สมณพราหมณวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สมณพฺราหฺมณวคฺโค อฏฺฐโม
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค สมณพราหมณวรรคที่ ๘
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ฯ
ตตฺร โข ภควา ... เย หิ เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา ชรามรณํ นปฺปชานนฺติ ชรามรณสมุทยํ นปฺปชานนฺติ ชรามรณนิโรธํ นปฺปชานนฺติ ชรามรณนิโรธคามินึ ปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ น เมเต ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ วา สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ วา พฺราหฺมณสมฺมตา น จ ปน เต อายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถํ วา พฺราหฺมญฺญตฺถํ วา ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺติ ฯ
ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ไม่รู้ชราและมรณะไม่รู้เหตุเกิดชราและมรณะ ไม่รู้ความดับชราและมรณะ ไม่รู้ปฏิปทาอันให้ถึงความดับชราและมรณะ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมไม่ได้รับสมมติว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ หรือไม่ได้รับสมมติว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ อนึ่งท่านผู้มีอายุเหล่านั้นจะทำให้แจ้ง ซึ่งประโยชน์แห่งความเป็นสมณะหรือประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ไม่ได้ ฯ
เย จ โข เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา ชรามรณํ ปชานนฺติ ฯเปฯ เต โขเม ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ เจว สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ จ พฺราหฺมณสมฺมตา เต จ ปนายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถญฺจ พฺราหฺมญฺญตฺถญฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตีติ ฯ สุตฺตนฺโต เอโก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนสมณะก็ดี หรือพราหมณ์ก็ดี เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ย่อมรู้ชราและมรณะ ย่อมรู้เหตุเกิดชราและมรณะ ย่อมรู้ความดับชราและมรณะ ย่อมรู้ปฏิปทาอันให้ถึงความดับชราและมรณะ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมได้รับสมมติว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ ย่อมได้รับสมมติว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ อนึ่ง ท่านเหล่านั้นย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์แห่งความเป็นสมณะ และประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในปัจจุบันเข้าถึงได้อยู่ จบสูตรที่ ๑
เอวมฺเม สุตํ ฯเปฯ ชาตึ นปฺปชานนฺติ ฯเปฯ ภวํ นปฺปชานนฺติ ... อุปาทานํ นปฺปชานนฺติ ... ตณฺหํ นปฺปชานนฺติ ... เวทนํ นปฺปชานนฺติ ... ผสฺสํ นปฺปชานนฺติ ... สฬายตนํ นปฺปชานนฺติ ... นามรูปํ นปฺปชานนฺติ ... วิญฺญาณํ นปฺปชานนฺติ ... สงฺขาเร นปฺปชานนฺติ สงฺขารสมุทยํ นปฺปชานนฺติ สงฺขารนิโรธํ นปฺปชานนฺติ สงฺขารนิโรธคามินึ ปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ ฯเปฯ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตีติ ฯ เอกาทสมํ ฯ สมณพฺราหฺมณวคฺโค อฏฺฐโม ฯ ตสฺส อุทฺทานํ ปจฺจเยกาทส วุตฺตา จตุสจฺจวิภชฺชนา สมณพฺราหฺมณวคฺโค นิทานํ ภวติ อฏฺฐมํ ฯ วคฺคสฺส อุทฺทานํ พุทฺโธ อาหารทสพโล กฬารํ คหปติปญฺจมํ ทุกฺขวคฺโค มหาวคฺโค อฏฺฐมํ สมณพฺราหฺมณนฺติ ฯ ------------
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์ เหล่าใดเหล่าหนึ่งไม่รู้ชาติ ฯลฯ ไม่รู้ภพ ... ไม่รู้อุปาทาน ... ไม่รู้ตัณหา ... ไม่รู้เวทนา ... ไม่รู้ผัสสะ ... ไม่รู้สฬายตนะ ... ไม่รู้นามรูป ... ไม่รู้วิญญาณ ... ไม่รู้สังขาร ... ไม่รู้เหตุเกิดสังขาร ไม่รู้ความดับสังขาร ไม่รู้ปฏิปทาอันให้ถึงความดับสังขาร สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมไม่ได้รับสมมติว่าเป็นสมณะ ในหมู่สมณะ หรือไม่ได้รับสมมติว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ อนึ่ง ท่าน เหล่านั้นจะทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์แห่งความเป็นสมณะ หรือประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ไม่ได้ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ย่อมรู้ชาติ ฯลฯ ย่อมรู้ภพ ... ย่อมรู้อุปาทาน ... ย่อมรู้ตัณหา ... ย่อมรู้เวทนา ... ย่อมรู้ผัสสะ ... ย่อมรู้สฬายตนะ ... ย่อมรู้นามรูป ... ย่อมรู้วิญญาณ ... ย่อมรู้สังขาร ย่อมรู้เหตุเกิดแห่งสังขาร ย่อมรู้ความดับแห่งสังขาร ย่อมรู้ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสังขาร สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมได้รับสมมติว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ และย่อมได้รับสมมติว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ อนึ่ง ท่าน เหล่านั้นย่อมทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์แห่งความเป็นสมณะและประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในปัจจุบันเข้าถึงได้อยู่ ฯ จบสูตรที่ ๒ ถึงสูตรที่ ๑๑ จบสมณพราหมณวรรคที่ ๘ ----------------------------------------------------- หัวข้อแห่งสมณพราหมณวรรค ... พระผู้มีพระภาคตรัสปัจจยาการ ๑๑ โดยจำแนกอริยสัจ ๔ ในปัจจยาการหนึ่งๆ [ว่าเป็นสูตรหนึ่งๆ ] สมณพราหมณวรรคเป็นเรื่องที่ ๘ หัวข้อแห่งวรรค- ๑. พุทธวรรค ๒. อาหารวรรค ๓. ทสพลวรรค ๔. กฬารขัตติยวรรค ๕. คหปติวรรค ๖. ทุกขวรรค ๗. มหาวรรค ๘. สมณพราหมณวรรค ฯ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๘. สมณพราหมณวรรค ๑. ชรามรณสูตร ๘. สมณพราหมณวรรค หมวดว่าด้วยสมณพราหมณ์ ๑. ชรามรณสูตร ว่าด้วยชราและมรณะ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิก-เศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคได้รับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ไม่รู้ชัดชราและมรณะไม่รู้ชัดความเกิดแห่งชราและมรณะ ไม่รู้ชัดความดับแห่งชราและมรณะ ไม่รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งชราและมรณะ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ไม่จัดว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ หรือไม่จัดว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ ทั้งท่านเหล่านั้นก็ไม่ทำให้แจ้งประโยชน์ของความเป็นสมณะ หรือประโยชน์ของความเป็นพราหมณ์ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ชัดชราและมรณะ ฯลฯ รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งชราและมรณะ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น จัดว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ และจัดว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ ทั้งท่านเหล่านั้นก็ทำให้แจ้งประโยชน์ของความเป็นสมณะ และประโยชน์ของความเป็นพราหมณ์ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน” (สุตตันตะเป็นอย่างเดียว) ชรามรณสูตรที่ ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๕๕}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๙. อันตรเปยยาล ๒-๑๑. ชาติสุตตาทิทสกะ รวมวรรคที่มีในสังยุต ๒-๑๑. ชาติสุตตาทิทสกะ ว่าด้วยพระสูตร ๑๐ สูตรมีชาติสูตรเป็นต้น
(๒) ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ ฯลฯ ไม่รู้ชัดชาติ ฯลฯ (๓) ไม่รู้ชัดภพ ... สูตรที่ ๓ จบ (๔) ไม่รู้ชัดอุปาทาน ... สูตรที่ ๔ จบ (๕) ไม่รู้ชัดตัณหา ... สูตรที่ ๕ จบ (๖) ไม่รู้ชัดเวทนา ... สูตรที่ ๖ จบ (๗) ไม่รู้ชัดผัสสะ ... สูตรที่ ๗ จบ (๘) ไม่รู้ชัดสฬายตนะ ... สูตรที่ ๘ จบ (๙) ไม่รู้ชัดนามรูป ... สูตรที่ ๙ จบ (๑๐) ไม่รู้ชัดวิญญาณ ... สูตรที่ ๑๐ จบ (๑๑) สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ไม่รู้ชัดสังขารทั้งหลาย ไม่รู้ชัดความเกิดแห่งสังขาร ไม่รู้ชัดความดับแห่งสังขาร ไม่รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งสังขารฯลฯ ทั้งท่านเหล่านั้นก็ทำให้แจ้ง ฯลฯ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน”สูตรที่ ๑๑ จบ สมณพราหมณวรรคที่ ๘ จบ รวมความที่มีในวรรคนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสปัจจยาการ ๑๑ โดยจำแนกปัจจยาการหนึ่งๆ ตามแบบอริยสัจ ๔ สมณพราหมณวรรคที่ ๘ รวมอยู่ในนิทานสังยุต รวมวรรคที่มีในสังยุตนี้ คือ ๑. พุทธวรรค ๒. อาหารวรรค ๓. ทสพลวรรค ๔. กฬารขัตติยวรรค ๕. คหปติวรรค ๖. ทุกขวรรค ๗. มหาวรรค ๘. สมณพราหมณวรรค
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๕๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสมณพราหมณวรรคที่ ๘
ในสมณพราหมณวรรค ท่านแบ่งบทหนึ่งๆ ในชราและมรณะเป็นต้นออกเป็นสูตรหนึ่งๆ รวมเป็น ๑๑ สูตร มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาสมณพราหมณวรรคที่ ๘ -----------------------------------------------------
หัวข้อแห่งวรรค :-
๑. พุทธวรรค
๒. อาหารวรรค
๓. ทสพลวรรค
๔. กฬารขัตติยวรรค
๕. คหปติวรรค
๖. ทุกขวรรค
๗. มหาวรรค
๘. สมณพราหมณวรรค ฯ -----------------------------------------------------