๑. นขสิขสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อภิสมยวคฺโค ทสโม
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ๑. นขสิขสูตร
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข ภควา ปริตฺตํ นขสิขาย ปํสุํ อาโรเปตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว กตมํ นุ โข พหุตรํ โย จายํ มยา ปริตฺโต นขสิขาย ปํสุ อาโรปิโต อยํ จ มหาปฐวีติ ฯ เอตเทว ภนฺเต พหุตรํ ยทิทํ มหาปฐวี อปฺปมตฺตโก ภควตา ปริตฺโต นขสิขาย ปํสุ อาโรปิโต เนว สติมํ กลํ อุเปติ น สหสฺสิมํ กลํ อุเปติ น สตสหสฺสิมํ กลํ อุเปติ มหาปฐวึ อุปนิธาย ภควตา ปริตฺโต นขสิขาย ปํสุ อาโรปิโตติ ฯ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน-*อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงเอาปลายพระนขาช้อนฝุ่นขึ้นเล็กน้อย แล้วตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ฝุ่นประมาณน้อยนี้ที่เราเอาปลายเล็บช้อนขึ้น กับแผ่นดินใหญ่นี้ อย่างไหนจะมากกว่ากันหนอ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่นี้แหละมากกว่า ฝุ่นประมาณเล็กน้อยที่พระผู้มีพระภาคทรงเอาปลายพระนขาช้อนขึ้นนี้มีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับแผ่นดินใหญ่แล้ว ฝุ่นที่พระผู้มีพระภาคทรงเอาปลายพระนขาช้อนขึ้นมีประมาณน้อยย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ ไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ ไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ ฯ
เอวเมว โข ภิกฺขเว อริยสาวกสฺส ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส อภิสเมตาวิโน เอตเทว พหุตรํ ทุกฺขํ ยทิทํ ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ อปฺปมตฺตกํ อวสิฏฺฐํ เนว สติมํ กลํ อุเปติ น สหสฺสิมํ กลํ อุเปติ น สตสหสฺสิมํ กลํ อุเปติ ปุริมํ ทุกฺขกฺขนฺธํ ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ อุปนิธาย ยทิทํ สตฺตกฺขตฺตุปรมตา ฯ เอวํ มหตฺถิโย โข ภิกฺขเว ธมฺมาภิสมโย เอวํ มหตฺถิโย ธมฺมจกฺขุปฏิลาโภติ ฯ ปฐมํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ความทุกข์ที่หมดไป สิ้นไปนี้แหละ ของบุคคลผู้เป็นพระอริยสาวก สมบูรณ์ด้วยทิฐิ ตรัสรู้แล้ว มีมากกว่า ส่วนที่เหลือมีประมาณน้อย ความที่ทุกข์เป็นสภาพยิ่งใน ๗ อัตภาพ เมื่อเทียบเข้ากับกองทุกข์ที่หมดสิ้นไปอันมีในก่อน ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การตรัสรู้ธรรมให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้แล การได้ธรรมจักษุให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้ ฯ จบสูตรที่ ๑
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๒. อภิสมยสังยุต] ๑. นขสิขาสูตร ๒. อภิสมยสังยุต ๑. นขสิขาสูตร ว่าด้วยฝุ่นติดปลายเล็บ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิก-เศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงใช้ปลายพระนขาช้อนฝุ่นขึ้นมาเล็กน้อย แล้วรับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร คือ ฝุ่นเพียงเล็กน้อยที่เราใช้ปลายเล็บช้อนขึ้นมานี้ก็ดีแผ่นดินใหญ่นี้ก็ดี อย่างไหนจะมากกว่ากัน” “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่นี้แหละมีมากกว่า ส่วนฝุ่นที่พระองค์ ทรงใช้ปลายพระนขาช้อนขึ้นมามีเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับแผ่นดินใหญ่แล้ว ฝุ่นที่พระองค์ใช้ปลายพระนขาช้อนขึ้นมามีเพียงเล็กน้อย ไม่ถึงเศษหนึ่งส่วน ๑๐๐ ไม่ถึงเศษหนึ่งส่วน ๑,๐๐๐ ไม่ถึงเศษหนึ่งส่วน ๑๐๐,๐๐๐” “ภิกษุทั้งหลาย อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันนั้น ความทุกข์ที่หมดสิ้นไปของ บุคคลผู้เป็นอริยสาวกผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ ผู้รู้แจ้ง นี้แหละมีมากกว่า ส่วนความทุกข์ที่เหลือมีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับกองทุกข์ที่หมดสิ้นไปซึ่งมีในก่อน ความทุกข์ที่ได้รับมากมายใน ๗ อัตภาพ มีประมาณน้อยไม่ถึงเศษหนึ่งส่วน ๑๐๐ ไม่ถึงเศษหนึ่งส่วน ๑,๐๐๐ ไม่ถึงเศษหนึ่งส่วน ๑๐๐,๐๐๐ การตรัสรู้ธรรมมีประโยชน์ยิ่งใหญ่อย่างนี้ การได้ธรรมจักษุมีประโยชน์ยิ่งใหญ่อย่างนี้” นขสิขาสูตรที่ ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๖๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอภิสมยวรรคที่ ๑๐ อรรถกถานขสิขาสูตรที่ ๑
อภิสมยวรรค นขสิขาสูตรที่ ๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า นขสิขาย ความว่า ที่ปลายเล็บซึ่งพ้นจากที่มีเนื้อ.
จริงอยู่ ชื่อว่าปลายเล็บเป็นของใหญ่สำหรับโลกิยชน แต่สำหรับพระศาสดาเป็นของละเอียดเหมือนปลายดอกอุบลแดง.
ถามว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น ฝุ่นจะตั้งอยู่ที่ปลายเล็บนั้นได้อย่างไร.
ตอบว่า ตั้งอยู่ได้ด้วยแรงอธิษฐาน. ด้วยว่า พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระประสงค์จะให้เขารู้เนื้อความ จึงทรงให้ฝุ่นนั้นตั้งอยู่ที่ปลายเล็บด้วยแรงอธิษฐาน.
บทว่า สติมํ กลํ ความว่า แบ่งฝุ่นในแผ่นดินใหญ่เป็น ๑๐๐ ส่วน พึงถือเอาจาก ๑๐๐ ส่วนนั้นเพียง ๑ ส่วน ก็นัยนี้เหมือนกัน.
บทว่า อภิสเมตาวิโน ได้แก่ ผู้ตรัสรู้อริยสัจด้วยปัญญาแม้ข้างหน้าตั้งอยู่.
บทว่า ปุริมํ ทุกฺขกฺขนฺธํ ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ อุปนิธาย ความว่า เทียบกองทุกข์ที่ตรัสไว้ทีแรกอย่างนี้ว่า ทุกข์นี้แหละ คือที่สิ้นไปแล้วมีมากกว่า. อธิบายว่า อยู่ในสำนักของท่าน พิจารณาอยู่ด้วยญาณ โดยเว้นกองทุกข์ที่มากกว่านั้น ในสำนักของภิกษุนั้น.
ถามว่า ก็ในที่นี้ที่ชื่อว่าทุกข์มีในก่อนเป็นไฉน ทุกข์ที่สิ้นไปเป็นไฉน ทุกข์ที่พึงเกิดขึ้นเพราะไม่อบรมปฐมมรรคเป็นไฉน
ทุกข์ที่พึงเกิดขึ้นในอัตภาพทั้ง ๗ ในอบาย และในที่ใดที่หนึ่ง ตั้งต้นแต่ปฏิสนธิที่ ๘ ไป. ทุกข์ทั้งหมดนั้นพึงทราบว่า ปริกขีณทุกข์ - ทุกข์ที่สิ้นไป.
บทว่า สตฺตกฺขตฺตุํ แปลว่า ๗ ครั้ง. อธิบายว่า ในอัตภาพทั้ง ๗.
ด้วยบทว่า ปรมตา ท่านแสดงว่า นี้เป็นประมาณยิ่งของทุกข์นั้น.
บทว่า มหตฺถิโย ได้แก่ ให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่.
จบอรรถกถานขสิขาสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------