๓. กุมมสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๖. ลาภสักการสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๓. กุมมสูตร ๓. กุมมสูตร ว่าด้วยภิกษุติดลาภสักการะและความสรรเสริญเปรียบเหมือนเต่าถูกเชือกมัด
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี ... “ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นสิ่งทารุณ ฯลฯ ต่อการบรรลุธรรม เรื่องเคยมีมาแล้ว มีตระกูลเต่าใหญ่อาศัยอยู่ในห้วงน้ำแห่งหนึ่งมานาน ครั้งหนึ่ง เต่าตัวหนึ่งเข้าไปหาเต่าอีกตัวหนึ่งถึงที่อยู่พูดว่า ‘พ่อเต่า เจ้าอย่าได้ไปยังท้องถิ่นนั้นนะ’ เต่าตัวนั้นได้ไปยังท้องถิ่นนั้นแล้ว ถูกนายพรานยิงด้วยลูกดอก ลำดับนั้นเต่าตัวที่ถูกยิงเข้าไปหาเต่าตัวนั้นถึงที่อยู่ เต่าตัวนั้นได้เห็นเต่าตัวที่ถูกยิงกำลังเดินมาแต่ไกลจึงถามว่า “พ่อเต่า เจ้าไม่ได้ไปท้องถิ่นนั้นหรือ” “พ่อเต่า ฉันได้ไปท้องถิ่นนั้นมาแล้ว” “พ่อเต่า เจ้าไม่บาดเจ็บ ไม่ถูกทุบตีดอกหรือ” “ฉันไม่บาดเจ็บ ไม่ถูกทุบตี แต่ฉันมีเชือกเส้นหนึ่งติดหลังมานี้” เต่าตัวนั้นกล่าวว่า “เอาเถอะพ่อเต่า เจ้าไม่บาดเจ็บ ไม่ถูกทุบตีก็ตามเถิด แต่บิดามารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ของเจ้าได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ เพราะเชือกเส้นนี้แหละไปเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่ใช่พวกของเราแล้ว” คำว่า ‘พราน’ นี้ เป็นชื่อของมารใจบาป คำว่า ‘ลูกดอก’ นี้ เป็นชื่อของลาภสักการะและความสรรเสริญ คำว่า ‘เชือก’ นี้ เป็นชื่อของนันทิราคะ ภิกษุบางรูปยินดี พอใจลาภสักการะและความสรรเสริญที่เกิดขึ้นแล้ว ภิกษุนี้เราเรียกว่า ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ เพราะลาภสักการะและความสรรเสริญอันเปรียบเหมือนลูกดอก ถูกมารใจบาปทำได้ตามใจปรารถนา ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นสิ่งทารุณ ฯลฯ อย่างนี้เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้” กุมมสูตรที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๖๗}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๓. กุมมสูตร
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ทารุโณ ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลโก ฯเปฯ อธิคมาย ฯ
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค ... ได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะและชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคายเป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อุทกรหเท มหากุมฺมกุลํ จิรนิวาสิ อโหสิ ฯ อถ โข ภิกฺขเว อญฺญตโร กุมฺโม เยน อญฺญตโร กุมฺโม เตนุปสงฺกมิ อญฺญตรํ กุมฺมํ เอตทโวจ มา โข ตฺวํ ตาต กุมฺม เอตํ ปเทสํ อคมาสีติ ฯ อคมาสิ โข ภิกฺขเว โส กุมฺโม ตํ ปเทสํ ตเมนํ ลุทฺโธ ปปตาย วิชฺฌิ ฯ อถ โข ภิกฺขเว โส กุมฺโม เยน โส กุมฺโม เตนุปสงฺกมิ ฯ อทฺทสา โข ภิกฺขเว โส กุมฺโม ตํ กุมฺมํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน ตํ กุมฺมํ เอตทโวจ กจฺจิ ตฺวํ ตาต กุมฺม น ตํ ปเทสํ อคมาสีติ ฯ อคมาสึ ขฺวาหํ ตาต กุมฺม ตํ ปเทสนฺติ ฯ กจฺจิ ปนาปิ ตาต กุมฺม อกฺขโต อนุปหโตติ ฯ อกฺขโต โขมฺหิ ตาต กุมฺม อนุปหโต อตฺถิ ปน เม อิทํ สุตฺตกํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธนฺติ ฯ ตคฺฆ หิ ตาต กุมฺม อกฺขโต ตคฺฆ อุปหโต เอเตน หิ เต ตาต กุมฺม สุตฺตเกน ปิตโร จ ปิตามหา จ อนยํ อาปนฺนา พฺยสนํ อาปนฺนา คจฺฉทานิ ตฺวํ ตาต กุมฺม นทานิ ตฺวํ อมฺหากนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ในห้วงน้ำแห่งหนึ่ง มี ตระกูลเต่าใหญ่อยู่อาศัยมานาน ครั้งหนึ่ง เต่าตัวหนึ่งเข้าไปหาเต่าอีกตัวหนึ่งพูดว่าพ่อเต่า เจ้าอย่าได้ไปยังประเทศนั้นนะ ฯ เต่าตัวนั้นได้ไปยังประเทศนั้นแล้ว ถูกนายพรานยิงด้วยลูกดอก ลำดับนั้น เต่าตัวที่ถูกยิงเข้าไปหาเต่าตัวนั้น เต่าตัวนั้นได้เห็นเต่าตัวที่ถูกยิงกำลังมาแต่ไกล จึงถามว่า พ่อเต่า เจ้าไม่ได้ไปยังประเทศนั้นหรือ ฯ เต่าตัวที่ถูกยิงตอบว่า พ่อเต่า ฉันได้ไปยังประเทศนั้นมาแล้ว ฯ เต่าตัวนั้นถามว่า พ่อเต่า เจ้าไม่ได้ถูกทุบถูกตีดอกหรือ ฯ เต่าตัวที่ถูกยิงตอบว่า ฉันไม่ได้ถูกทุบถูกตี แต่ฉันมีเชือกเส้นหนึ่งติดหลังมานี้ ฯ เต่าตัวนั้นกล่าวว่า พ่อเต่า เจ้าไม่ได้ถูกทุบถูกตีก็ดีละ พ่อเต่า บิดามารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ของเจ้าได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ เพราะเชือกเส้นนี้แหละ ไปเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่ใช่พวกของเราแล้ว ฯ
ลุทฺโธติ โข ภิกฺขเว มารสฺเสตํ ปาปิมโต อธิวจนํ ฯ ปปตายาติ โข ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลกสฺเสตํ อธิวจนํ ฯ สุตฺตกนฺติ โข ภิกฺขเว นนฺทิราคสฺเสตํ อธิวจนํ ฯ โย หิ โกจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อุปฺปนฺนํ ลาภสกฺการสิโลกํ อสฺสาเทติ นิกาเมติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปปตาย อนยํ อาปนฺโน พฺยสนํ อาปนฺโน ยถากามกรณีโย ปาปิมโต ฯ เอวํ ทารุโณ โข ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลโก ฯเปฯ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ตติยํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่า "พราน" นี้เป็นชื่อของมารใจบาป คำว่า "ลูกดอก" เป็นชื่อของลาภ สักการะและชื่อเสียง คำว่า "เชือก" นี้เป็นชื่อของนันทิราคะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปยินดี พอใจ ลาภ สักการะและชื่อเสียงที่เกิดขึ้นแล้ว ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ เพราะลาภ สักการะและชื่อเสียง ดุจลูกดอก ถูกมารทำได้ตามความพอใจ ลาภสักการะและชื่อเสียง ทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ จบสูตรที่ ๓