๖. พุทธสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๒๕สาวตฺถี ฯ ตตฺร โข ฯ ตถาคโต ภิกฺขเว อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ รูปสฺส นิพฺพิทา วิราคา นิโรธา อนุปาทา วิมุตฺโต สมฺมาสมฺพุทฺโธติ วุจฺจติ ฯ ภิกฺขุปิ ภิกฺขเว ปญฺญาวิมุตฺโต รูปสฺส นิพฺพิทา วิราคา นิโรธา อนุปาทา วิมุตฺโต ปญฺญาวิมุตฺโตติ วุจฺจติ ฯ ตถาคโต ภิกฺขเว อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ เวทนาย นิพฺพิทา วิราคา นิโรธา อนุปาทา วิมุตฺโต สมฺมาสมฺพุทฺโธติ วุจฺจติ ฯ ภิกฺขุปิ ภิกฺขเว ปญฺญาวิมุตฺโต เวทนาย นิพฺพิทา ฯเปฯ ปญฺญาวิมุตฺโตติ วุจฺจติ ฯ ตถาคโต ภิกฺขเว อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ สญฺญาย ฯ สงฺขารานํ ฯ วิญฺญาณสฺส นิพฺพิทา วิราคา นิโรธา อนุปาทา วิมุตฺโต สมฺมาสมฺพุทฺโธติ วุจฺจติ ฯ ภิกฺขุปิ ภิกฺขเว ปญฺญาวิมุตฺโต วิญฺญาณสฺส นิพฺพิทา วิราคา นิโรธา อนุปาทา วิมุตฺโต ปญฺญาวิมุตฺโตติ วุจฺจติ ฯ
๑๒๖ตตฺร ภิกฺขเว โก วิเสโส โก อธิปฺปายโส กึ นานากรณํ ตถาคตสฺส อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปญฺญาวิมุตฺเตน ภิกฺขุนาติ ฯ ภควํมูลกา โน ภนฺเต ธมฺมา ภควํเนตฺติกา ภควํปฏิสรณา สาธุ วต ภนฺเต ภควนฺตญฺเญว ปฏิภาตุ เอตสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ ภควโต สุตฺวา ภิกฺขู ธาเรสฺสนฺตีติ ฯ เตนหิ ภิกฺขเว สุณาถ สาธุกํ มนสิกโรถ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ ตถาคโต ภิกฺขเว อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา อสญฺชาตสฺส มคฺคสฺส สญฺชาเนตา อนกฺขาตสฺส มคฺคสฺส อกฺขาตา มคฺคญฺญู มคฺควิทู มคฺคโกวิโท ฯ มคฺคานุคา จ ภิกฺขเว เอตรหิ สาวกา วิหรนฺติ ปจฺฉา สมนฺนาคตา ฯ อยํ โข ภิกฺขเว วิเสโส อยํ อธิปฺปายโส อิทํ นานากรณํ ตถาคตสฺส อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปญฺญาวิมุตฺเตน ภิกฺขุนาติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. สัมมาสัมพุทธสูตร ว่าด้วยเหตุที่ทำให้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าหลุดพ้นแล้วเพราะเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ เพราะไม่ถือมั่นรูปบัณฑิตจึงเรียกว่า ‘พระสัมมาสัมพุทธเจ้า’ แม้ภิกษุผู้หลุดพ้นด้วยปัญญา หลุดพ้นเพราะเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ เพราะไม่ถือมั่นรูป เราก็เรียกว่า ‘ผู้หลุดพ้นด้วยปัญญา’
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๙๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มัชฌิมปัณณาสก์ ๑. อุปยวรรค ๖.สัมมาสัมพุทธสูตร พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าหลุดพ้นแล้วเพราะเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ เพราะไม่ถือมั่นเวทนา บัณฑิตจึงเรียกว่า ‘พระสัมมา-สัมพุทธเจ้า’ แม้ภิกษุผู้หลุดพ้นด้วยปัญญา หลุดพ้นเพราะเบื่อหน่าย ฯลฯ เราก็เรียกว่า‘ผู้หลุดพ้นด้วยปัญญา’ พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าหลุดพ้นแล้วเพราะเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ เพราะไม่ถือมั่นสัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณบัณฑิตจึงเรียกว่า ‘‘พระสัมมาสัมพุทธเจ้า’ แม้ภิกษุผู้หลุดพ้นด้วยปัญญา หลุดพ้นเพราะเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ เพราะไม่ถือมั่นวิญญาณ เราก็เรียกว่า ‘ผู้หลุดพ้นด้วยปัญญา’ ในเรื่องนั้นจะผิดแผกแตกต่างกันอย่างไร คือ ระหว่างพระตถาคตอรหันต-สัมมาสัมพุทธเจ้ากับภิกษุผู้หลุดพ้นด้วยปัญญามีอะไรต่างกัน” ภิกษุทั้งหลายพากันกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมของข้าพระองค์ทั้งหลาย มีพระผู้มีพระภาคเป็นหลัก มีพระผู้มีพระภาคเป็นผู้นำ มีพระผู้มีพระภาคเป็นที่พึ่ง ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานวโรกาส เฉพาะพระผู้มีพระภาคเท่านั้นที่จะทรงอธิบายเนื้อความแห่งพระภาษิตนั้นให้แจ่มแจ้ง ภิกษุทั้งหลายฟังต่อจากพระผู้มีพระภาคแล้วจักทรงจำไว้” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้นเธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเรื่องนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทำทางที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นทำให้รู้จักทางที่ใครๆ ไม่รู้จัก บอกทางที่ยังไม่มีใครบอก เป็นผู้รู้จักทาง รู้แจ้งทางฉลาดในทาง ภิกษุทั้งหลาย ส่วนเหล่าสาวกในบัดนี้ เป็นผู้ดำเนินไปตามทางอยู่เป็นผู้ตามมาในภายหลัง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๙๓}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มัชฌิมปัณณาสก์ ๑. อุปยวรรค ๗. อนันตตลักขณสูตร นี้แล เป็นความผิดแผกแตกต่างกัน ระหว่างพระตถาคตอรหันตสัมมา- สัมพุทธเจ้ากับภิกษุผู้หลุดพ้นด้วยปัญญา” สัมมาสัมพุทธสูตรที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาพุทธสูตรที่ ๖
ในพุทธสูตรที่ ๖ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า โก อธิปฺปายโส ความว่า อะไรเป็นความประสงค์ที่ยิ่งกว่ากัน.
บทว่า อนุปฺปนฺนสฺส ความว่า จริงอยู่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่ากัสสป ทรงให้มรรคจิตนี้เกิดขึ้น. ถัดจากนั้น ศาสดาอื่นไม่อาจให้เกิดขึ้นได้.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ชื่อว่าทำมรรคจิตที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้.
จริงอยู่ ในนคโรปัมมสูตร ทางเก่าเกิดในที่ที่ไม่มีร่องรอย ในที่นี้ชื่อว่ามรรคที่ยังไม่เกิดขึ้น เพราะอรรถว่ายังไม่เป็นไป.
บทว่า อสญฺชาตสฺส เป็นไวพจน์ของบทว่า อนุปฺปนฺนสฺส นั่นเอง.
บทว่า อนกฺขาตสฺส ได้แก่ มิได้ตรัสไว้.
ชื่อว่า มัคคัญญู เพราะรู้มรรคจิต. ชื่อว่า มัคควิทู เพราะทำมรรคจิตให้แจ่มแจ้ง คือให้ปรากฏ. ชื่อว่า มัคคามัคคโกวิทะ เพราะฉลาดในมรรคจิตและธรรมชาติมิใช่มรรคจิต.
บทว่า มคฺคานุคา แปลว่า ไปตามมรรคจิต.
บทว่า ปจฺฉา สมนฺนาคตา ความว่า เราถึงก่อน สาวกถึงภายหลัง.
จบ อรรถกถาพุทธสูตรที่ ๖ --------------------------------