๑๐. สุราธสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๔๘สาวตฺถี ฯ ตตฺร โข ฯ อายสฺมา สุราโธ ภควนฺตํ เอตทโวจ กถํ นุ โข ภนฺเต ชานโต กถํ ปสฺสโต อิมสฺมิญฺจ สวิญฺญาณเก กาเย พหิทฺธา จ สพฺพนิมิตฺเตสุ อหงฺการมมงฺการมานาปคตํ มานสํ โหติ วิธา สมติกฺกนฺตํ สนฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ ฯ ยงฺกิญฺจิ สุราธ รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ ฯเปฯ ยํ ทูเร สนฺติเก วา สพฺพํ รูปํ เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา อนุปาทา วิมุตฺโต โหติ ฯ ยา กาจิ เวทนา ฯ ยา กาจิ สญฺญา ฯ เย เกจิ สงฺขารา ฯ ยงฺกิญฺจิ วิญฺญาณํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ ฯเปฯ ยํ ทูเร สนฺติเก วา สพฺพํ วิญฺญาณํ เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา อนุปาทา วิมุตฺโต โหติ ฯ เอวํ โข สุราธ ชานโต เอวํ ปสฺสโต อิมสฺมิญฺจ สวิญฺญาณเก กาเย พหิทฺธา จ สพฺพนิมิตฺเตสุ อหงฺการมมงฺการ- มานาปคตํ มานสํ โหติ วิธา สมติกฺกนฺตํ สนฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ ฯเปฯ อญฺญตโร จ ปนายสฺมา สุราโธ อรหตํ อโหสีติ ฯ อรหนฺตวคฺโค ทุติโย ฯ ตสฺสุทฺทานํ อุปาทิยมญฺญมานา อถาภินนฺทมาโน จ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา จ อนตฺตนิยํ รชนิยสณฺฐิตํ ราธสุราเธน เต ทสาติ ฯ -------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. สุราธสูตร ว่าด้วยพระสุราธะ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระสุราธะ ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อบุคคลรู้ เห็นอย่างไร ใจจึงจะปราศจากอหังการ มมังการ และมานานุสัยในกายที่มีวิญญาณนี้ และในนิมิตทั้งปวงในภายนอก ก้าวล่วงมานะด้วยดี สงบระงับหลุดพ้นดีแล้ว” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “สุราธะ รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีตอนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ ไกลหรือใกล้ก็ตาม รูปทั้งหมดนั้นอริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่นนั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ เป็นผู้หลุดพ้นเพราะไม่ถือมั่น เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ... สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ... สังขารเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ...
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๑๑๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มัชฌิมปัณณาสก์ ๒. อรหันตวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ ไกลหรือใกล้ก็ตาม วิญญาณทั้งหมดนั้นอริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’เป็นผู้หลุดพ้นเพราะไม่ถือมั่น สุราธะ เมื่อบุคคลรู้ เห็นอย่างนี้ ใจจึงจะปราศจากอหังการ มมังการ และมานานุสัยในกายที่มีวิญญาณนี้ และในนิมิตทั้งปวงในภายนอก ก้าวล่วงมานะด้วยดีสงบระงับ หลุดพ้นดีแล้ว” ฯลฯ อนึ่ง ท่านพระสุราธะได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลายสุราธสูตรที่ ๑๐ จบ อรหันตวรรคที่ ๒ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อุปาทิยมานสูตร ๒. มัญญมานสูตร ๓. อภินันทมานสูตร ๔. อนิจจสูตร ๕. ทุกขสูตร ๖. อนัตตสูตร ๗. อนัตตนิยสูตร ๘. รชนียสัณฐิตสูตร ๙. ราธสูตร ๑๐. สุราธสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๑๑๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาราธสูตรที่ ๙ และสุราธสูตรที่ ๑๐
ราธสูตรที่ ๙ และสุราธสูตรที่ ๑๐ พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในราหุลสังยุตแล.
จบอรรถกถาอรหันตวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อุปาทิยสูตร
๒. มัญญมานสูตร
๓. อภินันทมานสูตร
๔. อนิจจสูตร
๕. ทุกขสูตร
๖. อนัตตสูตร
๗. อนัตตนิยสูตร
๘. รชนิยสัณฐิตสูตร
๙. ราธสูตร
๑๐. สุราธสูตร. -----------------------------------------------------