๘. กลิงครสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๘. กลิงครสูตร
เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตเมืองเวสาลี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลายได้ทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ฯ
ภควา เอตทโวจ กลิงฺครูปธานา ภิกฺขเว เอตรหิ ลิจฺฉวี วิหรนฺติ อปฺปมตฺตา อาตาปิโน อุปาสนสฺมึ เตสํ ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต น ลภติ โอตารํ น ลภติ อารมฺมณํ ฯ ภวิสฺสนฺติ ภิกฺขเว อนาคตมทฺธานํ ลิจฺฉวี สุขุมาลา มุทุตลา หตฺถปาทา เต มุทุกาสุ เสยฺยาสุ ถูลพิมฺโพหนาสุ ยาว สุริยุคฺคมนา เสยฺยํ กปฺปิสฺสนฺติ เตสํ ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต ลจฺฉติ โอตารํ ลจฺฉติ อารมฺมณํ ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในปัจจุบัน พวกกษัตริย์ลิจฉวีผู้ทรงไว้ซึ่งหมอนท่อนไม้หนุนศีรษะและเท้า ย่อมเป็นผู้ไม่ประมาทมีความเพียรในการฝึกซ้อมศิลป พระเจ้าอชาตศัตรูเวเทหิบุตร พระเจ้าแผ่นดินมคธ ย่อมไม่ได้ช่อง ไม่ได้โอกาส แต่กษัตริย์ลิจฉวีเหล่านั้น ในอนาคตกาลพวกกษัตริย์ลิจฉวีจักเป็นกษัตริย์สุขุมาลชาติ มีมือและเท้าอันอ่อนนุ่ม จักสำเร็จการนอนบนที่นอน มีฟูกและหมอนหนาอันอ่อนนุ่ม จนกว่าพระอาทิตย์ขึ้นพระเจ้าอชาตศัตรูเวเทหิบุตร พระเจ้าแผ่นดินมคธ จักได้ช่อง ได้โอกาส แต่กษัตริย์ลิจฉวีเหล่านั้น ฯ
กลิงฺครูปธานา ภิกฺขเว เอตรหิ ภิกฺขู วิหรนฺติ อปฺปมตฺตา อาตาปิโน ปธานสฺมึ เตสํ มาโร ปาปิมา น ลภติ โอตารํ น ลภติ อารมฺมณํ ฯ ภวิสฺสนฺติ ภิกฺขเว อนาคตมทฺธานํ ภิกฺขู สุขุมาลา มุทุตลา หตฺถปาทา เต มุทุกาสุ เสยฺยาสุ ถูลพิมฺโพหนาสุ ยาว สุริยุคฺคมนา เสยฺยํ กปฺปิสฺสนฺติ เตสํ มาโร ปาปิมา ลจฺฉติ โอตารํ ลจฺฉติ อารมฺมณํ ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ กลิงฺครูปธานา วิหริสฺสาม อปฺปมตฺตา อาตาปิโน ปธานสฺมินฺติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในปัจจุบัน พวกภิกษุผู้เข้าไปทรงไว้ซึ่ง หมอนท่อนไม้หนุนศีรษะและเท้า ย่อมเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร ในการเริ่มตั้งความเพียรอยู่ มารผู้มีบาป ย่อมไม่ได้ช่อง ย่อมไม่ได้โอกาส แต่ภิกษุเหล่านั้น ในอนาคตกาล พวกภิกษุจักเป็นสุขุมาลชาติ มีมือเท้าอันอ่อนนุ่ม จักสำเร็จการนอนบนที่นอนมีฟูกและหมอนหนาอันอ่อนนุ่ม จนกว่าพระอาทิตย์ขึ้นมารผู้มีบาปย่อมได้ช่อง ได้โอกาส แต่พวกเธอเหล่านั้น เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งหมอนท่อนไม้หนุนศีรษะและเท้าไม่ประมาท มีความเพียร ในการเริ่มตั้งความเพียรไว้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ จบสูตรที่ ๘
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. กลิงครสูตร ว่าด้วยหมอนท่อนไม้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตกรุงเวสาลี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคได้รับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัส เรื่องนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ในปัจจุบันพวกกษัตริย์ลิจฉวีทรงใช้พระเขนยไม้หนุนพระเศียร และพระบาท เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียรในการศึกษาศิลปะ พระเจ้าอชาตศัตรูเวเทหิบุตร กษัตริย์แคว้นมคธ ไม่ทรงได้ช่อง ได้โอกาสของกษัตริย์ลิจฉวีเหล่านั้น@เชิงอรรถ : @ อยู่ภายนอก หมายถึงภายนอกพระพุทธศาสนา (องฺ.ทุก.อ. ๒/๔๘/๕๕) @ สาวกภาษิต หมายถึงภาษิตอันเหล่าสาวกของเจ้าลัทธิคนใดคนหนึ่งที่ไม่ได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธสาวกได้ภาษิตไว้@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๔๘/๕๕, องฺ.ทุก.ฏีกา ๒/๔๘/๕๓) @ ดูเทียบ องฺ.ทุก. (แปล) ๒๐/๔๘/๙๑-๙๒
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๓๑๘}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๙. โอปัมมสังยุต] ๙. นาคสูตร แต่ในอนาคตพวกกษัตริย์ลิจฉวีจักเป็นกษัตริย์สุขุมาลชาติ มีฝ่าพระหัตถ์และ พระบาทอ่อนนุ่ม บรรทมบนที่บรรทมมีพระเขนยหนาอ่อนนุ่ม จนดวงอาทิตย์ขึ้น พระเจ้าอชาตศัตรู เวเทหิบุตร กษัตริย์แคว้นมคธจักทรงได้ช่อง ได้โอกาสของกษัตริย์ลิจฉวีเหล่านั้น ในปัจจุบัน ภิกษุทั้งหลายใช้หมอนไม้หนุนศีรษะและเท้า เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียรเครื่องเผากิเลส ในการบำเพ็ญเพียรอยู่ มารผู้มีบาปจึงไม่ได้ช่องไม่ได้โอกาสของภิกษุเหล่านั้น แต่ในอนาคต ภิกษุทั้งหลายจักเป็นสุขุมาลชาติ มีฝ่ามือและเท้าอ่อนนุ่ม นอนบนที่นอนมีหมอนหนาอ่อนนุ่ม จนดวงอาทิตย์ขึ้น มารผู้มีบาปจักได้ช่อง ได้โอกาสของเธอทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า ‘เราทั้งหลาย จักใช้หมอนไม้หนุนศีรษะและเท้า เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียรเครื่องเผากิเลสในการบำเพ็ญเพียรอยู่’ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้” กลิงครสูตรที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถากลิงครสูตรที่ ๘
ในกลิงครสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า กลิงฺครูปธานา ได้แก่ กระทำท่อนไม้คือท่อนไม้ตะเคียน เป็นหมอนหนุนศีรษะและหนุนเท้า.
บทว่า อปฺปมตฺตา ได้แก่ ไม่ประมาทในการเรียนศิลปะ.
บทว่า อาตาปิโน ได้แก่ เริ่มประกอบความเพียร คือความหมั่นอันเป็นเหตุทำกิเลสให้เร่าร้อน.
บทว่า อุปาสนสฺมึ ได้แก่ ในการเริ่มประกอบศิลปะและในการเข้าไปนั่งใกล้อาจารย์.
ได้ยินว่า ในกาลนั้น พวกเขาลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ไปโรงศิลปะ เรียนศิลปะในโรงศิลปะนั้นแล้ว กระทำการประกอบความเพียรด้วยการเรียนและการสาธยายเป็นต้นล้างหน้าแล้ว ไปดื่มข้าวยาคู ดื่มข้าวยาคูแล้วไปสู่โรงศิลปะอีก กระทำการสาธยาย ไปกินอาหารเช้า กินอาหารเช้าเสร็จแล้วคิดว่า ขอพวกเราอย่าได้หลับนานด้วยความประมาทเลย แล้วหนุนศีรษะและเท้าที่ท่อนไม้ตะเคียน หลับไปหน่อยหนึ่งแล้วไปโรงศิลปะอีกเรียนสาธยายศิลปะและเวลาเย็นกระทำการสาธยายศิลปะ กลับไปเรือนบริโภคอาหารเย็น ปฐมยามกระทำการสาธยาย เวลาเย็นนอนหนุนท่อนไม้เหมือนอย่างนั้นนั่นแล เขาเหล่านั้นไม่รู้ขณะและมีปัญญาอ่อน ซึ่งท่านหมายเอากล่าวไว้ดังนี้.
บทว่า โอตารํ แปลว่า ช่อง. บทว่า อารมฺมณํ ได้แก่ ปัจจัย.
บทว่า ปธานสฺมึ ได้แก่ กระทำความเพียรในสถานที่สำหรับทำความเพียร.
ได้ยินว่า ในครั้งปฐมโพธิกาล ภิกษุทั้งหลาย กระทำภัตกิจเสร็จแล้วมนสิการพระกรรมฐาน เมื่อภิกษุเหล่านั้นกำลังมนสิการอยู่นั้นแล พระอาทิตย์ก็อัสดงคต. ภิกษุเหล่านั้นอาบน้ำแล้ว ลงจงกรมอีก จงกรมตลอดปฐมยาม.
แต่นั้นคิดว่า พวกเราอย่านอนหลับนาน นอนเพื่อบรรเทาความลำบากทางร่างกาย จึงนอนหนุนท่อนไม้. ก็ภิกษุเหล่านั้นลุกขึ้นในปัจฉิมยาม แล้วลงจงกรม. ท่านหมายเอาภิกษุเหล่านั้น จึงกล่าวไว้ดังนี้.
ในรัชกาลแห่งพระเจ้าแผ่นดินถึง ๓ รัชกาล เกาะแม้นี้ก็เป็นที่มีเสียงระฆังเป็นอันเดียวกัน ได้เป็นพื้นที่สำหรับบำเพ็ญเพียรอันเดียวกันระฆังที่เขาตีที่วิหารต่างๆ ก็ดังประสมไปที่ปิลิจฉิโกฏินคร ระฆังที่เขาตีที่กัลยาณีวิหาร ก็ดังประสมไปที่นาคทวีปภิกษุนี้จะถูกเขาเหยียดนิ้วชี้ว่า ผู้นี้เป็นปุถุชน. ภิกษุทั้งหมดได้เป็นพระอรหันต์ในวันเดียวกัน.
____________________________
ม. ปิลิจฺฉิโกฏิยํ.
บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะเหตุที่มารไม่ได้เครื่องหนุนคือท่อนไม้เป็นอารมณ์.
จบอรรถกถากลิงครสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------