๓. ฉัตตทายกเถราปทาน (๒๙๓)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตติยํ ฉตฺตทายกตฺเถราปทานํ (๒๙๓)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ฉัตตทายกเถราปทานที่ ๓ (๒๙๓) ว่าด้วยผลแห่งการถวายฉัตร
|๒๙๕.๑๑| ปุตฺโต มม ปพฺพชิโต กาสายวสโน ตทา โส จ พุทฺธตฺตสมฺปตฺโต นิพฺพุโต โลกปูชิโต ฯ |๒๙๕.๑๒| วิจินนฺโต สกํ ปุตฺตํ อารามํ ปจฺฉโต มมํ นิพฺพุตสฺส มหนฺตสฺส จิตกํ อคมาสหํ ฯ |๒๙๕.๑๓| ปคฺคยฺห อญฺชลึ ตตฺถ วนฺทิตฺวา จิตกํ อหํ เสตจฺฉตฺตญฺจ ปคฺคยฺห อาโรเปสึ อหํ ตทา ฯ |๒๙๕.๑๔| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ฉตฺตมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ฉตฺตทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๒๙๕.๑๕| ปญฺจวีเส อิโต กปฺเป สตฺต อาสุํ ชนาธิปา มหารหสนามา เต จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๒๙๕.๑๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ฉตฺตทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ฉตฺตทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในกาลนั้น บุตรของเราบวชแล้ว นุ่งห่มผ้ากาสายะ แล้วท่านนั้นบรรลุถึง ความเป็นพระพุทธะ อันชาวโลกบูชา นิพพานแล้ว เราค้นหาบุตรของตน ไปทางเบื้องหลังอาราม ได้ไปถึงจิตกาธารแห่งบุตรของเราผู้ดับแล้ว เป็น ผู้ใหญ่ เราประนมกรอัญชลี ไหว้จิตกาธารที่ป่าช้านั้น และยกฉัตรขาวขึ้น ตั้งประดิษฐานไว้ (บูชา) ในกาลนั้น ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ ยกฉัตรขึ้น (บูชา) ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งการถวายฉัตร ในกัลปที่ ๒๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ เป็นจอมแห่งชน มีพระนามว่ามหารหะ มีพลมาก คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระฉัตตทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ฉัตตทายกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๐. จิตกปูชกวรรค] ๓. ฉัตตทายกเถราปทาน ๓. ฉัตตทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระฉัตตทายกเถระ (พระฉัตตทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น บุตรของข้าพเจ้าออกบวชแล้ว นุ่งห่มผ้ากาสายะ เขาบรรลุความเป็นพระพุทธเจ้า อันชาวโลกบูชา เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
ข้าพเจ้าค้นหาบุตรของตนไปทางเบื้องหลัง ไปถึงจิตกาธานแห่งบุตรผู้ยิ่งใหญ่ปรินิพพานแล้ว
ข้าพเจ้าประคองอัญชลีไหว้จิตกาธานที่ป่าช้านั้น และยกฉัตรขาวขึ้นบูชาในครั้งนั้น
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายฉัตร
ในกัปที่ ๒๕ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ชาติ มีพระนามว่ามหารหะ เป็นใหญ่ในหมู่ชน มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระฉัตตทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ฉัตตทายกเถราปทานที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๕๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒๙๓. อรรถกถาฉัตตทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ปุตฺโต มม ปพฺพชิโต ความว่า บุตรของเราบวชแล้วด้วยความศรัทธา.
บทว่า กาสายวสโน ตทา ความว่า ในเวลาที่ได้บวชแล้วนั้น ก็นุ่งห่มด้วยผ้ากาสายะ คือมิได้บวชเป็นบรรพชิตนอกศาสนา.
บทว่า โส จ พุทฺธตฺตํ สมฺปตฺโต ความว่า บุตรของเรานั้นได้บรรลุความเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าในพระพุทธเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ด้วยดี คือบรรลุพระอรหัต.
บทว่า นิพฺพุโต โลกปูชิโต ความว่า ปรินิพพานแล้วด้วยขันธปรินิพพาน มีสักการะอันชาวโลกทั้งหมดกระทำการบูชาแล้ว.
บทว่า วิจินนฺโต สกํ ปุตฺตํ ความว่า เราได้ถามถึงที่บุตรนั้นไปแล้ว จึงได้ค้นหาบุตรของตน ติดตามไปข้างหลัง คือเป็นผู้ติดตามไป.
บทว่า นิพฺพุตสฺส มหนฺตสฺส ความว่า เราได้ไปถึงที่จิตกาธาน ในที่ประชุมเพลิงแห่งบุตรของเรานั้นผู้เป็นพระอรหันต์ยิ่งใหญ่ เพราะประกอบด้วยคุณมีสีลขันธ์เป็นต้นอันยิ่งใหญ่.
บทว่า ปคฺคยฺห อญฺชลึ ตตฺถ ความว่า เราได้ประคองอัญชลี คือประชุมนิ้วมือทั้ง ๑๐ ไว้เหนือศีรษะ ตรงที่จิตกาธานนั้นแล้วไหว้นอบน้อมกองไฟแล้ว.
บทว่า เสตจฺฉตฺตญฺจ ปคฺคยฺห ความว่า มิใช่แต่เราจะได้ไหว้อย่างเดียวเท่านั้น ยังได้ประคองฉัตรอันสะอาดยกขึ้นตั้งประดิษฐานไว้อีกด้วย. จบอรรถกถาฉัตตทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------