลิดเพลินและความกำหนัดจิตจึงหลุดพ้น เราเรียกว่า ‘หลุดพ้นดีแล้ว’ เธอทั้งหลายจงมนสิการเวทนาโดยแยบคาย และจงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งเวทนาตามความเป็นจริง เมื่อภิกษุมนสิการเวทนาโดยแยบคาย และพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งเวทนาตามความเป็นจริง ก็ย่อมเบื่อหน่ายในเวทนาเพราะสิ้นความเพลิดเพลินจึงสิ้นความกำหนัด เพราะสิ้นความกำหนัดจึงสิ้นความเพลิดเพลิน เพราะสิ้นทั้งความเพลิดเพลินและความกำหนัด จิตจึงหลุดพ้น เราเรียกว่า ‘หลุดพ้นดีแล้ว’ เธอทั้งหลายจงมนสิการสัญญาโดยแยบคาย ฯลฯ เธอทั้งหลายจงมนสิการสังขารโดยแยบคาย และจงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งสังขารตามความเป็นจริง เมื่อภิกษุมนสิการสังขารโดยแยบคาย และพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งสังขารตามความเป็นจริง ก็ย่อมเบื่อหน่ายในสังขาร เพราะสิ้นความเพลิดเพลินจึงสิ้นความกำหนัด เพราะสิ้นความกำหนัดจึงสิ้นความเพลิดเพลินเพราะสิ้นทั้งความเพลิดเพลินและความกำหนัด จิตจึงหลุดพ้น เราเรียกว่า ‘หลุดพ้นดีแล้ว’ เธอทั้งหลายจงมนสิการวิญญาณโดยแยบคาย และจงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งวิญญาณตามความเป็นจริง เมื่อภิกษุมนสิการวิญญาณโดยแยบคาย และพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งวิญญาณตามความเป็นจริง ก็ย่อมเบื่อหน่ายในวิญญาณ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๗๓}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๕. อัตตทีปวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค เพราะสิ้นความเพลิดเพลินจึงสิ้นความกำหนัด เพราะสิ้นความกำหนัดจึงสิ้นความเพลิดเพลิน เพราะสิ้นทั้งความเพลิดเพลินและความกำหนัด จิตจึงหลุดพ้น เราเรียกว่า ‘หลุดพ้นดีแล้ว’ ทุติยนันทิกขยสูตรที่ ๑๐ จบ อัตตทีปวรรคที่ ๕ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อัตตทีปสูตร ๒. ปฏิปทาสูตร ๓. อนิจจสูตร ๔. ทุติยอนิจจสูตร ๕. สมนุปัสสนาสูตร ๖. ขันธสูตร ๗. โสณสูตร ๘. ทุติยโสณสูตร ๙. นันทิกขยสูตร ๑๐. ทุติยนันทิกขยสูตร มูลปัณณาสก์ จบบริบูรณ์ รวมวรรคที่มีในมูลปัณณาสก์นี้ คือ ๑. นกุลปิตุวรรค ๒. อนิจจวรรค ๓. ภารวรรค ๔. นตุมหากวรรค ๕. อัตตทีปวรรค รวม ๕ วรรค เรียกว่า ปฐมปัณณาสก์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๗๔}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถานันทิขยสูตรที่ ๑-๒

ในสูตรที่ ๑-๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

คำว่า นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย ราคกฺขยา นนฺทิกฺขโย เพราะความเพลิดเพลินสิ้นไป ราคะก็สิ้นไป. เพราะราคะสิ้นไป ความเพลิดเพลินก็สิ้นไปนี้ ท่านกล่าวไว้เพื่อกระทำให้ต่างจากอรรถแห่งคำเหล่านี้ว่า นนฺทิ หรือว่า ราโค.

อนึ่ง บุคคลเมื่อเบื่อหน่ายด้วยนิพพิทานุปัสสนา ชื่อว่าย่อมละนันทิ ความเพลิดเพลิน เมื่อคลายความกำหนัดด้วยวิราคานุปัสสนา ชื่อว่าย่อมละราคะ.

ด้วยอันดับคำเพียงเท่านี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้วิปัสสนาจบลงแล้ว ทรงแสดงมรรคจิตในที่นี้ว่า เพราะราคะสิ้นไป นันทิก็สิ้นไป ดังนี้แล้วแสดงผลจิตว่า เพราะนันทิ-ราคะสิ้น จิตหลุดพ้นแล้วแล.

จบอรรถกถานันทิขยสูตรที่ ๑-๒ จบอัตตทีปวรรค จบอรรถกถามูลปัณณาสก์ -----------------------------------------------------

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อัตตทีปสูตร

๒. ปฏิปทาสูตร

๓. อนิจจสูตรที่ ๑

๔. อนิจจสูตรที่ ๒

๕. สมนุปัสสนาสูตร

๖. ปัญจขันธสูตร

๗. โสณสูตรที่ ๑

๘. โสณสูตรที่ ๒

๙. นันทิขยสูตรที่ ๑

๑๐. นันทิขยสูตรที่ ๒. จบมูลปัณณาสก์. -----------------------------------------------------

รวมวรรคที่มีในมูลปัณณาสก์นี้ คือ

๑. นกุลปิตาวรรค

๒. อนิจจวรรค

๓. ภารวรรค

๔. นตุมหากวรรค

๕. อัตตทีปวรรค

รวม ๕ วรรค ปฐมปัณณาสก์ก็เรียกในขันธสังยุตนั้น. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา