๑๑. สามเณรีสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๑. สามเณรีสูตร
อิธาหํ อาวุโส คิชฺฌกูฏา ปพฺพตา โอโรหนฺโต อทฺทสํ สามเณรึ เวหาสํ คจฺฉนฺตึ ตสฺสา สงฺฆาฏิปิ อาทิตฺตา สมฺปชฺชลิตา สญฺโชติภูตา ปตฺโตปิ อาทิตฺโต สมฺปชฺชลิโต สญฺโชติภูโต กายพนฺธนมฺปิ อาทิตฺตํ สมฺปชฺชลิตํ สญฺโชติภูตํ กาโยปิ อาทิตฺโต สมฺปชฺชลิโต สญฺโชติภูโต สา สุทํ อฏฺฏสฺสรํ กโรติ ฯ ตสฺส มยฺหํ อาวุโส เอตทโหสิ อจฺฉริยํ วต โภ อพฺภูตํ วต โภ เอวรูโปปิ นาม สตฺโต ภวิสฺสติ เอวรูโปปิ นาม ยกฺโข ภวิสฺสติ เอวรูโปปิ นาม อตฺตภาวปฏิลาโภ ภวิสฺสตีติ ฯ
ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นสามเณรีลอยอยู่ในเวหาส ผ้าสังฆาฏิก็ดี บาตรก็ดี ประคตเอวก็ดี ร่างกายก็ดี ของสามเณรีนั้น อันไฟติดทั่วลุกโชติช่วงแล้ว ได้ยินว่า สามเณรีนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ผมคิดว่า น่าอัศจรรย์จริงหนอ ไม่เคยมีมาหนอสัตว์แม้เห็นปานนี้ก็จักมี ยักษ์แม้เห็นปานนี้ก็จักมี การได้อัตภาพแม้เห็นปานนี้ก็จักมี ฯ
อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ จกฺขุภูตา วต ภิกฺขเว สาวกา วิหรนฺติ ญาณภูตา วต ภิกฺขเว สาวกา วิหรนฺติ ยตฺร หิ นาม สาวโก เอวรูปํ ญสฺสติ วา ทกฺขติ วา สกฺขึ วา กริสฺสติ ฯ ปุพฺเพว เม สา ภิกฺขเว สามเณรี ทิฏฺฐา อโหสิ ฯ อปิจาหํ น พฺยากาสึ อหญฺเจตํ พฺยากเรยฺยํ ปเรปิ เม น สทฺทเหยฺยุํ เย เม น สทฺทเหยฺยุํ เตสํ ตํ อสฺส ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย ฯ เอสา ภิกฺขเว สามเณรี กสฺสปสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาวจเน ปาปสามเณรี อโหสิ สา ตสฺส กมฺมสฺส วิปาเกน พหูนิ วสฺสานิ พหูนิ วสฺสสตานิ พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ นิรเย ปจิตฺถ ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสน เอวรูปํ อตฺตภาวปฏิลาภํ ปฏิสํเวทยตีติ ฯ เอกาทสมํ ฯ ทุติยวคฺโค ทุติโย ฯ ตสฺส อุทฺทานํ กูเป นิมุคฺโค หิ โส ปรทาริโก คูถขาทิ อหุ ทุฏฺฐพฺราหฺมโณ นิจฺฉวิตฺถี อติจารินี อหุ มงฺคุฬิตฺถี อหุ อิกฺขณิตฺถิกา โอกิลินี สปตึ กโรติ สีสจฺฉินฺโน อหุ โจรฆาตโก ภิกฺขุ ภิกฺขุนี สิกฺขมานา สามเณโร อถ สามเณริกา กสฺสปสฺส วินยสฺส ปพฺพชฺชํ ปาปกมฺมํ อกรึสุ ตาวเท ฯ ลกฺขณสํยุตฺตํ สตฺตมํ สมตฺตํ ฯ -------
ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สาวกทั้งหลายเป็นผู้มีจักษุหนอ เป็นผู้มีญาณหนอ เพราะแม้สาวกก็จักรู้จักเห็นสัตว์เห็นปานนี้ หรือจักเป็นพยาน เมื่อก่อน สามเณรีนั้นเราก็ได้เห็นแล้วเหมือนกัน แต่ว่ามิได้พยากรณ์ หากว่าเราจะพึงพยากรณ์สามเณรีนี้ไซร้ คนอื่นก็จะไม่พึงเชื่อถือเรา ข้อนั้นพึงเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์ เพื่อความทุกข์สิ้นกาลนาน แก่ผู้ที่ไม่เชื่อถือเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย สามเณรีได้เป็นสามเณรีผู้ชั่วช้าในศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยผลของกรรมนั้น สามเณรีนั้นหมกไหม้แล้วในนรกสิ้นร้อยปี พันปี หมื่นปี แสนปี เป็นอันมาก ด้วยผลของกรรมนั่นแหละยังเหลืออยู่ สามเณรีนั้นจึงต้องเสวยการได้อัตภาพเห็นปานดังนี้ ฯ จบสูตรที่ ๑๑ จบทุติยวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. กูปนิมุคคสูตร ๒. คูถขาทิสูตร ๓. นิจฉวิตถีสูตร ๔. มังคุฬิตถีสูตร ๕. โอกิลินีสูตร ๖. สีสัจฉินนสูตร ๗. ภิกขุสูตร ๘. ภิกขุนีสูตร ๙. สิกขมานาสูตร ๑๐. สามเณรสูตร ๑๑. สามเณรีสูตร จบลักขณสังยุตต์ที่ ๗ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๘. ลักขณสังยุต] ๒. ทุติยวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ๑๑. ปาปสามเณรีสูตร ว่าด้วยเปรตมีรูปเป็นสามเณรีชั่ว
“ท่าน เมื่อกระผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นสามเณรีเปรตลอย ขึ้นสู่กลางอากาศ สังฆาฏิ บาตร ประคตเอว และร่างกายของมัน ถูกไฟติดลุกโชนจนมันร้องครวญคราง กระผมมีความรู้สึกว่า ‘น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ ที่มีสัตว์เช่นนี้ มียักษ์เช่นนี้ มีการได้อัตภาพเช่นนี้อยู่’ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้รับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า ‘ภิกษุทั้งหลาย สาวกทั้งหลายที่มีจักษุมีญาณก็ยังมีอยู่ เพราะสาวกที่รู้ที่เห็นนี้เป็นพยานได้ เมื่อก่อนเราก็เห็นสามเณรีเปรตนั้น แต่ไม่พยากรณ์ เพราะการพยากรณ์นั้น จะไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ซ้ำจะเป็นทุกข์ยาวนานแก่ผู้ที่ไม่เชื่อเรา ภิกษุทั้งหลาย เปรตนั้นเคยเป็นสามเณรีชั่วในพระศาสนาของพระกัสสปสัมมา-สัมพุทธเจ้า เพราะผลกรรมนั้น สามเณรีนั้นจึงตกนรกหมกไหม้อยู่หลายปี หลายร้อยปี หลายพันปี หลายแสนปีแล้ว ได้รับอัตภาพเช่นนี้ เพราะเศษกรรมนั้นที่ยังเหลือ” ปาปสามเณรีสูตรที่ ๑๑ จบ ทุติยวรรค จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สสีสกสูตร ๒. คูถขาทสูตร ๓. นิจฉวิตถีสูตร ๔. มังคุลิตถีสูตร ๕. โอกิลินีสูตร ๖. อสีสกสูตร ๗. ปาปภิกขุสูตร ๘. ปาปภิกขุนีสูตร ๙. ปาปสิกขมานาสูตร ๑๐. ปาปสามเณรสูตร ๑๑. ปาปสามเณรีสูตร ลักขณสังยุต จบบริบูรณ์ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ วิ.มหา. (แปล) ๑/๒๓๐/๒๔๔-๒๔๕
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๓๑๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาภิกขุนีสูตรที่ ๘ เป็นต้น
แม้ในเรื่องของนางภิกษุณี สิกขมานา สามเณร สามเณรีก็มีวินิจฉัยอย่างนี้เหมือนกันแล.
จบอรรถกถาภิกขุนีสูตรที่ ๘ เป็นต้น จบอรรถกถาทุติยวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กูปนิมุคคสูตร
๒. คูถขาทิสูตร
๓. นิจฉวิตถีสูตร
๔. มังคุฬิตถีสูตร
๕. โอกิลินีสูตร
๖. สีสัจฉินนสูตร
๗. ภิกขุสูตร
๘. ภิกขุนีสูตร
๙. สิกขมานาสูตร
๑๐. สามเณรสูตร
๑๑. สามเณรีสูตร จบลักขณสังยุตต์ที่ ๗ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ภิกขุสูตรที่ ๗