๓. กุมมสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๕๔๒สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ทารุโณ ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลโก ฯเปฯ อธิคมาย ฯ
๕๔๓ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อุทกรหเท มหากุมฺมกุลํ จิรนิวาสิ อโหสิ ฯ อถ โข ภิกฺขเว อญฺญตโร กุมฺโม เยน อญฺญตโร กุมฺโม เตนุปสงฺกมิ อญฺญตรํ กุมฺมํ เอตทโวจ มา โข ตฺวํ ตาต กุมฺม เอตํ ปเทสํ อคมาสีติ ฯ อคมาสิ โข ภิกฺขเว โส กุมฺโม ตํ ปเทสํ ตเมนํ ลุทฺโธ ปปตาย วิชฺฌิ ฯ อถ โข ภิกฺขเว โส กุมฺโม เยน โส กุมฺโม เตนุปสงฺกมิ ฯ อทฺทสา โข ภิกฺขเว โส กุมฺโม ตํ กุมฺมํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน ตํ กุมฺมํ เอตทโวจ กจฺจิ ตฺวํ ตาต กุมฺม น ตํ ปเทสํ อคมาสีติ ฯ อคมาสึ ขฺวาหํ ตาต กุมฺม ตํ ปเทสนฺติ ฯ กจฺจิ ปนาปิ ตาต กุมฺม อกฺขโต อนุปหโตติ ฯ อกฺขโต โขมฺหิ ตาต กุมฺม อนุปหโต อตฺถิ ปน เม อิทํ สุตฺตกํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธนฺติ ฯ ตคฺฆ หิ ตาต กุมฺม อกฺขโต ตคฺฆ อุปหโต เอเตน หิ เต ตาต กุมฺม สุตฺตเกน ปิตโร จ ปิตามหา จ อนยํ อาปนฺนา พฺยสนํ อาปนฺนา คจฺฉทานิ ตฺวํ ตาต กุมฺม นทานิ ตฺวํ อมฺหากนฺติ ฯ
๕๔๔ลุทฺโธติ โข ภิกฺขเว มารสฺเสตํ ปาปิมโต อธิวจนํ ฯ ปปตายาติ โข ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลกสฺเสตํ อธิวจนํ ฯ สุตฺตกนฺติ โข ภิกฺขเว นนฺทิราคสฺเสตํ อธิวจนํ ฯ โย หิ โกจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อุปฺปนฺนํ ลาภสกฺการสิโลกํ อสฺสาเทติ นิกาเมติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปปตาย อนยํ อาปนฺโน พฺยสนํ อาปนฺโน ยถากามกรณีโย ปาปิมโต ฯ เอวํ ทารุโณ โข ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลโก ฯเปฯ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ตติยํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๖. ลาภสักการสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๓. กุมมสูตร ๓. กุมมสูตร ว่าด้วยภิกษุติดลาภสักการะและความสรรเสริญเปรียบเหมือนเต่าถูกเชือกมัด
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี ... “ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นสิ่งทารุณ ฯลฯ ต่อการบรรลุธรรม เรื่องเคยมีมาแล้ว มีตระกูลเต่าใหญ่อาศัยอยู่ในห้วงน้ำแห่งหนึ่งมานาน ครั้งหนึ่ง เต่าตัวหนึ่งเข้าไปหาเต่าอีกตัวหนึ่งถึงที่อยู่พูดว่า ‘พ่อเต่า เจ้าอย่าได้ไปยังท้องถิ่นนั้นนะ’ เต่าตัวนั้นได้ไปยังท้องถิ่นนั้นแล้ว ถูกนายพรานยิงด้วยลูกดอก ลำดับนั้นเต่าตัวที่ถูกยิงเข้าไปหาเต่าตัวนั้นถึงที่อยู่ เต่าตัวนั้นได้เห็นเต่าตัวที่ถูกยิงกำลังเดินมาแต่ไกลจึงถามว่า “พ่อเต่า เจ้าไม่ได้ไปท้องถิ่นนั้นหรือ” “พ่อเต่า ฉันได้ไปท้องถิ่นนั้นมาแล้ว” “พ่อเต่า เจ้าไม่บาดเจ็บ ไม่ถูกทุบตีดอกหรือ” “ฉันไม่บาดเจ็บ ไม่ถูกทุบตี แต่ฉันมีเชือกเส้นหนึ่งติดหลังมานี้” เต่าตัวนั้นกล่าวว่า “เอาเถอะพ่อเต่า เจ้าไม่บาดเจ็บ ไม่ถูกทุบตีก็ตามเถิด แต่บิดามารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ของเจ้าได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ เพราะเชือกเส้นนี้แหละไปเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่ใช่พวกของเราแล้ว” คำว่า ‘พราน’ นี้ เป็นชื่อของมารใจบาป คำว่า ‘ลูกดอก’ นี้ เป็นชื่อของลาภสักการะและความสรรเสริญ คำว่า ‘เชือก’ นี้ เป็นชื่อของนันทิราคะ ภิกษุบางรูปยินดี พอใจลาภสักการะและความสรรเสริญที่เกิดขึ้นแล้ว ภิกษุนี้เราเรียกว่า ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ เพราะลาภสักการะและความสรรเสริญอันเปรียบเหมือนลูกดอก ถูกมารใจบาปทำได้ตามใจปรารถนา ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นสิ่งทารุณ ฯลฯ อย่างนี้เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้” กุมมสูตรที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๖๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถากุมมสูตรที่ ๓
พึงทราบวินิจฉัยในกุมมสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้.
บทว่า มหากุมฺมกุลํ ได้แก่ ตระกูลเต่ากระดองใหญ่.
บทว่า อคมาสิ ความว่า ได้ไปด้วยความสำคัญว่า ในที่นี้พึงมีของบางอย่างกินแน่ เมื่อเขาตระหนี่สิ่งนั้น ก็จะห้ามเรา ดังนี้.
บทว่า ปปตาย หนามเหล็กมีสัณฐานคล้ายลูกดอกมีเงี่ยง ผูกด้วยเชือกยาว สอดไว้ในด้ามไม้ถือไป พอพุ่งไปติดอยู่ที่กระดองเต่า ไม้ก็ดีดออกโดยเร็ว เชือกก็ไปมัดเป็นอันเดียวกัน ท่านเรียกว่าลูกดอก.
บทว่า โส กุมฺโม คือ เต่านั้นถูกยิง.
บทว่า เยน โส กุมฺโม ความว่า เต่าตัวที่ถูกยิง ผู้มีความต้องการนั้นจึงกลับเสีย ด้วยคิดว่า ความสงสัยจักมีได้เพราะฟังเสียงน้ำดังนี้. ชื่อว่ากุมมะ เต่า.
บทว่า นทานิ ตฺวํ อมฺหากํ ความว่า บัดนี้ ท่านไปอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูไม่ใช่พวกของเรา. อนึ่ง นายพรานอยู่ในเรือคร่าเชือกมามัดเต่าผู้สนทนาอยู่อย่างนี้ กระทำได้ตามปรารถนา.
คำที่เหลือในสูตรนี้ และในสูตรต่อแต่นี้ง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถากุมมสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------