๑. สัตติมสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยวคฺโค ทุติโย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ๑. สัตติมสูตร
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... สตฺติมา ภิกฺขเว ธาตุโย กตมา สตฺต อาภาธาตุ สุภาธาตุ อากาสานญฺจายตนธาตุ วิญฺญาณญฺจายตนธาตุ อากิญฺจญฺญายตนธาตุ เนวสญฺญานาสญฺญายตนธาตุ สญฺญาเวทยิตนิโรธธาตุ อิมา โข ภิกฺขเว สตฺต ธาตุโยติ ฯ เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ ยา จายํ ภนฺเต อาภาธาตุ ยา จ สุภาธาตุ ยา จ อากาสานญฺจายตนธาตุ ยา จ วิญฺญาณญฺจายตนธาตุ ยา จ อากิญฺจญฺญายตนธาตุ ยา จ เนวสญฺญานาสญฺญายตนธาตุ ยา จ สญฺญาเวทยิตนิโรธธาตุ อิมา นุ โข ภนฺเต ธาตุโย กึ ปฏิจฺจ ปญฺญายนฺตีติ ฯ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน-*อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธาตุเหล่านี้มี ๗ ประการธาตุ ๗ ประการเป็นไฉน คือ อาภาธาตุ สุภาธาตุ อากาสานัญจายตนธาตุวิญญาณัญจายตนธาตุ อากิญจัญญายตนธาตุ เนวสัญญานาสัญญายตนธาตุสัญญาเวทยิตนิโรธธาตุ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธาตุ ๗ ประการเหล่านี้แล ครั้นพระผู้มี-*พระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อาภาธาตุ สุภาธาตุ อากาสานัญจายตนธาตุ วิญญาณัญจายตนธาตุอากิญจัญญายตนธาตุ เนวสัญญานาสัญญายตนธาตุ และสัญญาเวทยิตนิโรธธาตุธาตุเหล่านี้แต่ละอย่าง อาศัยอะไรจึงปรากฏได้ ฯ
ยายํ ภิกฺขุ อาภาธาตุ อยํ ธาตุ อนฺธการํ ปฏิจฺจ ปญฺญายติ ฯ ยายํ ภิกฺขุ สุภาธาตุ อยํ ธาตุ อสุภํ ปฏิจฺจ ปญฺญายติ ฯ ยายํ ภิกฺขุ อากาสานญฺจายตนธาตุ อยํ ธาตุ รูปํ ปฏิจฺจ ปญฺญายติ ฯ ยายํ ภิกฺขุ วิญฺญาณญฺจายตนธาตุ อยํ ธาตุ อากาสานญฺจายตนํ ปฏิจฺจ ปญฺญายติ ฯ ยายํ ภิกฺขุ อากิญฺจญฺญายตนธาตุ อยํ ธาตุ วิญฺญาณญฺจายตนํ ปฏิจฺจ ปญฺญายติ ฯ ยายํ ภิกฺขุ เนวสญฺญานาสญฺญายตนธาตุ อยํ ธาตุ อากิญฺจญฺญายตนํ ปฏิจฺจ ปญฺญายติ ฯ ยายํ ภิกฺขุ สญฺญาเวทยิตนิโรธธาตุ อยํ ธาตุ นิโรธํ ปฏิจฺจ ปญฺญายตีติ ฯ ยา จายํ ภนฺเต อาภาธาตุ ยา จ สุภาธาตุ ยา จ อากาสานญฺจายตนธาตุ ยา จ วิญฺญาณญฺจายตนธาตุ ยา จ อากิญฺจญฺญายตนธาตุ ยา จ เนวสญฺญานาสญฺญายตนธาตุ ยา จ สญฺญาเวทยิตนิโรธธาตุ อิมา นุ โข ภนฺเต ธาตุโย กถํ สมาปตฺติ ปตฺตพฺพาติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรภิกษุ อาภาธาตุอาศัยความมืด จึงปรากฏได้ สุภาธาตุอาศัยความไม่งามจึงปรากฏได้ อากาสานัญจายตนธาตุอาศัยรูปจึงปรากฏได้ วิญญาณัญจายตนธาตุอาศัยอากาสานัญจายตนะจึงปรากฏได้อากิญจัญญายตนธาตุอาศัยวิญญาณัญจายตนะจึงปรากฏได้ เนวสัญญานาสัญญายตนธาตุอาศัยอากิญจัญญายตนะจึงปรากฏได้ สัญญาเวทยิตนิโรธธาตุอาศัยนิโรธจึงปรากฏได้ ฯ ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อาภาธาตุ สุภาธาตุ อากาสานัญจายตนธาตุวิญญาณัญจายตนธาตุ อากิญจัญญายตนธาตุ เนวสัญญานาสัญญายตนธาตุสัญญาเวทยิตนิโรธธาตุ ธาตุเหล่านี้แต่ละอย่าง บุคคลพึงบรรลุเป็นสมาบัติอย่างไร ฯ
ยา จายํ ภิกฺขุ อาภาธาตุ ยา จ สุภาธาตุ ยา จ อากาสานญฺจายตนธาตุ ยา จ วิญฺญาณญฺจายตนธาตุ ยา จ อากิญฺจญฺญายตนธาตุ อิมา ธาตุโย สญฺญาสมาปตฺติ ปตฺตพฺพา ฯ ยายํ ภิกฺขุ เนวสญฺญานาสญฺญายตนธาตุ อยํ ธาตุ สงฺขาราวเสสสมาปตฺติ ปตฺตพฺพา ฯ ยายํ ภิกฺขุ สญฺญาเวทยิตนิโรธธาตุ อยํ ธาตุ นิโรธสมาปตฺติ ปตฺตพฺพาติ ฯ ปฐมํ ฯ
พ. ดูกรภิกษุ อาภาธาตุ สุภาธาตุ อากาสานัญจายตนธาตุวิญญาณัญจายตนธาตุ อากิญจัญญายตนธาตุ ธาตุเหล่านี้แต่ละอย่าง บุคคลพึงบรรลุเป็นสัญญาสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนธาตุ บุคคลพึงบรรลุเป็นสังขาราวเสสสมาบัติ สัญญาเวทยิตนิโรธธาตุ บุคคลพึงบรรลุเป็นนิโรธสมาบัติ ฯ จบสูตรที่ ๑
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๓. ธาตุสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๑. สัตตธาตุสูตร ๒. ทุติยวรรค หมวดที่ ๒ ๑. สัตตธาตุสูตร ว่าด้วยธาตุ ๗
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค ... “ภิกษุทั้งหลาย ธาตุมี ๗ ประการ ธาตุ ๗ ประการอะไรบ้าง คือ ๑. อาภาธาตุ ๒. สุภธาตุ ๓. อากาสานัญจายตนธาตุ ๔. วิญญาณัญจายตนธาตุ ๕. อากิญจัญญายตนธาตุ ๖. เนวสัญญานาสัญญายตนธาตุ ๗. สัญญาเวทยิตนิโรธธาตุ ธาตุมี ๗ ประการนี้ @เชิงอรรถ : @ อาภาธาตุ ในที่นี้หมายถึงธาตุคือแสงสว่าง ซึ่งเป็นชื่อของอาโลกกสิณ ได้แก่ ฌานพร้อมทั้งอารมณ์ที่ทำให้@ปีติเกิดขึ้น เพราะบริกรรมโดยเพ่งแสงสว่างเป็นอารมณ์ อาภาธาตุอาศัยความมืดจึงปรากฏได้@(สํ.นิ.อ. ๒/๙๕/๑๕๑) @ สุภธาตุ ในที่นี้หมายถึงฌานพร้อมทั้งอารมณ์ที่เกิดขึ้น เพราะบริกรรมโดยเพ่งสุภกสิณ สุภธาตุอาศัย@ความไม่งามจึงปรากฏได้ (สํ.นิ.อ. ๒/๙๕/๑๕๑) @ อากาสานัญจายตนธาตุ ในที่นี้หมายถึงธาตุที่กำหนดอากาศ คือความว่างอันหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์@เป็นขั้นที่ ๑ ของอรูปฌาน อากาสานัญจายตนธาตุอาศัยรูปสมาบัติจึงปรากฏได้ (ขุ.ม.อ. ๗/๙๖)@ วิญญาณัญจายตนธาตุ ในที่นี้หมายถึงธาตุที่กำหนดวิญญาณเป็นอารมณ์ วิญญาณัญจายตนธาตุอาศัย@อากาสานัญจายตนสมาบัติจึงปรากฏได้ (ขุ.ม.อ. ๗/๙๗) @ อากิญจัญญายตนธาตุ ในที่นี้หมายถึงธาตุที่กำหนดความไม่มีอะไรเหลือเป็นอารมณ์ อากิญจัญญายตนธาตุ@อาศัยวิญญาณัญจายตนสมาบัติจึงปรากฏได้ (ขุ.ม.อ. ๗/๙๗) @ เนวสัญญานาสัญญายตนธาตุ ในที่นี้หมายถึงธาตุที่เข้าถึงภาวะที่มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่@เนวสัญญานาสัญญายตนธาตุอาศัยอากิญจัญญายตนสมาบัติจึงปรากฏได้ (ขุ.ม.อ. ๗/๙๗)@ สัญญาเวทยิตนิโรธธาตุ ในที่นี้หมายถึงความดับขันธ์ ๔ ขันธ์ เป็นชื่อของนิโรธสมาบัติ สัญญาเวทยิต-@นิโรธธาตุอาศัยนิโรธสมาบัติจึงปรากฏได้ (สํ.นิ.อ. ๒/๙๕/๑๕๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๘๐}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๓. ธาตุสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๑. สัตตธาตุสูตร ครั้นพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลถามพระผู้มีพระภาค ดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อาภาธาตุ สุภธาตุ อากาสานัญจายตนธาตุ วิญญาณัญจายตนธาตุ อากิญจัญญายตนธาตุ เนวสัญญานาสัญญายตนธาตุ และ สัญญาเวทยิตนิโรธธาตุ ธาตุเหล่านี้อาศัยอะไรจึงปรากฏได้” “ภิกษุ อาภาธาตุอาศัยความมืดจึงปรากฏได้ สุภธาตุอาศัยความไม่งามจึง ปรากฏได้ อากาสานัญจายตนธาตุอาศัยรูปสมาบัติจึงปรากฏได้ วิญญาณัญจายตน-ธาตุอาศัยอากาสานัญจายตนสมาบัติจึงปรากฏได้ อากิญจัญญายตนธาตุอาศัย วิญญาณัญจายตนสมาบัติจึงปรากฏได้ เนวสัญญานาสัญญายตนธาตุอาศัย อากิญจัญญายตนสมาบัติจึงปรากฏได้ สัญญาเวทยิตนิโรธธาตุอาศัยนิโรธสมาบัติจึงปรากฏได้” “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อาภาธาตุ สุภธาตุ อากาสานัญจายตนธาตุ วิญญาณัญจายตนธาตุ อากิญจัญญายตนธาตุ เนวสัญญานาสัญญายตนธาตุ และสัญญาเวทยิตนิโรธธาตุ บุคคลจะเข้าถึงธาตุเหล่านี้ได้อย่างไร” “ภิกษุ อาภาธาตุ สุภธาตุ อากาสานัญจายตนธาตุ วิญญาณัญจายตนธาตุ อากิญจัญญายตนธาตุ ธาตุเหล่านี้ เป็นสัญญาสมาบัติที่บุคคลจะเข้าถึงได้ เนวสัญญานาสัญญายตนธาตุ เป็นสังขาราวิเสสสมาบัติ ที่บุคคลจะเข้าถึงได้ สัญญา-เวทยิตนิโรธธาตุ เป็นนิโรธสมาบัติที่บุคคลจะเข้าถึงได้” สัตตธาตุสูตรที่ ๑ จบ @เชิงอรรถ : @ สังขาราวิเสสสมาบัติ ในที่นี้หมายถึงสมาบัติที่มีสังขารอันละเอียดยังคงเหลืออยู่ (สํ.นิ.อ. ๒/๙๕/๑๕๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๘๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อรรถกถาสัตติมสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในสัตติมสูตรที่ ๑ แห่งทุติยวรรค.
บทว่า อาภาธาตุ ได้แก่ อาโลกธาตุ. คำนั้นเป็นชื่อของอาโลก คือฌานที่เกิดขึ้นเพราะทำบริกรรมในอาโลกกสิณ มีปีติเป็นอารมณ์.
บทว่า สุภาธาตุ ความว่า ฌานพร้อมด้วยอารมณ์ ด้วยอำนาจฌานที่เกิดขึ้นในสุภกสิณ. อากาสานัญจายตนะแล ชื่อว่าอากาสานัญจายตนธาตุ. สัญญาเวทยิตนิโรธ ชื่อว่าสัญญาเวทยิตนิโรธธาตุ. พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อประทานโอกาสแก่ภิกษุผู้ฉลาดในอนุสนธิ นั่งแล้วในที่นั้น ประสงค์จะถามปัญหา จึงยังเทศนาให้จบลง ด้วยประการฉะนี้.
บทว่า อนฺธการํ ปฏิจฺจ ความว่า ก็ความมืด กำหนดแล้วด้วยแสงสว่าง ถึงแสงสว่าง ก็กำหนดแล้วด้วยความมืด ก็แสงสว่างนั้นปรากฏได้ด้วยความมืด เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อาภาธาตุ เพราะอาศัยความมืด จึงปรากฏได้.
ในบทนี้ว่า อสุภํ ปฏิจฺจ ก็มีนัยนี้แล.
ก็ความไม่งาม กำหนดแล้วด้วยความงาม และความงามกำหนดแล้วด้วยความไม่งาม เมื่อความไม่งามมีอยู่ ความงามก็ปรากฏได้ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอย่างนี้.
บทว่า รูปํ ปฏิจฺจ ได้แก่ อาศัยรูปาวจรสมาบัติ. เพราะว่า เมื่อรูปาวจรสมาบัติมีอยู่ ชื่อว่าอากาสานัญจายตนสมาบัติ ย่อมมีได้ หรือความก้าวล่วงรูปก็มี เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอย่างนี้.
แม้ในวิญญาณัญจายตนธาตุเป็นต้น ก็มีนัยนี้แล.
บทว่า นิโรธํ ปฏิจฺจ ความว่า อาศัยความไม่เป็นไปซึ่งการพิจารณาขันธ์ ๔ ชื่อว่านิโรธสมาบัติ เพราะอาศัยความดับแห่งขันธ์ จึงปรากฏได้ อาศัยความเป็นไปแห่งขันธ์ ปรากฏไม่ได้ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอย่างนี้.
ก็ในที่นี้ ความดับแห่งขันธ์ ๔ พึงทราบว่า นิโรธสมาบัติ.
บทว่า กถํ สมาปตฺติ ปตฺตพฺพา ความว่า บุคคลพึงเข้าถึงสมาบัติอย่างไร คือสมาบัติเช่นไร.
บทว่า สญฺญาสมาปตฺติ ปตฺตพฺพา ความว่า บุคคลพึงเข้าถึงสัญญาสมาบัติ ชื่อว่าสัญญาสมาบัติ เพราะมีสัญญา.
บทว่า สงฺขาราวเสสสมาปตฺติ ปตฺตพฺพา ความว่า บุคคลพึงเข้าถึงสังขาราวเสสสมาบัติ เพราะสังขารอันละเอียดยังเหลืออยู่.
บทว่า นิโรธสมาปตฺติ ปตฺตพฺพา ความว่า นิโรธนั่นแหละ ชื่อว่านิโรธสมาบัติ พึงเข้าถึงนิโรธสมาบัติ.
จบอรรถกถาสัตติมสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------