๑. มารสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ราธสํยุตฺเต อายาจนวคฺโค ตติโย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค อายาจนวรรคที่ ๓ ๑. มารสูตร ว่าด้วยการละความพอใจในขันธมาร
สาวตฺถี ฯ อถ โข อายสฺมา ราโธ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา ราโธ ภควนฺตํ เอตทโวจ สาธุ เม ภนฺเต ภควา สงฺขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตุ ยมหํ ภควโต ธมฺมํ สุตฺวา เอโก วูปกฏฺโฐ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหเรยฺยนฺติ ฯ โย โข ราธ มาโร ตตฺร เต ฉนฺโท ปหาตพฺโพ โก จ ราธ มาโร ฯ รูปํ โข ราธ มาโร ตตฺร เต ฉนฺโท ปหาตพฺโพ เวทนา มาโร ตตฺร เต ฉนฺโท ปหาตพฺโพ สญฺญา ฯ สงฺขารา มาโร ตตฺร เต ฉนฺโท ปหาตพฺโพ วิญฺญาณํ มาโร ตตฺร เต ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯ โย โข ราธ มาโร ตตฺร เต ฉนฺโท ปหาตพฺโพ ฯ ราโค ปหาตพฺโพ ฯ ฉนฺทราโค ปหาตพฺโพติ ฯ
พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่านพระราธะได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดประทานพระวโรกาสทรงแสดงธรรมโดยย่อแก่ข้าพระองค์ ที่ข้าพระองค์ได้ฟังแล้ว จะพึงเป็นผู้ๆ เดียว หลีกออกจากหมู่ ไม่ประมาทมีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยวอยู่เถิด. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในสิ่งนั้นเสีย. ดูกรราธะก็อะไรเล่าเป็นมาร? ดูกรราธะ รูปเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในรูปนั้นเสีย. เวทนาเป็นมาร ... สัญญาเป็นมาร ... สังขารเป็นมาร ... วิญญาณเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในวิญญาณนั้นเสีย. ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในสิ่งนั้นเสีย. จบ สูตรที่ ๑.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๒. ราธสังยุต] ๓. อายาจนวรรค ๑. มารสูตร ๓. อายาจนวรรค หมวดว่าด้วยการอาราธนา ๑-๑๑. มาราทิสุตตเอกาทสกะ ว่าด้วยพระสูตร ๑๑ สูตร มีมารสูตรเป็นต้น ๑. มารสูตร ว่าด้วยมาร
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระราธะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญขอประทานวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคโปรดแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์โดยย่อซึ่งข้าพระองค์ได้ฟังแล้วจะพึงหลีกออกไปอยู่คนเดียว ไม่ประมาท มีความเพียรอุทิศกายและใจอยู่เถิด” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ราธะ สิ่งใดเป็นมาร เธอพึงละฉันทะ ราคะ ฉันทราคะในสิ่งนั้น ก็อะไรเล่าเป็นมาร คือ รูปเป็นมาร เธอพึงละฉันทะ ราคะ ฉันทราคะในรูปนั้น เวทนาเป็นมาร เธอพึงละฉันทะ ... ในเวทนานั้น สัญญาเป็นมาร เธอพึงละฉันทะ ... ในสัญญานั้น สังขารเป็นมาร เธอพึงละฉันทะ ... ในสังขารนั้น วิญญาณเป็นมาร เธอพึงละฉันทะ ราคะ ฉันทราคะในวิญญาณนั้น ราธะ สิ่งใดเป็นมาร เธอพึงละฉันทะ ราคะ ฉันทราคะในสิ่งนั้น” มารสูตรที่ ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๒๖๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอายาจนวรรคที่ ๓
ข้อความต่อไปนี้ง่ายทั้งนั้น.
แท้จริงพระราธเถระนี้ ชื่อว่าเป็นพระเถระผู้เฉียบแหลม. เพราะทอดพระเนตรเห็นพระเถระนี้ เหตุการณ์ที่ละเอียดจึงปรากฏแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแสดงธรรมแก่พระราธะนั้น โดยนัยต่างๆ.
เมื่อเป็นเช่นนี้ในราธสังยุตนี้ ๒ วรรคข้างต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ด้วยอำนาจการถาม. วรรคที่ ๓ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสด้วยอำนาจการทูลขอ.
จบอรรถกถาอายาจนวรรคที่ ๓ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ราธสังยุต ทุติยวรรคที่ ๒ นิโรธธัมมสูตรที่ ๑๒ ว่าด้วยสภาพที่รู้จักดับ