๖. สีสัจฉินนสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๖. สีสัจฉินนสูตร
๖๕๕ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นตัวกะพันธ์ไม่มีศีรษะ มีตาและปากอยู่ที่อก ลอยอยู่ในเวหาส แร้งบ้าง กาบ้าง นกตะกรุมบ้าง ต่างก็โผถลาตามจิก ทึ้ง ตัวกะพันธ์นั้น ได้ยินว่า ตัวกะพันธ์นั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลายสัตว์นี้ได้เป็นเพชฌฆาตผู้ฆ่าโจร ชื่อว่าหาริก อยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ฯลฯ ฯ จบสูตรที่ ๖
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. อสีสกสูตร ว่าด้วยเปรตศีรษะขาด
“ท่าน เมื่อกระผมลงจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นอสีสกพันธเปรตลอยขึ้นสู่กลางอากาศ ตาและปากของมันอยู่ที่อก ฝูงแร้ง นกกา นกเหยี่ยวพากันโฉบอยู่ขวักไขว่จิกทึ้งยื้อแย่งเปรตนั้นสะบัดไปมาจนมันร้องครวญคราง ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย เปรตนั้นเคยเป็นเพชฌฆาตฆ่าโจรชื่อหาริกะในกรุงราชคฤห์” ฯลฯ อสีสกสูตรที่ ๖ จบ ๗. ปาปภิกขุสูตร ว่าด้วยเปรตมีรูปเป็นภิกษุชั่ว
“ท่าน เมื่อกระผมลงจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นภิกษุเปรตลอยขึ้นสู่ กลางอากาศ สังฆาฏิ บาตร ประคตเอว และร่างกายของมัน ถูกไฟติดลุกโชนจนมันร้องครวญคราง ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย เปรตนั้นเคยเป็นภิกษุชั่วในพระศาสนาของพระกัสสปสัมมา-สัมพุทธเจ้า” ฯลฯ ปาปภิกขุสูตรที่ ๗ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ วิ.มหา. (แปล) ๑/๒๓๐/๒๓๗-๒๔๐
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๓๑๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสีสัจฉินนสูตรที่ ๖
ในเรื่องคนฆ่าโจร มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
ผู้ฆ่าโจรนั้นตัดศีรษะพวกโจรเป็นเวลานานตามคำสั่งพระราชา เมื่อบังเกิดในเปตโลก บังเกิดเป็นตัวกะพันธ์ไม่มีศีรษะ.
จบอรรถกถาสีสัจฉินนสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------