๖. สีลสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ๖. สีลสูตรที่ ๒
๖ วุตฺตํ เหตํ ภควตา วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ ทฺวีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค กตเมหิ ทฺวีหิ ภทฺทเกน จ สีเลน ภทฺทิกาย จ ทิฏฺฐิยา อิเมหิ โข ภิกฺขเว ทฺวีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ยถาภตํ นิกฺขตฺโต เอวํ สคฺเคติ ฯ เอตมตฺถํ ภควา อโวจ ฯ ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ ภทฺทเกน จ สีเลน ภทฺทิกาย จ ทิฏฺฐิยา เอเตหิ ทฺวีหิ ธมฺเมหิ โย สมนฺนาคโต นโร กายสฺส เภทา สปฺปญฺโญ สคฺคํ โส อุปปชฺชตีติ ฯ อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ ฯ ฉฏฺฐํ ฯ
จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้มี พระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการ อันกรรมของตนนำมาไว้ในสวรรค์ เหมือนเชิญมาไว้ฉะนั้น ธรรม ๒ ประการเป็นไฉน คือศีลดี ๑ ทิฐิดี ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการนี้แล อันกรรมของตนนำมาไว้ในสวรรค์ เหมือนเชิญมาไว้ฉะนั้น ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า นรชนใดผู้มีปัญญา ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการนี้ คือ ศีลดี ๑ ทิฐิดี ๑ นรชนนั้น เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสวรรค์ เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๖
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๒. ทุกนิบาต] ๑. ปฐมวรรค ๖. ทุติยสีลสูตร ๖. ทุติยสีลสูตร ว่าด้วยศีลและทิฏฐิ สูตรที่ ๒
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการ ย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ธรรม ๒ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ศีลสมบัติ (ความสมบูรณ์แห่งศีล) ๒. สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ) ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการนี้แล ย่อมดำรงอยู่ ในสวรรค์ เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้” พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า นรชนผู้มีปัญญา ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการนี้ คือ ศีลสมบัติ และสัมมาทิฏฐิ หลังจากตายแล้ว จะไปเกิดในสวรรค์ แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แลทุติยสีลสูตรที่ ๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๓๘๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยสีลสูตร
ในทุติยสีลสูตรที่ ๖ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ภทฺทเกน สีเลน ได้แก่ ปาริสุทธิศีล ๔ มีกายสุจริตเป็นต้น.
จริงอยู่ ปาริสุทธิศีล ๔ นั้นเป็นความงามในตัวเอง เพราะไม่ต่างเป็นต้นและนำมาซึ่งคุณอันงามมีสมถะและวิปัสสนาเป็นต้น เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ภทฺทกํ (เจริญ).
บทว่า ภทฺทิกาย ทิฏฐิยา ได้แก่ กัมมัสสกตญาณ (ความรู้ว่า สัตว์มีกรรมเป็นของตน) และสัมมาทิฏฐิอันเป็นกรรมบถ.
ในบทนั้น บุคคลผู้ประกอบด้วยศีลอันเจริญ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปโยคะประกอบด้วยทิฏฐิอันเจริญ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยอาสยะ. บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปโยคะและอาสยะ เป็นผู้เข้าถึงสวรรค์ ด้วยประการฉะนี้.
สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบธรรมสองอย่างเหล่านี้แล. เป็นผู้อันกรรมของตนนำมาไว้ในสวรรค์ เหมือนเชิญมาไว้ฉะนั้น.
บทว่า สปฺปญฺโญ คือ มีปัญญา.
บทที่เหลือพึงรู้ได้ง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาทุติยสีลสูตรที่ ๖ -----------------------------------