๙. อหิริกมูลกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๙. อหิริกมูลกสูตร
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... ธาตุโสว ภิกฺขเว สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ อหิริกา อหิริเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ อโนตฺตาปิโน อโนตฺตาปีหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ทุปฺปญฺญา ทุปฺปญฺเญหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ หิริมนา หิริมเนหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ โอตฺตาปิโน โอตฺตาปีหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ปญฺญวนฺโต ปญฺญวนฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ สัตว์จำพวกที่ไม่มีโอตตัปปะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ไม่มีโอตตัปปะ สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม สัตว์จำพวกที่มีหิริย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีโอตตัปปะย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีโอตตัปปะ สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา ฯ
อหิริกา อหิริเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ อปฺปสฺสุตา อปฺปสฺสุเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ทุปฺปญฺญา ทุปฺปญฺเญหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ หิริมนา หิริมเนหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ พหุสฺสุตา พหุสฺสุเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ปญฺญวนฺโต ปญฺญวนฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ
สัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีสุตะน้อย ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีสุตะน้อย สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม สัตว์จำพวกที่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมคบค้ากัน กับสัตว์จำพวกที่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีสุตะมาก ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีสุตะมาก สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา ฯ
อหิริกา อหิริเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ กุสีตา กุสีเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ทุปฺปญฺญา ทุปฺปญฺเญหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ หิริมนา หิริมเนหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ อารทฺธวิริยา อารทฺธวิริเยหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ปญฺญวนฺโต ปญฺญวนฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ
สัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับ สัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ สัตว์จำพวกที่เกียจคร้าน ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่เกียจคร้าน สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม สัตว์จำพวกที่มีหิริ ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีหิริ สัตว์จำพวกที่ปรารภความเพียร ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ปรารภความเพียร สัตว์จำพวกที่มีปัญญาย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา ฯ
อหิริกา อหิริเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ มุฏฺฐสฺสติโน มุฏฺฐสฺสตีหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ทุปฺปญฺญา ทุปฺปญฺเญหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ หิริมนา หิริมเนหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ อุปฏฺฐิตสฺสติโน อุปฏฺฐิตสฺสตีหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ปญฺญวนฺโต ปญฺญวนฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺตีติ ฯ นวมํ ฯ
สัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีสติหลงลืม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีสติหลงลืม สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม สัตว์จำพวกที่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีสติมั่นคง ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีสติมั่นคง สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา ฯ จบสูตรที่ ๙
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. อหิริกมูลกสูตร ว่าด้วยสัตว์ผู้ไม่มีหิริเป็นมูล
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค ... “ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายคบค้าสมาคมกันโดยธาตุอย่างเดียวกัน คือสัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีหิริ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีหิริ สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีโอตตัปปะ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีโอตตัปปะ สัตว์ทั้งหลายผู้มี ปัญญาทราม คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญาทราม สัตว์ทั้งหลายผู้มีหิริ(ความละอายต่อบาป) คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลาย ผู้มีหิริ สัตว์ทั้งหลายผู้มีโอตตัปปะ(ความเกรงกลัวต่อบาป) คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีโอตตัปปะ สัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญา คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญา ฯลฯ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๙๕}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๓. ธาตุสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๙. อหิริกมูลกสูตร สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีหิริ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีหิริ สัตว์ทั้งหลายผู้มีสุตะน้อย คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีสุตะน้อย สัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญาทราม คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญาทราม สัตว์ทั้งหลายผู้มีหิริ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีหิริ สัตว์ทั้งหลายผู้มี สุตะมาก คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีสุตะมาก สัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญา คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญา ฯลฯ (๒) สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีหิริ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีหิริ สัตว์ทั้งหลายผู้เกียจคร้าน คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เกียจคร้าน สัตว์ทั้งหลายผู้มี ปัญญาทราม คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญาทราม สัตว์ทั้งหลายผู้มีหิริ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีหิริ สัตว์ทั้งหลาย ผู้ปรารภความเพียร คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ปรารภความเพียร สัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญา คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญา ฯลฯ (๓) สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีหิริ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีหิริ สัตว์ทั้งหลายผู้มีสติหลงลืม คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีสติหลงลืม สัตว์ทั้งหลายผู้มี ปัญญาทราม คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญาทราม สัตว์ทั้งหลายผู้มีหิริ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีหิริ สัตว์ทั้งหลายผู้มี สติมั่นคง คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีสติมั่นคง สัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญา คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญา” ฯลฯ (๔) อหิริกมูลกสูตรที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๙๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอัสสัทธมูลกสูตรที่ ๘ เป็นต้น
สูตรที่ ๘ เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงรวมธรรมมีอัสสัทธาเป็นต้นเหล่านั้น ด้วยอำนาจธรรม ๓ อย่าง.
ในบรรดาสูตรเหล่านั้น สูตรที่ ๘ พระองค์ตรัสธรรมมีอัสสัทธาเป็นมูลเป็นต้น ๕ ครั้ง (แต่ละครั้ง) มีธรรม ๓ อย่าง ด้วยอำนาจธรรมฝ่ายดำและฝ่ายขาว.
สูตรที่ ๙ พระองค์ตรัสธรรมมีอหิริกะเป็นมูล ๔ ครั้ง (แต่ละครั้ง) มีธรรม ๓ อย่าง.
สูตรที่ ๑๐ พระองค์ตรัสธรรมมีอโนตตัปปะเป็นมูล ๓ ครั้ง (แต่ละครั้ง) มีธรรม ๓ อย่าง.
สูตรที่ ๑๑ ตรัสธรรมมีอัปปัสสุตะ (มีสุตะน้อย) เป็นมูล ๒ ครั้ง (แต่ละครั้ง) มีธรรม ๓ อย่าง.
สูตรที่ ๑๒ ตรัสธรรมมีกุสิตะ (ความเกียจคร้าน) เป็นมูล ๑ ครั้งมีธรรม ๓ อย่าง ด้วยประการฉะนี้.
ในสูตร ๕ สูตร แม้ทั้งปวงจึงมีธรรม ๓ อย่าง รวม ๑๕ อย่าง.
ก็อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ธรรม ๑๕ อย่างเหล่านี้ คือพระสูตรก็มี.
นี้ชื่อว่า ติกเปยยาละ.
จบอรรถกถาอัสสัทธมูลกสูตรที่ ๘ เป็นต้น จบทุติยวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สัตติมสูตร
๒. สนิทานสูตร
๓. คิญชกาวสถสูตร
๔. หีนาธิมุตติสูตร
๕. จังกมสูตร
๖. สตาปารัทธสูตร
๗. อัสสัทธมูลกสูตรที่ ๑
๘. อัสสัทธมูลกสูตรที่ ๒
๙. อหิริกมูลกสูตร
๑๐. อโนตตัปปมูลกสูตร
๑๑. อัปปสุตสูตร
๑๒. กุสิตสูตร ฯ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อัสสัทธมูลกสูตรที่ ๑