๑๒. สหายสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๒. สหายสูตร
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข เทฺว ภิกฺขู สหายกา อายสฺมโต มหากปฺปินสฺส สทฺธิวิหาริโน เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ฯ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุผู้เป็นเพื่อนกัน๒ รูป ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของท่านพระมหากัปปินะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯ
อทฺทสา โข ภควา เต ภิกฺขู ทูรโตว อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวาน ภิกฺขู อามนฺเตสิ ปสฺสถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว เอเต เทฺว ภิกฺขู สหายเก อาคจฺฉนฺเต มหากปฺปินสฺส สทฺธิวิหาริโนติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ เอเต โข ภิกฺขเว ภิกฺขู มหิทฺธิกา มหานุภาวา น จ สา สมาปตฺติ สุลภรูปา ยา เตหิ ภิกฺขูหิ อสมาปนฺนปุพฺพา ยสฺส จตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ ตทนุตฺตรํ พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นเธอทั้ง ๒ มาอยู่แต่ไกลจึงตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอเห็นภิกษุสหาย ๒ รูปผู้เป็นสัทธิวิหาริกของมหากัปปินะกำลังมาอยู่นั่นหรือไม่ ฯ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า เห็น พระเจ้าข้า ฯ พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ ๒ รูปนั่นแล มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากแต่ไม่ได้สมาบัติที่เธอไม่เคยเข้าง่ายนัก เธอทั้ง ๒ กระทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยม ซึ่งกุลบุตรทั้งหลายออกบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ ฯ
อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา สหายา วติเม ภิกฺขู จิรรตฺตํ สเมนิกา สเมติ เนสํ สทฺธมฺโม ธมฺเม พุทฺธปฺปเวทิเต สุวินีตา กปฺปิเนน ธมฺเม อริยปฺปเวทิเต ธาเรนฺติ อนฺติมํ เทหํ เชตฺวา มารํ สวาหนนฺติ ฯ ทฺวาทสมํ ฯ ภิกฺขุสํยุตฺตํ นวมํ สมตฺตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ โกลิโต อุปติสฺโส จ ฆโฏ จาปิ ปวุจฺจติ นโว สุชาโต ภทฺที จ วิสาขนนฺโท ติสฺโส จ เถรนาโม จ กปฺปิโน สหาเยน จ ทฺวาทสาติ ฯ นิทานวคฺคสฺส สํยุตฺตโก ตสฺส อุทฺทานํ อภิสมยธาตุสํยุตฺตํ อนมตคฺเคน กสฺสปํ สกฺการราหุลลกฺขโณ- ปมฺมภิกฺขุโน นิทาโน ทุติโย เตน ปวุจฺจตีติ ฯ นิทานวคฺคสํยุตฺตํ สมตฺตํ ฯ
พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้ แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า ภิกษุเหล่านี้เป็นสหายกัน เป็นผู้มีความรู้คู่เคียงกันมาตลอด กาลนาน สัทธรรมของเธอเหล่านั้นย่อมเทียบเคียงได้ในธรรม ที่พระพุทธเจ้าประกาศแล้ว เธออันกัปปินะแนะนำดีแล้วใน ธรรมที่พระอริยเจ้าประกาศแล้ว เธอทั้งสองชำนะมารพร้อม ทั้งพาหนะได้แล้ว ย่อมทรงไว้ซึ่งอัตภาพมีในที่สุด ดังนี้ ฯ จบสูตรที่ ๑๒ จบภิกขุสังยุตต์ที่ ๙ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. โกลิตสูตร ๒. อุปติสสสูตร ๓. ฆฏสูตร ๔. นวสูตร ๕. สุชาตสูตร ๖. ภัททีสูตร ๗. วิสาขสูตร ๘. นันทสูตร ๙. ติสสสูตร ๑๐. เถรนามสูตร ๑๑. กัปปินสูตร ๑๒. สหาย สูตร ฯ -----------------------------------------------------รวมสังยุตต์ที่มีในภาคนี้ คือ ๑. อภิสมยสังยุตต์ ๒. ธาตุสังยุตต์ ๓. อนมตัคคสังยุตต์ ๔. กัสสปสังยุตต์ ๕. ลาภสักการสังยุตต์ ๖. ราหุลสังยุตต์ ๗. ลักขณสังยุตต์ ๘. โอปัมมสังยุตต์ ๙. ภิกขุสังยุตต์ ฯ จบนิทานวรรคสังยุตต์ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑๐. ภิกขุสังยุต] ๑๒. สหายกสูตร ๑๒. สหายกสูตร ว่าด้วยภิกษุผู้เป็นเพื่อนกัน
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุผู้เป็นเพื่อนกัน ๒ รูป ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของท่านพระมหากัปปินะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นเธอทั้งสองกำลังเดินมาแต่ไกล จึงรับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสถามว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายเห็นภิกษุผู้เป็นเพื่อนกัน ๒ รูป ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของพระมหากัปปินะกำลังเดินมานั้นหรือ” “เห็น พระพุทธเจ้าข้า” “ภิกษุ ๒ รูปนั่นมีฤทธานุภาพมาก อนึ่ง สมาบัติที่เธอทั้งสองไม่เคยเข้า เธอทั้งสองก็เข้าได้โดยง่าย เธอทั้งสองได้ทำให้แจ้งประโยชน์ยอดเยี่ยมอันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ที่เหล่ากุลบุตรออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน” พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์อีกต่อไปว่า “ภิกษุเหล่านี้เป็นเพื่อนกันมานาน และมีความรู้เสมอกัน สัทธรรมของเธอทั้งหลายเทียบเคียงได้ในธรรมที่พระพุทธเจ้า ประกาศแล้ว เธอทั้งหลายอันกัปปินะแนะนำดีแล้วในธรรม ที่พระอริยเจ้าประกาศแล้ว ชนะมารพร้อมทั้งกองทัพได้ ทรงไว้ซึ่งอัตภาพสุดท้าย” สหายกสูตรที่ ๑๒ จบ ภิกขุสังยุต จบบริบูรณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๓๓๙}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑๐. ภิกขุสังยุต] รวมพระสูตรที่มีในสังยุต รวมสังยุตที่มีในนิทานสังยุต รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ ๑. โกลิตสูตร ๒. อุปติสสสูตร ๓. ฆฏสูตร ๔. นวสูตร ๕. สุชาตสูตร ๖. ลกุณฏกภัททิยสูตร ๗. วิสาขสูตร ๘. นันทสูตร ๙. ติสสสูตร ๑๐. เถรนามกสูตร ๑๑. มหากัปปินสูตร ๑๒. สหายกสูตร นิทานวรรคที่ ๒ จบ รวมสังยุตที่มีในนิทานสังยุตนี้ คือ ๑. นิทานสังยุต ๒. อภิสมยสังยุต ๓. ธาตุสังยุต ๔. อนมตัคคสังยุต ๕. กัสสปสังยุต ๖. ลาภสักการสังยุต ๗. ราหุลสังยุต ๘. ลักขณสังยุต ๙. โอปัมมสังยุต ๑๐. ภิกขุสังยุต รวมเรียกว่าวรรคที่ ๒ นิทานวรรคสังยุต จบบริบูรณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๓๔๐}
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๖ สุตตันตปิฎกที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสหายสูตรที่ ๑๒
ในสหายกสูตรที่ ๑๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า จิรรตฺตํ สเมนิกา ได้แก่ เป็นผู้มีลัทธิตั้งอยู่เสมอกัน คู่เคียงกันแม้ตลอดกาลนาน.
ได้ยินว่า บรรพชิตเหล่านั้นได้เที่ยวไปร่วมกันตลอดห้าร้อยชาติ.
บทว่า สเมติ เนสํ สทฺธมฺโม ความว่า บัดนี้ ศาสนธรรมนี้ของบรรพชิตเหล่านั้น เทียบเท่ากันเสมอกัน.
บทว่า ธมฺเม พุทฺธปฺปเวทิเต ความว่า ในธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศแล้ว. อธิบายว่า ศาสนธรรมย่อมงามด้วยธรรมนั้น.
บทว่า สุวินีตา กปฺปิเนน ความว่า พระอุปัชฌาย์ของตนแนะนำด้วยดีในธรรมที่พระอริยเจ้าประกาศแล้ว.
คำที่เหลือในทุกๆ บทง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาสหายสูตรที่ ๑๒ จบอรรถกถาภิกขุสังยุต จบอรรถกถาสังยุตตนิกาย นิทานวรรค -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. โกลิตสูตร
๒. อุปติสสสูตร
๓. ฆฏสูตร
๔. นวสูตร
๕. สุชาตสูตร
๖. ภัททีสูตร [ภัททิยสูตร]
๗. วิสาขสูตร
๘. นันทสูตร
๙. ติสสสูตร
๑๐. เถรนามสูตร
๑๑. กัปปินสูตร
๑๒. สหายสูตร ฯ -----------------------------------------------------