อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๐๙

อันตรไปยยาล

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๐๙–๓๑๐พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 2 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 2 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อนฺตรเปยฺยาโล นวโม

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... ชรามรณํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ชรามรเณ ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพ ชรามรณสมุทยํ อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ชรามรณสมุทเย ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพ ชรามรณนิโรธํ อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ชรามรณนิโรเธ ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพ ชรามรณนิโรธามินึ ปฏิปทํ อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ชรามรณนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพติ ฯ [สพฺเพสํ เอวํ เปยฺยาโล] ชาตึ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... ภวํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... อุปาทานํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... ตณฺหํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... เวทนํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... ผสฺสํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... สฬายตนํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... นามรูปํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... วิญฺญาณํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... สงฺขาเร ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ สงฺขาเรสุ ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพ สงฺขารสมุทยํ อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ สงฺขารสมุทเย ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพ สงฺขารนิโรธํ อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ สงฺขารนิโรเธ ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพ สงฺขารนิโรธคามินึ ปฏิปทํ อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ สงฺขารนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพติ ฯ [สพฺเพสํ จตุสจฺจิกํ กาตพฺพํ สุตฺตนฺโต เอโก ] ฯ

ชรามรณํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ชรามรเณ ยถาภูตํ ญาณาย สิกฺขา กรณียา ฯ [เอวํ เปยฺยาโล จตุสจฺจิกํ กาตพฺพํ] โยโค กรณีโย ... ฉนฺโท กรณีโย ... อุสฺโสฬฺหี กรณียา ... อปฺปฏิวานี กรณียา ... อาตปฺปํ กรณียํ ... วิริยํ กรณียํ ... สาตจฺจํ กรณียํ ... สติ กรณียา ... สมฺปชญฺญํ กรณียํ ... อปฺปมาโท กรณีโยติ ฯ อนฺตรเปยฺยาโล นวโม ฯ ตสฺส อุทฺทานํ สตฺถา สิกฺขา จ โยโค จ ฉนฺโท อุสฺโสฬฺหิ ปญฺจมี อปฺปฏิวานิยาตปฺปํ วิริยํ สาตจฺจ วุจฺจติ สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ อปฺปมาเทน ทฺวาทสาติ ฯ สุตฺตนฺตา อนฺตรเปยฺยาลา นิฏฺฐิตา ฯ ปเร เต ทฺวาทส โหนฺติ สุตฺตา ทฺวตฺตึส สตานิ จ จตุสจฺเจน เต วุตฺตา เปยฺยาลา อนฺตรมฺหิ เยติ ฯ อนฺตรเปยฺยาเลสุ อุทฺทานํ สมตฺตํ ฯ -------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๙. อันตรเปยยาล ๒-๑๑. ทุติยสัตถุสุตตาทิทสกะ ๙. อันตรเปยยาล หมวดว่าด้วยพระสูตรที่มีเนื้อความละไว้ในระหว่าง ๑. สัตถุสูตร ว่าด้วยศาสดา

ข้อ ๗๓

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค ... “ภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อไม่รู้เห็นชราและมรณะตามความเป็นจริง พึงแสวงหาศาสดา เพื่อรู้ชราและมรณะตามความเป็นจริง เมื่อไม่รู้เห็นความเกิดแห่งชราและมรณะตามความเป็นจริง พึงแสวงหาศาสดา เพื่อรู้ความเกิดแห่งชราและมรณะตามความเป็นจริง เมื่อไม่รู้เห็นความดับแห่งชราและมรณะตามความเป็นจริง พึงแสวงหาศาสดา เพื่อรู้ความดับแห่งชราและมรณะตามความเป็นจริง เมื่อไม่รู้เห็นปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งชราและมรณะตามความเป็นจริง พึงแสวงหาศาสดา เพื่อรู้ปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งชราและมรณะตามความเป็นจริง” (สุตตันตะเป็นอย่างเดียวกัน)สัตถุสูตรที่ ๑ จบ [เนื้อความที่ละไว้ทั้งหมดก็ขยายความเหมือนอย่างนี้] ๒-๑๑. ทุติยสัตถุสุตตาทิทสกะ ว่าด้วยพระสูตร ๑๐ สูตรมีทุติยสัตถุสูตรเป็นต้น (๒) “ภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อไม่รู้เห็นชาติตามความเป็นจริง” ... สูตรที่ ๒ จบ (๓) “บุคคลเมื่อไม่รู้เห็นภพตามความเป็นจริง” ... สูตรที่ ๓ จบ (๔) “บุคคลเมื่อไม่รู้เห็นอุปาทานตามความเป็นจริง” ... สูตรที่ ๔ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๕๗}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๙. อันตรเปยยาล ๒-๑๑. ทุติยสัตถุสุตตาทิทสกะ (๕) “บุคคลเมื่อไม่รู้เห็นตัณหาตามความเป็นจริง” ... สูตรที่ ๕ จบ (๖) “บุคคลเมื่อไม่รู้เห็นเวทนาตามความเป็นจริง” ... สูตรที่ ๖ จบ (๗) “บุคคลเมื่อไม่รู้เห็นผัสสะตามความเป็นจริง” ... สูตรที่ ๗ จบ (๘) “บุคคลเมื่อไม่รู้เห็นสฬายตนะตามความเป็นจริง” ... สูตรที่ ๘ จบ (๙) “บุคคลเมื่อไม่รู้เห็นนามรูปตามความเป็นจริง” ... สูตรที่ ๙ จบ (๑๐) “บุคคลเมื่อไม่รู้เห็นวิญญาณตามความเป็นจริง” ... สูตรที่ ๑๐ จบ (๑๑) ภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อไม่รู้เห็นสังขารทั้งหลายตามความเป็นจริง พึงแสวงหาศาสดา เพื่อรู้สังขารทั้งหลายตามความเป็นจริง เมื่อไม่รู้เห็นความเกิดแห่งสังขารตามความเป็นจริง พึงแสวงหาศาสดา เพื่อรู้ความเกิดแห่งสังขารตามความเป็นจริง เมื่อไม่รู้เห็นความดับแห่งสังขารตามความเป็นจริง พึงแสวงหาศาสดาเพื่อรู้ความดับแห่งสังขารตามความเป็นจริง เมื่อไม่รู้เห็นปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งสังขารตามความเป็นจริง พึงแสวงหาศาสดา เพื่อรู้ปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งสังขารตามความเป็นจริง” สูตรที่ ๑๑ จบ [บัณฑิตพึงกระทำกิจในอริยสัจ ๔ ทุกๆ สูตร]

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๕๘}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๙. อันตรเปยยาล ๒-๑๒. ทุติยสัตถุสุตตาทิทสกะ ๒-๑๒. สิกขาสุตตาทิเปยยาลเอกาทสกะ ว่าด้วยพระสูตร ๑๑ สูตรที่ละไว้มีสิกขาสูตรเป็นต้น (๒) “ภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อไม่รู้เห็นชราและมรณะตามความเป็นจริงพึงกระทำการศึกษาเพื่อรู้ชราและมรณะตามความเป็นจริง” สูตรที่ ๒ จบ [เนื้อความที่ละไว้บัณฑิตพึงกระทำกิจในอริยสัจ ๔ ทุกๆ สูตร] (๓) “บุคคลเมื่อไม่รู้ชราและมรณะ ฯลฯ พึงกระทำความเพียร” ... สูตรที่ ๓ จบ (๔) “บุคคลเมื่อไม่รู้ชราและมรณะ ฯลฯ พึงกระทำความพอใจ” ... สูตรที่ ๔ จบ (๕) “บุคคลเมื่อไม่รู้ชราและมรณะ ฯลฯ พึงกระทำความอุตสาหะ” ... สูตรที่ ๕ จบ (๖) “บุคคลเมื่อไม่รู้ชราและมรณะ ฯลฯ พึงกระทำความความเพียรไม่ถอยกลับ” ... สูตรที่ ๖ จบ (๗) “บุคคลเมื่อไม่รู้ชราและมรณะ ฯลฯ พึงกระทำความเพียรเครื่องเผากิเลส” ... สูตรที่ ๗ จบ (๘) “บุคคลเมื่อไม่รู้ชราและมรณะ ฯลฯ พึงกระทำความเพียรอย่างกล้าหาญ” ... สูตรที่ ๘ จบ (๙) “บุคคลเมื่อไม่รู้ชราและมรณะ ฯลฯ พึงกระทำความเพียรติดต่อ” ... สูตรที่ ๙ จบ (๑๐) “บุคคลเมื่อไม่รู้ชราและมรณะ ฯลฯ พึงตั้งสติ” ... สูตรที่ ๑๐ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๕๙}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๙. อันตรเปยยาล รวมพระสูตรที่มีในเปยยาล (๑๑) “บุคคลเมื่อไม่รู้ชราและมรณะ ฯลฯ พึงดำรงสัมปชัญญะ” ... สูตรที่ ๑๑ จบ “ภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อไม่รู้ชราและมรณะ ฯลฯ พึงกระทำความไม่ประมาท” ... สูตรที่ ๑๒ จบ อันตรเปยยาลที่ ๙ จบ รวมพระสูตรที่มีในเปยยาลนี้ คือ ๑. สัตถุสูตร ๒. สิกขาสูตร ๓. โยคสูตร ๔. ฉันทสูตร ๕. อุสโสฬหิสูตร ๖. อัปปฏิวานิสูตร ๗. อาตัปปสูตร ๘. วิริยสูตร ๙. สาตัจจสูตร ๑๐. สติสูตร ๑๑. สัมปชัญญสูตร ๑๒. อัปปมาทสูตร พระสูตรที่มีอันตรเปยยาล จบ เบื้องต้นพระสูตรมี ๑๒ สูตร รวมทั้งพระสูตรที่ละไว้ในระหว่าง เข้าเป็น ๑๓๒ สูตร พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้วด้วย(จำนวนตามแบบ)อริยสัจ ๔รวมความในพระสูตรที่ละไว้ในระหว่าง จบ นิทานสังยุต จบบริบูรณ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๖๐}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอันตรเปยยาลที่ ๙ อรรถกถาสัตถุสูตรเป็นต้น

เบื้องหน้าแต่นี้ ๑๒ สูตรที่เป็นไปโดยนัยมีอาทิว่า สตฺถา ปริเยสิตพฺโพ ดังนี้ ชื่อว่า อันตรเปยยาลวรรค. พระสูตรทั้งหมดนั้น ท่านกล่าวตามอัธยาศัยของเวไนยบุคคลผู้ตรัสรู้โดยประการนั้นๆ.

ในบทเหล่านั้น บทว่า สตฺถา ได้แก่ ผู้เป็นพระพุทธเจ้าก็ตาม พระสาวกก็ตาม ซึ่งเป็นที่อาศัยของผู้ได้มรรคญาณ นี้ชื่อว่าศาสดา ศาสดานั้นพึงแสวงหา.

บทว่า สิกฺขา กรณียา ได้แก่ พึงทำสิกขาทั้ง ๓ อย่าง.

บรรดาโยคะเป็นต้น บทว่า โยโค ได้แก่ การประกอบ.

บทว่า ฉนฺโท ได้แก่ ความพอใจในกุศล คือความเป็นผู้ใคร่จะทำ.

บทว่า อุสฺโสฬฺหิ ได้แก่ ความเพียรที่มีประมาณยิ่งที่ทนต่อสิ่งทั้งปวง.

บทว่า อปฺปฏิวานี แปลว่า ไม่ถอยกลับ.

บทว่า อาตปฺปํ ได้แก่ ความเพียรอันทำกิเลสให้ร้อนทั่วคือวิริยะนั่นเอง.

บทว่า สาตจฺจํ ได้แก่ การกระทำเป็นไปติดต่อ.

บทว่า สติ ได้แก่ สติที่กำหนดสัจจะ ๔ เป็นอารมณ์ ด้วยอำนาจชราและมรณะเป็นต้น.

บทว่า สมฺปชญฺญํ ได้แก่ ญาณเช่นนั้นแหละ.

บทว่า อปฺปมาโท ได้แก่ ความไม่ประมาทในการเจริญสัจจะ.

คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.

จบอรรถกถาอันตรเปยยาลที่ ๙ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา