๗. สาวกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๗. สาวกสูตร
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยน ภควา ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ กีวพหุกา นุ โข ภนฺเต กปฺปา อพฺภตีตา อติกฺกนฺตาติ ฯ พหุกา โข ภิกฺขเว กปฺปา อพฺภตีตา อติกฺกนฺตา เต น สุกรา สงฺขาตุํ เอตฺตกา กปฺปา อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสตานิ อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสหสฺสานิ อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสตสหสฺสานิ อิติ วาติ ฯ สกฺกา ปน ภนฺเต อุปมา กาตุนฺติ ฯ
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุหลายรูปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นภิกษุเหล่านั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปทั้งหลายที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้ว มากเท่าไรหนอ ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กัปทั้งหลายที่ผ่านไปแล้วล่วงไปแล้ว มีมาก มิใช่ง่ายที่จะนับกัปเหล่านั้นว่า เท่านี้กัป เท่านี้ ๑๐๐ กัปเท่านี้ ๑,๐๐๐ กัป หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ กัป ฯ ภิ. ก็พระองค์อาจจะอุปมาได้ไหม พระเจ้าข้า ฯ
สกฺกา ภิกฺขเวติ ภควา อโวจ อิธสฺสุ ภิกฺขเว จตฺตาโร สาวกา วสฺสสตายุกา วสฺสสตชีวิโน เต เจ ทิวเส ทิวเส กปฺปสตสหสฺสํ กปฺปสตสหสฺสํ อนุสฺสเรยฺยุํ ฯ อนนุสฺสริตาว ภิกฺขเว เตหิ กปฺปา อสฺสุ ฯ อถ โข เม จตฺตาโร สาวกา วสฺสสตายุกา วสฺสสตชีวิโน วสฺสสตสฺส วสฺสสตสฺส อจฺจเยน กาลํ กเรยฺยุํ ฯ เอวํ พหุกา โข ภิกฺขเว กปฺปา อพฺภตีตา อติกฺกนฺตา เต น สุกรา สงฺขาตุํ เอตฺตกา กปฺปา อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสตานิ อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสหสฺสานิ อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสตสหสฺสานิ อิติ วา ตํ กิสฺส เหตุ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ฯเปฯ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ สตฺตมํ ฯ
พ. อาจอุปมาได้ ภิกษุทั้งหลาย แล้วจึงตรัสต่อไปว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย มีสาวก ๔ รูปในศาสนานี้ เป็นผู้มีอายุ ๑๐๐ ปี มีชีวิต ๑๐๐ ปีหากว่าท่านเหล่านั้นพึงระลึกถอยหลังไปได้วันละแสนกัป กัปที่ท่านเหล่านั้นระลึกไม่ถึงพึงยังมีอยู่อีก สาวก ๔ รูปของเราผู้มีอายุ ๑๐๐ ปี มีชีวิต ๑๐๐ ปี พึงทำกาละโดยล่วงไป ๑๐๐ ปีๆ โดยแท้แล กัปที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้ว มีจำนวนมากอย่างนี้แล มิใช่ง่ายที่จะนับกัปเหล่านั้นว่า เท่านี้กัป เท่านี้ร้อยกัป เท่านี้พันกัป หรือว่าเท่านี้แสนกัป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ จบสูตรที่ ๗
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. สาวกสูตร ว่าด้วยพระสาวก
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี ... ครั้งนั้น ภิกษุจำนวนมากได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปทั้งหลายที่ผ่านพ้นไปแล้ว มากเท่าไรหนอ” พระผู้มีพระภาคได้ตรัสตอบว่า “ภิกษุทั้งหลาย กัปทั้งหลายที่ผ่านพ้นไปแล้วมากนักหนา มิใช่เรื่องง่ายที่จะนับกัปเหล่านั้นว่า เท่านี้กัป เท่านี้ ๑๐๐ กัป เท่านี้ ๑,๐๐๐ กัปหรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ กัป” “พระองค์อาจอุปมาได้ไหม พระพุทธเจ้าข้า” “อาจอุปมาได้ ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนสาวก ๔ รูปในธรรมวินัยนี้ มีอายุ ๑๐๐ ปี มีชีวิตอยู่ ๑๐๐ ปี หากเธอเหล่านั้นพึงระลึกย้อนหลังไปได้ วันละ๑๐๐,๐๐๐ กัป กัปที่เธอเหล่านั้นระลึกไปไม่ถึงยังมีอยู่ ต่อมาสาวก ๔ รูป มีอายุ๑๐๐ ปี มีชีวิตอยู่ ๑๐๐ ปี พึงมรณภาพไปทุก ๑๐๐ ปี กัปที่ผ่านพ้นไปแล้วมากนักหนาอย่างนี้ มิใช่เรื่องง่ายที่จะนับกัปเหล่านั้นว่า เท่านี้กัป เท่านี้ ๑๐๐ กัป เท่านี้๑,๐๐๐ กัป หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ กัป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าสงสารนี้มีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ฯลฯ ควรเพื่อหลุดพ้น” ... สาวกสูตรที่ ๗ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๒๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสาวกสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในสาวกสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้.
บทว่า อนุสฺสเรยฺยุํ ความว่า แม้พระสาวก ๔ รูป พึงระลึกถอยหลังไปได้ ๔ แสนกัปอย่างนี้ว่า เมื่อรูปหนึ่งระลึกถอยหลังได้แสนกัป อีกรูปหนึ่งระลึกถอยหลังได้ ๑๐๐,๐๐๐ กัป แม้รูปอื่นก็ระลึกถอยหลังได้อีก ๑๐๐,๐๐๐ กัปจากสถานที่เขาอยู่.
จบอรรถกถาสาวกสูตรที่ ๗ -----------------------------------------------------