๔. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๔. สมณพราหมณสูตรที่ ๒
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... เย หิ เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา อิเม ธมฺเม นปฺปชานนฺติ อิเมสํ ธมฺมานํ สมุทยํ นปฺปชานนฺติ อิเมสํ ธมฺมานํ นิโรธํ นปฺปชานนฺติ อิเมสํ ธมฺมานํ นิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ ฯ กตเม ธมฺเม นปฺปชานนฺติ กตเมสํ ธมฺมานํ สมุทยํ นปฺปชานนฺติ กตเมสํ ธมฺมานํ นิโรธํ นปฺปชานนฺติ กตเมสํ ธมฺมานํ นิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ ฯ {๔๐.๑} ชรามรณํ นปฺปชานนฺติ ชรามรณสมุทยํ นปฺปชานนฺติ ชรามรณนิโรธํ นปฺปชานนฺติ ชรามรณนิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ ฯ ชาตึ ฯเปฯ ภวํ ... อุปาทานํ ... ตณฺหํ ... เวทนํ ... ผสฺสํ ... สฬายตนํ ... นามรูปํ ... วิญฺญาณํ ... สงฺขาเร นปฺปชานนฺติ สงฺขารสมุทยํ นปฺปชานนฺติ สงฺขารนิโรธํ นปฺปชานนฺติ สงฺขารนิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ ฯ อิเม ธมฺเม นปฺปชานนฺติ อิเมสํ ธมฺมานํ สมุทยํ นปฺปชานนฺติ อิเมสํ ธมฺมานํ นิโรธํ นปฺปชานนฺติ อิเมสํ ธมฺมานํ นิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ ฯ น เมเต ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ วา สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ วา พฺราหฺมณสมฺมตา น จ ปน เต อายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถํ วา พฺราหฺมญฺญตฺถํ วา ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺติ ฯ
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ไม่รู้จักธรรมเหล่านี้ ไม่รู้จักเหตุเกิดแห่งธรรมเหล่านี้ ไม่รู้จักความดับแห่งธรรมเหล่านี้ ไม่รู้จักปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งธรรมเหล่านี้ ไม่รู้จักธรรมเหล่าไหน ไม่รู้จักเหตุเกิดแห่งธรรมเหล่าไหน ไม่รู้จักความดับแห่งธรรมเหล่าไหน ไม่รู้จักปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งธรรมเหล่าไหนคือ ไม่รู้จักชราและมรณะ ไม่รู้จักเหตุเกิดแห่งชราและมรณะ ไม่รู้จักปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งชราและมรณะ ไม่รู้จักชาติ ... ไม่รู้จักภพ ... ไม่รู้จักอุปาทาน ... ไม่รู้จักตัณหา ... ไม่รู้จักเวทนา ... ไม่รู้จักผัสสะ ... ไม่รู้จักสฬายตนะ ... ไม่รู้จักนามรูป ... ไม่รู้จักวิญญาณ ... ไม่รู้จักสังขาร ไม่รู้จักเหตุเกิดแห่งสังขาร ไม่รู้จักความดับแห่งสังขาร ไม่รู้จักปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งสังขาร ชื่อว่าไม่รู้จักธรรมเหล่านี้ ไม่รู้จักเหตุเกิดแห่งธรรมเหล่านี้ ไม่รู้จักความดับแห่งธรรมนี้ ไม่รู้จักปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งธรรมเหล่านี้ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น จะสมมติว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ หรือสมมติว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ หาได้ไม่ และท่านเหล่านั้น มิได้กระทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ของความเป็นสมณะ หรือประโยชน์ของความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ ฯ
เย จ โข เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา อิเม ธมฺเม ปชานนฺติ อิเมสํ ธมฺมานํ สมุทยํ ปชานนฺติ อิเมสํ ธมฺมานํ นิโรธํ ปชานนฺติ อิเมสํ ธมฺมานํ นิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานนฺติ ฯ กตเม ธมฺเม ปชานนฺติ กตเมสํ ธมฺมานํ สมุทยํ ปชานนฺติ กตเมสํ ธมฺมานํ นิโรธํ ปชานนฺติ กตเมสํ ธมฺมานํ นิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานนฺติ ฯ ชรามรณํ ปชานนฺติ ชรามรณสมุทยํ ปชานนฺติ ชรามรณนิโรธํ ปชานนฺติ ชรามรณนิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานนฺติ ฯ ชาตึ ฯเปฯ ภวํ ... อุปาทานํ ... ตณฺหํ ... เวทนํ ... ผสฺสํ ... สฬายตนํ ... นามรูปํ ... วิญฺญาณํ ... สงฺขาเร ปชานนฺติ สงฺขารสมุทยํ ปชานนฺติ สงฺขารนิโรธํ ปชานนฺติ สงฺขารนิโรธ- คามินีปฏิปทํ ปชานนฺติ ฯ อิเม ธมฺเม ปชานนฺติ อิเมสํ ธมฺมานํ สมุทยํ ปชานนฺติ อิเมสํ ธมฺมานํ นิโรธํ ปชานนฺติ อิเมสํ ธมฺมานํ นิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานนฺติ ฯ เต โขเม ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ เจว สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ จ พฺราหฺมณสมฺมตา เต จ ปนายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถญฺจ พฺราหฺมญฺญตฺถญฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตีติ ฯ จตุตฺถํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้จัก ธรรมเหล่านี้ รู้จักเหตุเกิดแห่งธรรมเหล่านี้ รู้จักความดับแห่งธรรมเหล่านี้ รู้จักปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งธรรมเหล่านี้ รู้จักธรรมเหล่าไหน รู้จักเหตุเกิดแห่งธรรมเหล่าไหน รู้จักความดับแห่งธรรมเหล่าไหน รู้จักปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งธรรมเหล่าไหน คือ รู้จักชราและมรณะ รู้จักเหตุเกิดแห่งชราและมรณะรู้จักความดับแห่งชราและมรณะ รู้จักปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งชราและมรณะรู้จักชาติ ... รู้จักภพ ... รู้จักอุปาทาน ... รู้จักตัณหา ... รู้จักเวทนา ... รู้จักผัสสะ ... รู้จักสฬายตนะ ... รู้จักนามรูป ... รู้จักวิญญาณ ... รู้จักสังขาร รู้จักเหตุเกิดแห่งสังขาร รู้จักความดับแห่งสังขาร รู้จักปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งสังขาร ชื่อว่ารู้จักธรรมเหล่านี้ รู้จักเหตุเกิดแห่งธรรมเหล่านี้ รู้จักความดับแห่งธรรมเหล่านี้ รู้จักปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งธรรมเหล่านี้ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นแลสมมติได้ว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ และสมมติได้ว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์และท่านเหล่านั้น ได้กระทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ของความเป็นสมณะ และประโยชน์ของความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ ฯ จบสูตรที่ ๔
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. ทุติยสมณพราหมณสูตร ว่าด้วยสมณพราหมณ์ สูตรที่ ๒
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี “ภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ไม่รู้ชัดธรรมเหล่านี้ไม่รู้ชัดความเกิดแห่งธรรมเหล่านี้ ไม่รู้ชัดความดับแห่งธรรมเหล่านี้ ไม่รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งธรรมเหล่านี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๒. อาหารวรรค ๔. ทุติยสมณพราหมณสูตร ไม่รู้ชัดธรรมเหล่าไหน ไม่รู้ชัดความเกิดแห่งธรรมเหล่าไหน ไม่รู้ชัดความดับแห่งธรรมเหล่าไหน ไม่รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งธรรมเหล่าไหน คือ ไม่รู้ชัดชราและมรณะ ไม่รู้ชัดความเกิดแห่งชราและมรณะ ไม่รู้ชัดความดับแห่งชราและมรณะ ไม่รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งชราและมรณะ ไม่รู้ชัดชาติ ฯลฯ ไม่รู้ชัดภพ ... อุปาทาน ... ตัณหา ... เวทนา ... ผัสสะ ... สฬายตนะ ... นามรูป... วิญญาณ ... ไม่รู้ชัดสังขารทั้งหลาย ไม่รู้ชัดความเกิดแห่งสังขาร ไม่รู้ชัดความดับแห่งสังขารไม่รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งสังขาร ไม่รู้ชัดธรรมเหล่านี้ ไม่รู้ชัดความเกิดแห่งธรรมเหล่านี้ ไม่รู้ชัดความดับแห่งธรรมเหล่านี้ ไม่รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งธรรมเหล่านี้ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ไม่จัดว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ หรือไม่จัดว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ ทั้งท่านเหล่านั้นก็ไม่ทำให้แจ้งประโยชน์ของความเป็นสมณะและประโยชน์ของความเป็นพราหมณ์ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ชัดธรรมเหล่านี้ รู้ชัดความเกิดแห่งธรรมเหล่านี้ รู้ชัดความดับแห่งธรรมเหล่านี้ รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งธรรมเหล่านี้ รู้ชัดธรรมเหล่าไหน รู้ชัดความเกิดแห่งธรรมเหล่าไหน รู้ชัดความดับแห่งธรรมเหล่าไหน รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งธรรมเหล่าไหน คือ รู้ชัดชราและมรณะ รู้ชัดความเกิดแห่งชราและมรณะ รู้ชัดความดับแห่งชราและมรณะ รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งชราและมรณะ รู้ชัดชาติ ฯลฯ รู้ชัดภพ ... อุปาทาน ... ตัณหา ... เวทนา ... ผัสสะ ... สฬายตนะ ... นามรูป ... วิญญาณ ...
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๓}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๒. อาหารวรรค ๕.กัจจานโคตตสูตร รู้ชัดสังขารทั้งหลาย รู้ชัดความเกิดแห่งสังขาร รู้ชัดความดับแห่งสังขาร รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งสังขาร รู้ชัดธรรมเหล่านี้ รู้ชัดความเกิดแห่งธรรมเหล่านี้รู้ชัดความดับแห่งธรรมเหล่านี้ รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งธรรมเหล่านี้ ภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นจัดว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ และจัดว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ ทั้งท่านเหล่านั้นก็ได้ทำให้แจ้งประโยชน์ของความเป็นสมณะ และประโยชน์ของความเป็นพราหมณ์ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน” ทุติยสมณพราหมณสูตรที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยสมณพราหมณสูตรที่ ๔
ในทุติยสมณพราหมณสูตรที่ ๔ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
พระองค์ตรัสว่า อิเม ธมฺเม นปฺปชานนฺติ เป็นต้น ตามอัธยาศัยของบุคคลผู้ที่สามารถจะแทงตลอดเทศนาที่ตรัสให้เนิ่นช้ามีประมาณเท่านี้ ด้วยคำว่า อิเม กตเม ธมฺเม ดังนี้.
คำที่เหลือก็เหมือนก่อนนั่นเอง.
จบอรรถกถาทุติยสมณพราหมณสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------