๓. ปีติสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. ปีติสูตร ว่าด้วยตติยฌานที่มีปีติ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ท่านพระอานนท์ได้เห็น ฯลฯ จึงถามว่า “ท่านสารีบุตร อินทรีย์ของท่านผ่องใสยิ่งนัก สีหน้าบริสุทธิ์ผุดผ่อง วันนี้ ท่านสารีบุตรอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร”@เชิงอรรถ : @ ภาวะที่จิตเป็นหนึ่งผุดขึ้น (เจตโส เอโกทิภาวํ) คำว่า “เอโกทิ” เป็นชื่อของสมาธิ ทุติยฌานชื่อว่า@เอโกทิภาวะ เพราะทำสมาธิที่ชื่อว่าเอโกทินี้ให้เกิดเจริญขึ้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มีภาวะที่จิตเป็น@หนึ่งผุดขึ้น” เพราะสมาธิชื่อเอโกทินี้มีแก่จิต ไม่มีแก่สัตว์ (วิ.อ. ๑/๑๑/๑๔๓-๑๔๔)@ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๓๓๓/๓๕๑
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๔๓}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๗. สารีปุตตสังยุต] ๔. อุเปกขาสูตร ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “ท่านผู้มีอายุ เพราะปีติจางคลายไป วันนี้ ผมมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ และเสวยสุขด้วยนามกายอยู่ เข้าตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ‘ผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข‘ ผมนั้นไม่ได้คิดว่า ‘เราเข้าตติยฌานอยู่ หรือเข้าตติยฌานแล้ว หรือออกจากตติยฌานแล้ว” อันที่จริง ท่านพระสารีบุตรถอนอหังการ มมังการ และมานานุสัยออกได้นานแล้ว ฉะนั้น ท่านจึงไม่คิดว่า “เราเข้าตติยฌานอยู่ หรือเข้าตติยฌานแล้วหรือออกจากตติยฌานแล้ว” ปีติสูตรที่ ๓ จบ ๔. อุเปกขาสูตร ว่าด้วยจตุตถฌานที่มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ท่านพระอานนท์ได้เห็น ฯลฯ จึงถามว่า “ท่านสารีบุตร อินทรีย์ของท่านผ่องใสยิ่งนัก สีหน้าก็บริสุทธิ์ผุดผ่อง วันนี้ ท่านสารีบุตรอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร” ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “ท่านผู้มีอายุ เพราะละสุขและทุกข์ได้ เพราะโสมนัสและโทมนัสดับไปก่อนแล้ว วันนี้ ผมเข้าจตุตถฌานไม่มีทุกข์ ไม่มีสุขมีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขาอยู่ ผมนั้นไม่ได้คิดว่า ‘เราเข้าจตุตถฌานอยู่ หรือเข้าจตุตถฌานแล้ว หรือออกจากจตุตถฌานแล้ว” อันที่จริง ท่านพระสารีบุตรถอนอหังการ มมังการ และมานานุสัยออกได้นานแล้ว ฉะนั้น ท่านจึงไม่คิดว่า “เราเข้าจตุตถฌานอยู่ หรือเข้าจตุตถฌานแล้วหรือออกจากจตุตถฌานแล้ว” อุเปกขาสูตรที่ ๔ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๓๓๔/๓๕๑-๓๕๒ @ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๓๓๕/๓๕๒
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๔๔}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๓. ปีติสูตร ว่าด้วยตติยฌาน
สาวตฺถี ฯ อทฺทสา โข อายสฺมา อานนฺโท ฯเปฯ วิปฺปสนฺนานิ โข เต อาวุโส สารีปุตฺต อินฺทฺริยานิ ปริสุทฺโธ มุขวณฺโณ ปริโยทาโต กตเมนายสฺมา สารีปุตฺโต อชฺช วิหาเรน วิหาสีติ ฯ อิธาหํ อาวุโส ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขโก จ วิหรามิ สโต จ สมฺปชาโน สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทมิ ยนฺตํ อริยา อาจิกฺขนฺติ อุเปกฺขโก สติมา สุขวิหารีติ ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ ฯ ตสฺส มยฺหํ อาวุโส น เอวํ โหติ อหํ ตติยํ ฌานํ สมาปชฺชามีติ วา อหํ ตติยํ ฌานํ สมาปนฺโนติ วา อหํ ตติยา ฌานา วุฏฺฐิโตติ วาติ ฯ ตถา หิ ปนายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ทีฆรตฺตํ อหงฺการมมงฺการมานานุสยา สุสมูหตา ตสฺมา อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส น เอวํ โหติ อหํ ตติยํ ฌานํ สมาปชฺชามีติ วา อหํ ตติยํ ฌานํ สมาปนฺโนติ วา อหํ ตติยา ฌานา วุฏฺฐิโตติ วาติ ฯ
พระนครสาวัตถี. ท่านพระอานนท์ได้เห็นท่านพระสารีบุตรมาแต่ไกล จึงกล่าวกะท่านพระสารีบุตรว่า อาวุโสสารีบุตร อินทรีย์ของท่านผ่องใสนัก สีหน้าของท่านหมดจดผ่องใส วันนี้ ท่านพระสารีบุตรอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร? ท่านพระสารีบุตรตอบว่า อาวุโสดังเราจะบอก เรามีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไป เข้าตติยฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข ดังนี้ อยู่. อาวุโส เรานั้นมิได้คิดอย่างนี้ว่า เราเข้าตติยฌานอยู่หรือว่าเข้าตติยฌานแล้ว หรือว่าออกจากตติยฌานแล้ว ฯลฯ จบ สูตรที่ ๓.