๖. สุจริตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๒๔๓๖ วุตฺตํ เหตํ ภควตา วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ ตีณีมานิ ภิกฺขเว สุจริตานิ กตมานิ ตีณิ กายสุจริตํ วจีสุจริตํ มโนสุจริตํ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ สุจริตานีติ ฯ เอตมตฺถํ ภควา อโวจ ฯ ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ กายทุจฺจริตํ หิตฺวา วจีทุจฺจริตานิ จ มโนทุจฺจริตํ หิตฺวา ยญฺจญฺญํ โทสสญฺหิตํ อกตฺวากุสลํ กมฺมํ กตฺวาน กุสลํ พหุํ กายสฺส เภทา สปฺปญฺโญ สคฺคํ โส อุปปชฺชตีติ ฯ อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ ฯ ฉฏฺฐํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๓. ติกนิบาต] ๒. ทุติยวรรค ๖. สุจริตสูตร ๖. สุจริตสูตร ว่าด้วยสุจริต
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย สุจริต ๓ ประการนี้ สุจริต ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กายสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยกาย) ๒. วจีสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยวาจา) ๓. มโนสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยใจ) ภิกษุทั้งหลาย สุจริต ๓ ประการนี้แล” พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า บุคคลผู้มีปัญญา ละกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริตและอกุศลกรรมอื่นๆ ซึ่งประกอบด้วยโทษได้แล้ว ไม่ทำอกุศลกรรมไว้ ทำแต่กุศลกรรมไว้มากมาย หลังจากตายแล้ว จะไปเกิดในสวรรค์ แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แลสุจริตสูตรที่ ๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๒๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสุจริตสูตร
ในสุจริตสูตรที่ ๖ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
ความประพฤติดี หรือความประพฤติงาม ชื่อว่าสุจริต. ความประพฤติดีด้วยกาย หรือความประพฤติดีที่เป็นไปแล้วทางกาย ชื่อว่ากายสุจริต.
แม้ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
ก็แม้ในพระสูตรนี้มีกล่าวถึง ๒ อย่างเหมือนกัน คือด้วยสามารถแห่งบัญญัติ และด้วยสามารถแห่งกรรมบถ.
การไม่ละเมิดสิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้แล้วทางกายทวาร ชื่อว่าเป็นกายสุจริต.
การไม่ละเมิดสิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้แล้วทางวจีทวาร ชื่อว่าเป็นวจีสุจริต.
การไม่ละเมิดสิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้แล้วทั้ง ๒ ทวาร ชื่อว่าเป็นมโนสุจริต.
เพราะฉะนั้น บรรดากถาทั้งสองอย่างนั้น นี้เป็นบัญญัติกถา.
ส่วนเจตนาบ้าง วิรัติบ้าง ๓ อย่างที่เกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลผู้งดเว้นจากปาณาติบาตเป็นต้น ชื่อว่ากายสุจริต. เจตนาบ้าง วิรัติบ้าง ๔ อย่างที่เกิดขึ้นแก่ผู้งดเว้นไปจากมุสาวาทเป็นต้น ชื่อว่าเป็นวจีสุจริต. ธรรมที่สัมปยุตด้วยเจตนา ๓ อย่างคือ อนภิชฌา อัพยาบาท สัมมาทิฏฐิเป็นมโนสุจริต. นี้แลคือการกล่าวตามกรรมบถ.
คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้ว.
จบอรรถกถาสุจริตสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------