๑๐. สคัยหกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๐. สคัยหกสูตร
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ทารุโณ ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลโก ฯเปฯ อธิคมาย ฯ
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค ... ได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
อิธาหํ ภิกฺขเว เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ปสฺสามิ สกฺกาเรน อภิภูตํ ปริยาทินฺนจิตฺตํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนํ ฯ อิธ ปนาหํ ภิกฺขเว เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ปสฺสามิ อสกฺกาเรน อภิภูตํ ปริยาทินฺนจิตฺตํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนํ ฯ อิธ ปนาหํ ภิกฺขเว เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ปสฺสามิ สกฺกาเรน จ อสกฺกาเรน จ ตทุภเยน อภิภูตํ ปริยาทินฺนจิตฺตํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนํ ฯ เอวํ ทารุโณ โข ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลโก ฯเปฯ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราเห็นคนบางคนในโลกนี้ อันสักการะครอบงำ ย่ำยีจิตแล้ว เมื่อตายไป เพราะกายแตกทำลาย ต้องเข้าถึงอบาย ทุคติวินิบาต นรก อนึ่ง เราเห็นคนบางคนในโลกนี้ อันความเสื่อมสักการะครอบงำย่ำยีจิตแล้ว เมื่อตายไป เพราะกายแตกทำลาย ต้องเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาตนรก เราเห็นคนบางคนในโลกนี้ อันสักการะและความเสื่อมสักการะทั้งสองอย่างครอบงำ ย่ำยีจิตแล้ว เมื่อตายไป เพราะกายแตกทำลาย ต้องเข้าถึงอบาย ทุคติวินิบาต นรก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะและชื่อเสียง ทารุณ ฯลฯ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา ยสฺส สกฺกริยมานสฺส อสกฺกาเรน จูภยํ สมาธิ น วิกมฺปติ อปฺปมาณวิหาริโน ตํ ฌายินํ สาตติกํ สุขุมทิฏฺฐิวิปสฺสกํ อุปาทานกฺขยารามํ อาหุ สปฺปุริโส อิตีติ ฯ ทสมํ ฯ ปฐมวคฺโค ปฐโม ฯ ตสฺส อุทฺทานํ สุทฺธกํ พฬิสํ กุมฺมํ ทีฆโลมํ ปุเนฬกํ อสนิ ทิฏฺฐิ สิคาลํ เวรมฺเภน สคยฺหกนฺติ ฯ -------
พระผู้มีพระภาค ผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสคำไวยากรณภาษิต นี้แล้ว ได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า สมาธิของผู้ใด ที่เขาสักการะ อยู่ด้วยผล สมาธิหาประมาณ มิได้ ไม่หวั่นไหวด้วยสักการะ และความเสื่อมสักการะ ผู้ นั้นเพ่งอยู่ ทำความเพียรเป็นไปติดต่อ เห็นแจ้งด้วยทิฐิ อย่างละเอียด ยินดีในพระนิพพานเป็นที่สิ้นอุปาทาน บัณฑิต ทั้งหลายเรียกว่า สัปปุรุษ ดังนี้ ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบปฐมวรรคที่ ๑ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สุทธกสูตร ๒. พฬิสสูตร ๓. กุมมสูตร ๔. ทีฆโลมสูตร ๕. เอฬกสูตร ๖. อสนิสูตร ๗. ทิฏฐิ สูตร ๘. สิคาลสูตร ๙. เวรัมภสูตร ๑๐. สคัยหกสูตร ฯ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๖. ลาภสักการสังยุต] ๑๐. สคาถกสูตร ๑๐. สคาถกสูตร ว่าด้วยลาภสักการะและความสรรเสริญมีอบายเป็นผล
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี ... “ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นสิ่งทารุณ ฯลฯ ต่อการบรรลุธรรม เราเห็นคนบางคนในโลกนี้ ถูกสักการะครอบงำ ย่ำยีจิตแล้ว หลังจากตายแล้วก็เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก อนึ่ง เราเห็นคนบางคนในโลกนี้ ถูกความเสื่อมสักการะครอบงำ ย่ำยีจิตแล้ว หลังจากตายแล้วก็เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรกอนึ่ง เราเห็นคนบางคนในโลกนี้ถูกสักการะและความเสื่อมสักการะทั้งสองอย่างครอบงำ ย่ำยีจิตแล้ว หลังจากตายแล้วก็เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นสิ่งทารุณ ฯลฯ อย่างนี้เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้” พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า “สมาธิของภิกษุใด ผู้มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท ย่อมไม่หวั่นไหวด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ (๑) ด้วยมีผู้สักการะ (๒) ด้วยไม่มีผู้สักการะ ภิกษุผู้เข้าฌานมีความเพียรพิจารณาด้วยปัญญาที่สุขุม ยินดีในธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปาทานนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายเรียกว่า สัตบุรุษ” สคาถกสูตรที่ ๑๐ จบ ปฐมวรรค จบ @เชิงอรรถ : @ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๑๐๑๐-๑๐๑๑/๕๐๕
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๗๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๖. ลาภสักการสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๑. สุวัณณปาติสูตร รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ทารุณสูตร ๒. พฬิสสูตร ๓. กุมมสูตร ๔. ทีฆโลมิกสูตร ๕. มีฬหกสูตร ๖. อสนิสูตร ๗. ทิทธสูตร ๘. สิคาลสูตร ๙. เวรัมภสูตร ๑๐. สคาถกสูตร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสคัยหกสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในสคัยหกสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้.
บทว่า อสกฺการเน จูภยํ ได้แก่ อสักการะ ๒ อย่าง.
บทว่า สมาธิ คือ อรหัตผลสมาธิ. ก็สมาธินั้นไม่หวั่นไหวด้วยอสักการะนั้น.
บทว่า อปฺปมาณวิหาริโน คือ อยู่ด้วยผลสมาธิ หาประมาณมิได้.
บทว่า สาตติกํ คือ ทำติดต่อกัน.
บทว่า สุขุมทิฏฺฐิวิปสฺสกํ ความว่า ชื่อว่าเห็นแจ้ง เพราะมาเริ่มตั้งวิปัสสนาในอรหัตมรรคทิฏฐิ เพื่อประโยชน์แก่ทิฏฐิอันละเอียดในผลสมาบัติ.
บทว่า อุปาทานกฺขยารามํ ได้แก่ ยินดีในนิพพาน กล่าวคือเป็นที่สิ้นอุปาทาน.
บทว่า อาหุ สปฺปุริโส ได้แก่ กล่าว.
จบอรรถกถาสคัยหกสูตรที่ ๑๐ จบอรรถกถาปฐมวรรคที่ ๑ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สุทธกสูตร
๒. พฬิสสูตร
๓. กุมมสูตร
๔. ทีฆโลมสูตร
๕. เอฬกสูตร
๖. อสนิสูตร
๗. ทิฏฐิสูตร
๘. สิคาลสูตร
๙. เวรัมภสูตร
๑๐. สคัยหกสูตร ฯ -----------------------------------------------------