๘. พหุการสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ๘. พหุการสูตร
๘ พหุการา ภิกฺขเว พฺราหฺมณคหปติกา ตุมฺหากํ เย เต ปจฺจุปฏฺฐิตา จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺช- ปริกฺขาเรหิ ฯ ตุเมฺหปิ ภิกฺขเว พหุการา พฺราหฺมณคหปติกานํ ยํ เนสํ ธมฺมํ เทเสถ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสถ ฯ เอวมิทํ ภิกฺขเว อญฺญมญฺญํ นิสฺสาย พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ โอฆสฺส นิตฺถรณตฺถาย สมฺมาทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายาติ ฯ สาคารา อนาคารา จ อุโภ อญฺโญญฺญนิสฺสิตา อาราธยนฺติ สทฺธมฺมํ โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ สาคาเรสุ จ จีวรํ ปจฺจยํ สยนาสนํ อนาคารา ปฏิจฺฉนฺติ ปริสฺสยวิโนทนํ ฯ สุคตํ ปน นิสฺสาย คหฏฺฐา ฆรเมสิโน สทฺทหานา อรหตํ อริยปญฺญาย ฌายิโน อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน มคฺคํ สุคติคามินํ นนฺทิโน เทวโลกสฺมึ โมทนฺติ กามกามิโนติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย พราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลายเป็นผู้มี อุปการะมากแก่เธอทั้งหลาย บำรุงเธอทั้งหลายด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร แม้เธอทั้งหลายก็จงเป็นผู้มีอุปการะมากแก่พราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย จงแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุดจงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่พราหมณ์และคฤหบดีเหล่านั้นเถิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย คฤหัสถ์และบรรพชิตทั้งหลาย ต่างอาศัยซึ่งกันและกันด้วยอำนาจอามิสทานและธรรมทาน อยู่ประพฤติพรหมจรรย์นี้ เพื่อต้องการสลัดโอฆะ เพื่อจะทำซึ่งที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบด้วยประการอย่างนี้ ฯ คฤหัสถ์และบรรพชิตทั้งหลาย ต่างอาศัยกันและกันทั้ง ๒ ฝ่าย ย่อมยังสัทธรรมอันเกษมจากโยคะอย่างยอดเยี่ยมให้สำเร็จ บรรพชิตทั้งหลายย่อมปรารถนาเฉพาะจีวร บิณฑบาต ที่นอน ที่นั่ง และคิลานปัจจัย อันเป็นเครื่องบรรเทาเสียซึ่งอันตราย จากคฤหัสถ์ทั้งหลาย ส่วนคฤหัสถ์ทั้งหลายผู้อยู่ครองเรือน อาศัยพระอริยบุคคลผู้ปฏิบัติชอบแล้ว เชื่อถือซึ่งถ้อยคำของ พระอรหันต์ทั้งหลาย มีปรกติเพ่งพินิจด้วยปัญญาอันบริสุทธิ์ดี ประพฤติธรรมอันเป็นทางไปสู่สุคติในศาสนานี้ มีปรกติ เพลิดเพลิน เป็นผู้ใคร่กามบันเทิงอยู่ในเทวโลก ฯ จบสูตรที่ ๘
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. พหุการสูตร ว่าด้วยผู้มีอุปการะมาก
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย พราหมณ์และคหบดีทั้งหลายผู้บำรุงอุปถัมภ์เธอทั้งหลายด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ชื่อว่าเป็นผู้มีอุปการะมากแก่เธอทั้งหลาย ข้อที่เธอทั้งหลายแสดงธรรมมีความงามในเบื้องต้น มีความงามในท่ามกลางและมีความงามในที่สุด พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะ ประกาศพรหมจรรย์ บริสุทธิ์บริบูรณ์ ครบถ้วนแก่พราหมณ์และคหบดีเหล่านั้น ชื่อว่าเธอทั้งหลายก็มีอุปการะมากแก่พราหมณ์และคหบดีทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลาย คฤหัสถ์และบรรพชิตต่างพึ่งพาอาศัยกันและกันอยู่ ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อต้องการสลัดโอฆะออกให้ได้ เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบ ด้วยประการดังกล่าวนี้”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๘๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๔. จตุกกนิบาต] ๘. พหุการสูตร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า คฤหัสถ์ผู้อยู่ครองเรือนและบรรพชิตผู้ไม่อยู่ครองเรือน ทั้ง ๒ ฝ่าย ต่างอาศัยกันและกัน จึงบรรลุสัทธรรมอันเป็นแดนเกษมจากโยคะอันยอดเยี่ยมได้ ฝ่ายบรรพชิตผู้ไม่อยู่ครองเรือนย่อมต้องการปัจจัย ๔ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัช อันเป็นเครื่องบรรเทาอันตรายจากฝ่ายคฤหัสถ์ ฝ่ายคฤหัสถ์ผู้อยู่ครองเรือน อาศัยพระอริยะผู้ปฏิบัติดีแล้ว เชื่อมั่นคำสั่งสอนและการปฏิบัติดีของพระอรหันต์ เป็นผู้เพ่งพินิจอยู่ด้วยอริยปัญญา ประพฤติธรรมอันเป็นทางนำไปสู่สุคติโลกสวรรค์ในอัตภาพนี้ มีความเพลิดเพลิน เสวยกามสุข รื่นเริงบันเทิงใจอยู่ในเทวโลก แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แลพหุการสูตรที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๘๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาพหุการสูตร
ในพหุการสูตรที่ ๘ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า พราหมณคคหปติกา ได้แก่ ผู้เป็นทั้งพราหมณ์ เป็นทั้งคหบดี คนทุกจำพวกเมื่อครองเรือน ยกเว้นพวกพราหมณ์ พึงทราบว่า ชื่อว่าเป็นคหบดี ในที่นี้
บทว่า เย เท้าความถึงผู้ที่อ้างมาโดยไม่แน่นอน. บทว่า เต เป็นทุติยาวิภัตติพหุวจนะ.
ก็ในข้อนี้มีเนื้อความย่อดังต่อไปนี้ว่า
ทรงแสดงว่าคฤหัสถ์มีอุปการะแก่ภิกษุ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พราหมณคหบดีทั้งหลาย ผู้มีอุปการะมากแก่เธอทั้งหลาย ซึ่งได้แก่ทั้งพราหมณ์ทั้งผู้ครองเรือนที่เหลือ เธอทั้งหลายเท่านั้นที่เขาพากันทำนุบำรุงด้วยปัจจัยทั้งหลายมีจีวรเป็นต้น โดยคิดว่า (นี้) เป็นบุญเขตของเราทั้งหลาย ซึ่งพวกเราจะพากันประดิษฐานไว้ซึ่งทักษิณา ให้มีค่าสูง มีผลอันงามเลิศ มีวิบากเป็นสุข เป็นไปเพื่อให้เกิดในสวรรค์.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงว่า คฤหัสถ์ทั้งหลายเป็นผู้มีอุปการะแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยการถวายอามิส คือโดยการแจกแบ่งอามิส ได้แก่โดยการอนุเคราะห์ด้วยอามิสอย่างนี้แล้วบัดนี้ เพื่อจะทรงแสดงว่า แม้ภิกษุทั้งหลายก็มีอุปการะแก่คฤหัสถ์เหล่านั้น (เหมือนกัน) โดยการให้ธรรม คือการแจกแบ่งพระธรรม ได้แก่โดยการอนุเคราะห์ด้วยพระธรรมจึงได้ตรัสคำมีอาทิไว้ว่า ตุมฺเหปิ ภิกฺขเว คำนั้น ก็มีนัยดุจที่กล่าวมาแล้วนั่นเอง.
ด้วยคำนี้ พระองค์ตรัสถึงอะไร?
ตรัสถึง ความอ่อนน้อมต่อบิณฑบาต (เคารพบิณฑบาต).
ก็ในข้อนี้มีอธิบายดังต่อไปนี้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุที่พราหมณคหบดีเหล่านี้ ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่มิตร ไม่ใช่ลูกหนี้ของเธอทั้งหลาย โดยที่แท้แล้ว เขาต้องการผลวิเศษโดยเข้าใจว่า สมณะเหล่านี้เป็นผู้ประพฤติชอบ ปฏิบัติชอบบุญที่เราทั้งหลายทำในสมณะเหล่านี้ จักมีผลานิสงส์มากดังนี้ จึงทะนุบำรุงเธอทั้งหลายด้วยปัจจัย ๔ มีจีวรเป็นต้น ฉะนั้น เธอทั้งหลายควรให้ความประสงค์นั้นของพวกเขาเต็มเปี่ยม ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิดแม้ธรรมเทศนาก็จะงดงามและน่าถือเอาสำหรับเขาเหล่านั้นผู้ทำตามอยู่นั่นแหละ ไม่ใช่สำหรับคนเหล่าอื่นนอกจากนี้ เธอทั้งหลายพึงทำความไม่ประมาทในสัมมาปฏิบัติ ดังที่พรรณามานี้แล.
ในคำทั้งหลายมีอาทิว่า เอวมิทํ ภิกฺขเว มีความย่อดังต่อไปนี้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คฤหัสถ์และบรรพชิตทั้งหลาย ต่างก็อาศัยกันด้วยอำนาจอามิสทานและธรรมทานมีประการดังที่กล่าวมานี้อย่างนี้แล้วอยู่ประพฤติศาสนพรหมจรรย์ และมรรคพรหมจรรย์ ด้วยอำนาจการนิยมอุโบสถศีลเป็นต้น และด้วยอำนาจปาริสุทธศีล ๔ เป็นต้นเพื่อต้องการถอนโอฆะทั้ง ๔ อย่างด้วยสามารถแห่งกาม (โอฆะ) เป็นต้น และเพื่อทำที่สุดแห่งวัฏฏทุกข์แม้ทั้งหมดโดยชอบนั่นเอง.
พึงทราบวินิจฉัยในคาถาทั้งหลายต่อไป
บทว่า สาคารา ได้แก่ คฤหัสถ์ทั้งหลาย.
บทว่า อนาคารา ได้แก่ ผู้สละเรือนออกบวช.
บทว่า อุโภ อญฺโญญฺญนิสฺสิตา ความว่า ทั้ง ๒ ฝ่ายนั้นต่างก็อาศัยกัน.
อธิบายว่า คฤหัสถ์ผู้มีเรือนอาศัยธรรมทานของบรรพชิตผู้ไม่มีเรือน และบรรพชิตผู้ไม่มีเรือนก็อาศัยการถวายปัจจัยของคฤหัสถ์ผู้มีเรือน.
บทว่า อาราธยนฺติ ความว่า ให้สำเร็จ คือให้ถึงพร้อม.
บทว่า สทฺธมฺมํ ได้แก่ ปฏิบัติสัทธรรมและปฏิเวธสัทธรรม.
พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงพระธรรมที่สูงสุดในบรรดาสัทธรรมเหล่านั้น จึงได้ตรัสว่า โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ (คือ) พระอรหัตและพระนิพพาน.
บทว่า สาคาเรสุ ความว่า จากคฤหัสถ์ผู้มีเรือนทั้งหลาย. บทนี้เป็นสัตตมีวิภัตติ ใช้ในความหมายปัญจมีวิภัตติ.
อีกอย่างหนึ่ง (หมายความว่า) ในสำนักของคฤหัสถ์ทั้งหลายผู้มีเรือน.
บทว่า ปจฺจยํ ได้แก่ ปัจจัย ๒ อย่าง ที่เหลือจากที่กล่าวมาแล้ว คือบิณฑบาตและเภสัช.
บทว่า ปริสฺสยวิโนทนํ ได้แก่ ที่อยู่อาศัยมีวิหารเป็นต้น ที่บำบัดอันตรายมีอันตรายที่เกิดจากฤดูเป็นต้น.
บทว่า สุคตํ ได้แก่ พระอริยบุคคล ๘ จำพวกพร้อมด้วยกัลยาณปุถุชนทั้งหลายผู้ปฏิบัติชอบแล้ว. ความจริง พระสาวกพระองค์ทรงประสงค์เอาว่า สุคต ในพระคาถานี้.
บทว่า ฆรเมสิโน ได้แก่ ผู้แสวงหาเรือน.
อธิบายว่า ผู้มีปกติอยู่บ้านครอบครองเรือนแสวงหาอุปกรณ์แห่งโภคทรัพย์และคุณธรรมมีศีลของคฤหัสถ์เป็นต้น.
บทว่า สทฺทหนฺตา อรหตํ ความว่า ผู้เชื่อถ้อยคำของพระอริยเจ้าทั้งหลายผู้เป็นพระอรหันต์ หรือเชื่อข้อปฏิบัติชอบของท่านเหล่านั้น.
อธิบายว่า เชื่อมั่นอยู่ว่า ท่านเหล่านี้เป็นผู้ปฏิบัติชอบแน่นอน สำหรับผู้ปฏิบัติตามที่ท่านเหล่านี้บอก การปฏิบัตินั้นก็จะเป็นไปเพื่อสวรรคสมบัติและนิพพานสมบัติ.
ปาฐะว่า สทฺทาตา ดังนี้ก็มี.
บทว่า อริยปญฺญาย ความว่า ด้วยปัญญาที่บริสุทธิ์ดีแล้ว.
บทว่า ฌายิโน ความว่า ผู้เพ่งด้วยฌานทั้ง ๒ คืออารัมมณูปนิชฌานและลักขณูปนิชฌาน.
บทว่า อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ความว่า ครั้นปฏิบัติธรรมมีศีลเป็นต้นที่เป็นทางแห่งโลกิยสุขและโลกุตรสุข ในอัตภาพนี้หรือในศาสนานี้แล้ว จะไปสู่สุคติ ตลอดเวลาที่ยังไม่บรรลุปรินิพพาน.
บทว่า นนฺทิโน ความว่า ชื่อว่าผู้มีปกติเพลิดเพลิน เพราะประกอบด้วยปีติและโสมนัส. แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า บทว่า ธมฺมํ จริตฺวาน มคฺคํ ความว่า บรรลุโสดาปัตติมรรค.
บทว่า เทวโลกสฺมึ ความว่า ในเทวโลกชั้นกามาพจรทั้ง ๖ ชั้น.
บทว่า โมทนฺติ กามกามิโน ความว่า ชื่อว่าเป็นผู้ใคร่กาม คือเป็นผู้ประสงค์บันเทิงอยู่ เพราะสำเร็จตามวัตถุที่ประสงค์แล้ว.
จบอรรถกถาพหุการสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------