๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทาน (๑๗๐)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ ปญฺจงฺคุลิยตฺเถราปทานํ (๑๗๐)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ปัญจังคุลิยเถราปทานที่ ๑๐ (๑๗๐) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยของหอม
|๑๗๒.๕๐| ติสฺโส นามาสิ ภควา โลกนาโถ นราสโภ ปวิสนฺตํ คนฺธกุฏึ วิหารกุสลํ มุนึ ฯ |๑๗๒.๕๑| สุคนฺธมาลฺยมาทาย อคมาสึ ชินนฺติกํ อปฺปสทฺโธ จ สมฺพุทฺเธ ปญฺจงฺคุลิมทาสหํ ฯ |๑๗๒.๕๒| เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ คนฺธมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปญฺจงฺคุลิสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๗๒.๕๓| เทฺวสตฺตติมฺหิโต กปฺเป ราชา อาสึ สยมฺปโก สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๗๒.๕๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปญฺจงฺคุลิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ปญฺจงฺคุลิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ สุปาจริกณเวรี ขชฺชโก เทสปูชโก กณิกาโร สปฺปิทโท ยุธิโก ทุสฺสทายโก มาโฬ จ ปญฺจงฺคุลิโก จตุปญฺญาสคาถกาติ ฯ สุปาริจริยวคฺโค สตฺตรสโม ฯ ---------
เราได้เห็นพระผู้มีพระภาคมหามุนี พระนามว่าติสสะ ผู้เป็นนาถะของ โลก ประเสริฐกว่านระกำลังเสด็จเข้าพระคันธกุฎี อันเป็นพระวิหารสวย งาม จึงถือเอาของหอมและพวงดอกไม้ไปสู่สำนักพระชินเจ้า และเราเป็น ผู้มีศรัทธาน้อยในพระสัมพุทธเจ้า ได้ถวายบังคม ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยของหอมใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งการถวายบังคม ในกัลปที่ ๗๒ แต่กัลปนี้ เราได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิราชมีนามว่าสยัมปกะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี พลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปัญจังคุลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปัญจังคุลิยเถราปทาน. ----------------------------------------------------- รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สุปาริจริยเถราปทาน ๒. กณเวรปุปผิยเถราปทาน ๓. ขัชชทายกเถราปทาน ๔. เทสปูชกเถราปทาน ๕. กณิการฉทนิยเถราปทาน ๖. สัปปิทายกเถราปทาน ๗. ยุธิกปุปผิยเถราปทาน ๘. ทุสสทายกเถราปทาน ๙. สมาทปกเถราปทาน ๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทานมีคาถา ๕๔ คาถา ฉะนี้แล. จบ สุปาริจริยวรรคที่ ๑๗ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระปัญจังคุลิยเถระ (พระปัญจังคุลิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าติสสะ ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ทรงองอาจกว่านรชน เป็นพระมุนี ทรงฉลาดในวิหารธรรม กำลังเสด็จเข้าไปยังพระคันธกุฎี
ข้าพเจ้าได้ถือของหอมและพวงมาลัยไปยังสำนักพระชินเจ้า แต่ข้าพเจ้ามีศรัทธาน้อยในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้ถวายเครื่องลูบไล้ด้วยนิ้วทั้ง ๕
ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ของหอมบูชาไว้ @เชิงอรรถ : @ หมายถึงแตะด้วยนิ้วมือทั้ง ๕ นิ้ว เป็นการแสดงความเคารพอย่างหนึ่ง (ขุ.อป.อ. ๒/๔๙/๒๑๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๓๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งเครื่องลูบไล้ด้วยนิ้วทั้ง ๕
ในกัปที่ ๗๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสยัมปภะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระปัญจังคุลิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ปัญจังคุลิยเถราปทานที่ ๑๐ จบ สุปาริจริยวรรคที่ ๑๗ จบบริบูรณ์ รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สุปาริจริยเถราปทาน ๒. กณเวรปุปผิยเถราปทาน ๓. ขัชชกทายกเถราปทาน ๔. เทสปูชกเถราปทาน ๕. กณิการฉัตติยเถราปทาน ๖. สัปปิทายกเถราปทาน ๗. ยุธิกปุปผิยเถราปทาน ๘. ทุสสทายกเถราปทาน ๙. สมาทปกเถราปทาน ๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทาน มีคาถา ๕๔ คาถา ฉะนี้แล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๓๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๗๐. อรรถกถาปัญจังคุลิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระปัญจังคุลิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า ติสฺโส นามาสิ ภควา ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าติสสะ ท่านได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส สมบูรณ์ด้วยสมบัติ มีศรัทธาเลื่อมใส เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จพระราชดำเนินไปตามหนทางเข้าไปยังพระวิหาร ได้ถือเอาดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมหลากชนิดเช่นดอกมะลิเป็นต้นและเครื่องลูบไล้มีผลไม้จันทน์เป็นต้นแล้ว ไปยังพระวิหาร เอาดอกไม้ทั้งหลายบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วเอานิ้วทั้ง ๕ แตะเครื่องลูบไล้ ลูบทาที่พระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ถวายบังคมหลีกไป.
ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้เสวยสมบัติทั้งสองในเทวโลกและมนุษยโลกแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่งซึ่งสมบูรณ์ด้วยสมบัติ เจริญวัยแล้ว ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว มีใจเลื่อมใส บวชแล้วไม่นานก็ได้เป็นพระอรหันต์.
เมื่อจะระลึกถึงบุพกรรมของตนก็ทราบได้อย่างแจ่มชัด เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อนว่า เราได้บำเพ็ญกุศลกรรมชื่อนี้ไว้ จึงได้รับโลกุตรสมบัติเช่นนี้แล จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ติสฺโส นามาสิ ภควา ดังนี้.
คำที่เหลือทั้งหมดนั้นมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาปัญจังคุลิยเถราปทาน จบอรรถกถาสุปาริจริยวรรคที่ ๑๗ -----------------------------------------------------
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สุปาริจริยเถราปทาน
๒. กณเวรปุปผิยเถราปทาน
๓. ขัชชทายกเถราปทาน
๔. เทสปูชกเถราปทาน
๕. กณิการฉทนิยเถราปทาน
๖. สัปปิทายกเถราปทาน
๗. ยุธิกปุปผิยเถราปทาน
๘. ทุสสทายกเถราปทาน
๙. สมาทปกเถราปทาน
๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทาน
มีคาถา ๕๔ คาถา ฉะนี้แล.
จบสุปาริจริยวรรคที่ ๑๗ -----------------------------------------------------