๑. จิตตฌายีสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต อิติวุตตกะ เอกนิบาต วรรคที่ ๓ ๑. จิตตฌายีสูตร
๑๙๙จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดรู้จิตของบุคคลบางคนในโลกนี้ผู้มีจิตผ่องใสด้วยจิตอย่างนี้แล้ว ถ้าในสมัยนี้ บุคคลนี้พึงกระทำกาละไซร้ เขาพึงเกิดในสวรรค์ เหมือนเชิญมาไว้ ฉะนั้น ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะจิตของเขาผ่องใส ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะเหตุแห่งจิตผ่องใสแล สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า พระพุทธเจ้าทรงทราบบุคคลบางคนในโลกนี้ผู้มีจิตผ่องใส ได้ ทรงพยากรณ์เนื้อความนี้แก่ภิกษุทั้งหลายในสำนักของพระองค์ ว่า ถ้าในสมัยนี้ บุคคลนี้พึงกระทำกาละไซร้ บุคคลนี้ พึงเข้าถึงสุคติ เพราะจิตของเขาผ่องใส เขาเป็นอย่างนั้น เหมือนเชิญมาฉะนั้น เพราะเหตุแห่งจิตผ่องใสแล สัตว์ ทั้งหลายย่อมไปสู่สุคติ ฯ เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๑. เอกกนิบาต] ๓. ตติยวรรค ๑. ปสันนจิตตสูตร ๓. ตติยวรรค หมวดที่ ๓ ๑. ปสันนจิตตสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้มีจิตเลื่อมใส
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดวาระจิตของบุคคลผู้มีจิตเลื่อมใสบางคนในโลกนี้ด้วยใจจึงรู้ชัดอย่างนี้ว่า ถ้าบุคคลนี้ตายในขณะนี้ จะดำรงอยู่ในสวรรค์ เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร เพราะจิตของเขาเลื่อมใส ภิกษุทั้งหลายก็เพราะเหตุที่มีจิตเลื่อมใสนั่นเอง สัตว์ทั้งหลายบางพวกในโลกนี้ หลังจากตายแล้วจึงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ด้วยอาการอย่างนี้” พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า พระพุทธเจ้าทรงรู้บุคคลบางคน ผู้มีจิตเลื่อมใส ในโลกนี้ จึงทรงขยายเนื้อความนี้ให้ชัดแก่ภิกษุในที่ใกล้ว่า ถ้าบุคคลนี้ตายในขณะนี้ ต้องไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เพราะจิตของเขาเลื่อมใส เขาเป็นอย่างนั้น เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ก็เพราะเหตุที่มีจิตเลื่อมใส สัตว์ทั้งหลายจึงไปสู่สุคติ แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แลปสันนจิตตสูตรที่ ๑ จบ @เชิงอรรถ : @ ผู้มีจิตเลื่อมใส หมายถึงผู้มีศรัทธาเชื่อมั่นในพระรัตนตรัย และเชื่อผลแห่งกรรม (ขุ.อิติ.อ. ๒๑/๘๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๓๖๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาจิตตฌายีสูตร
ในจิตตฌายีสูตรที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๓ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ปสนฺนจิตฺตํ ได้แก่ มีใจเลื่อมใสแล้ว ด้วยความเชื่อในพระรัตนตรัยและด้วยความเชื่อในผลของกรรม.
บทว่า สุคตึ ได้แก่ คติดีหรือคติแห่งสุข เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า สุคติ.
บทว่า สคฺคํ ได้แก่ เลิศด้วยดีด้วยสมบัติมีรูปเป็นต้น เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า สวรรค์.
ในบทว่า โลกํ ได้แก่ ผลแห่งบุญและบาป หรือชื่อว่าโลก เพราะอรรถว่าสลายไป.
อนึ่ง ในที่นี้ แม้คติของมนุษย์ก็สงเคราะห์ด้วยสุคติศัพท์ คติของเทวดาก็สงเคราะห์ด้วยสัคคศัพท์เหมือนกัน.
บทที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั้นแล.
จบอรรถกถาจิตตฌายีสูตรที่ ๑ -----------------------------------