๑๑. อปายสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ๑๑. อปายสูตร
๑๑ วุตฺตํ เหตํ ภควตา วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ เทฺวเม ภิกฺขเว อาปายิกา เนรยิกา อิทมฺปหาย กตเม เทฺว โย อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจารีปฏิญฺโญ โย จ ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺตํ อมูลเกน อพฺรหฺมจริเยน อนุทฺธํเสติ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว อาปายิกา เนรยิกา อิทมฺปหายาติ ฯ เอตมตฺถํ ภควา อโวจ ฯ ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ อภูตวาที นิรยํ อุเปติ โย จาปิ กตฺวา น กโรมิจฺจาห อุโภปิ เต เปจฺจ สมา ภวนฺติ นิหีนกมฺมา มนุชา ปรตฺถ ฯ กาสาวกณฺฐา พหโว ปาปธมฺมา อสญฺญตา ปาปา ปาเปหิ กมฺเมหิ นิรยํ เต อุปปชฺชเร เสยฺโย อโยคุโฬ ภุตฺโต ตตฺโต อคฺคิสิขูปโม ยญฺเจ ภุญฺเชยฺย ทุสฺสีโล รฏฺฐปิณฺฑํ อสญฺญโตติ ฯ อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ ฯ เอกาทสมํ ฯ
จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชน ๒ พวกนี้จักเกิดในอบาย จักเกิดในนรกเพราะไม่ละความประพฤติชั่วช้า ๒ พวกเป็นไฉน คือ ผู้ไม่ใช่พรหมจารีปฏิญาณว่าเป็นพรหมจารี ๑ ผู้ตามกำจัดชนผู้ประพฤติพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์บริบูรณ์ ด้วยอพรหมจรรย์อันไม่มีมูล ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชน ๒ พวกนี้แล จักเกิดในอบายจักเกิดในนรก เพราะไม่ละความประพฤติชั่วช้านี้ ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า ชนผู้กล่าวคำไม่จริง ย่อมเข้าถึงนรก ก็หรือชนใดทำ บาปกรรมแล้วกล่าวว่า ไม่ได้ทำ แม้คนทั้ง ๒ นั้นย่อมเข้า ถึงนรกเหมือนกัน ชนทั้ง ๒ พวกนั้นเป็นมนุษย์ผู้มีกรรม อันเลวทราม ละไปแล้ว ย่อมเป็นผู้เสมอกันในโลกหน้า คนเป็นอันมากอันผ้ากาสาวะพันคอ มีธรรมอันลามก ไม่สำรวม คนลามกเหล่านั้นย่อมเข้าถึงนรก เพราะกรรมอัน ลามกทั้งหลาย ก้อนเหล็กร้อนเปรียบด้วยเปลวไฟ อันผู้ ทุศีลบริโภคแล้วยังประเสริฐเสียกว่า ผู้ทุศีล ไม่สำรวม พึงบริโภคก้อนข้าวของชาวแว่นแคว้น จะประเสริฐอะไร ฯ เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้ว ฉะนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๑
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๑. อาปายิกสูตร ว่าด้วยคนผู้จะเกิดในอบาย
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย คน ๒ จำพวกนี้ จะเกิดในอบาย จะเกิดในนรก เพราะไม่ละความประพฤติชั่วนี้ คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. คนที่ไม่ประพฤติพรหมจรรย์ แต่ปฏิญญาว่า ประพฤติพรหมจรรย์ ๒. คนที่ชอบโจทผู้ประพฤติพรหมจรรย์อย่างบริสุทธิ์ บริบูรณ์ ด้วย อพรหมจรรย์อันไม่มีมูล @เชิงอรรถ : @ สมาธิเป็นธรรมผุดขึ้น หมายถึงสัมมัปปธานที่ให้สำเร็จกิจ ๔ (ขุ.อิติ.อ. ๔๗/๑๙๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๓๙๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๒. ทุกนิบาต] ๒. ทุติยวรรค ๑๑. อาปายิกสูตร ภิกษุทั้งหลาย คน ๒ จำพวกนี้แล จะเกิดในอบาย จะเกิดในนรก เพราะไม่ละความประพฤติชั่วนี้” พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า คนที่ชอบกล่าวคำไม่จริง หรือคนที่ทำความชั่วแล้วกล่าวว่า “ฉันไม่ได้ทำ” ต่างก็ตกนรก คน ๒ จำพวกนั้น ต่างก็มีกรรมชั่ว ตายไปแล้ว มีคติเท่าเทียมกันในโลกหน้า ภิกษุชั่วจำนวนมากมีผ้ากาสาวะพันที่คอ มีธรรมเลวทราม ไม่สำรวม ย่อมตกนรกเพราะบาปกรรมทั้งหลาย การกลืนกินก้อนเหล็กแดงที่ร้อนดุจเปลวเพลิง ยังดีกว่าการที่ภิกษุผู้ทุศีลไม่สำรวม บริโภคอาหารที่ชาวบ้านเขาถวาย แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แลอาปายิกสูตรที่ ๑๑ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูธรรมบท ข้อ ๓๐๖ หน้า ๑๒๘, อุทาน ข้อ ๓๘ หน้า ๒๔๘, สุตตนิบาต ข้อ ๖๖๗ หน้า ๖๕๙ ในเล่มนี้@ ดูธรรมบท ข้อ ๓๐๗-๓๐๘ หน้า ๑๒๙, อิติวุตตกะ ข้อ ๙๑ หน้า ๔๖๔ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๓๙๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอปายสูตร
ในอปายสูตรที่ ๑๑ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อปายิกา ชื่อว่าอบาย เพราะจักเกิดในอบาย. ชื่อว่านรก เพราะจักเกิดในนรก.
บทว่า อิทมฺปหาย ได้แก่ เพราะไม่ละความประพฤติชั่วช้า ๒ อย่างอันจะกล่าวถึงในบัดนี้. อธิบายว่า เพราะไม่สละวาจาจิตและทิฏฐิ อันเป็นไปแล้วด้วยการปฏิบัติมาอย่างนั้น ยกย่องมาอย่างนั้น.
บทว่า อพฺรหฺมจารี ความว่า ชื่อว่าพรหมจารี เพราะประพฤติพรหมจรรย์ คือธรรมอันประเสริฐที่สุด. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าพรหมจารี เพราะมีความประพฤติพรหมจรรย์อันประเสริฐที่สุดชื่อว่า อพฺรหฺมจารี เพราะไม่ใช่พรหมจารี. อธิบายว่า คนทุศีลเป็นพรหมจารีปลอม.
บทว่า พฺรหฺมจารีปฏิญฺโญ ได้แก่ มีปฏิญญาอย่างนี้ว่า เราเป็นพรหมจารี.
บทว่า ปริปุณฺณํ ได้แก่ ไม่พิกล เพราะไม่มีอวัยวะหักเป็นต้น.
บทว่า ปริสุทฺธํ ได้แก่ บริสุทธิ์ เพราะไม่มีอุปกิเลส.
บทว่า อมูลเกน ได้แก่ ด้วยอพรหมจรรย์ คือด้วยความประพฤติไม่ประเสริฐ เว้นจากข้อมูลมีเหตุเป็นต้น คือเว้นจากการท้วงอันไม่มีมูลเหล่านี้ คือได้เห็นแล้ว ได้ฟังแล้ว ได้รังเกียจแล้ว.
บทว่า อนุทฺธํเสติ ได้แก่ ทั้งที่รู้อยู่ว่าผู้นี้บริสุทธิ์ ยังกำจัด รุกราน ท้วงหรือด่า.
บทว่า อภูตวาที ได้แก่ ยังไม่เห็นโทษของผู้อื่นเลย กล่าวมุสาวาทโดยไม่เป็นจริง ไร้ประโยชน์ แล้วตู่ผู้อื่น.
บทว่า กตฺวา ได้แก่ ก็หรือผู้ใดกระทำกรรมลามกแล้วยังกล่าวว่า เรามิได้ทำกรรมนี้.
บทว่า อุโภปิ เต เปจฺจ สมา ได้แก่ ชนแม้ ๒ พวกเหล่านั้น ครั้นไปสู่โลกอื่นจากโลกนี้แล้วเป็นผู้เสมอกันโดยคติ เพราะเข้าถึงนรก.
ในนรกนั้นกำหนดคติของชน ๒ พวกไว้ แต่ไม่ได้กำหนดอายุของพวกเขาไว้. เพราะคนทำบาปมากย่อมไหม้ในนรกนาน คนทำบาปน้อยย่อมไหม้ในนรกตลอดกาลเล็กน้อยก็เพราะกรรมของชน ๒ พวกเหล่านั้นลามกเหมือนกัน ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า นิหีนกมฺมา มนุชา ปรตฺถ ชนทั้ง ๒ เป็นมนุษย์มีกรรมเลวทรามละโลกนี้ไปแล้ว ดังนี้. ควรเชื่อมบทว่า ปรตฺถ ด้วยบทว่า ปรโต เปจฺจ ดังนี้.
อธิบายว่า ผู้มีกรรมเลวทรามละไปแล้ว คือไปจากโลกนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้เสมอกันในโลกหน้า ดังนี้.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงถึงวิบากแห่งมุสาวาทอันเป็นไปแล้ว ด้วยการกล่าวตู่คำที่ไม่เป็นจริง และปกปิดโทษที่เป็นจริง บัดนี้ เพื่อให้เกิดสังเวชด้วยการเห็นวิบากแห่งกรรมชั่วของภิกษุชั่วมากซึ่งนั่งอยู่ในที่นั้น จึงได้ตรัสคาถา ๒ คาถาด้วยประการฉะนี้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า กาสาวกณฺฐา ได้แก่ มีคอพันด้วยผ้ากาสาวะ เพราะมีรสฝาดและสีเหลือง.
บทว่า ปาปธมฺมา ได้แก่ ธรรมลามก.
บทว่า อสญฺญตา ได้แก่ เว้นจากการสำรวมทางกายเป็นต้น.
บทว่า ปาปา ได้แก่ บุคคลลามกเห็นปานนั้น เกิดด้วยกรรมลามก ย่อมเสวยทุกข์ใหญ่ตามนัยที่กล่าวแล้วในลักขณสังยุตมีอาทิว่า แม้ร่างกายของเขาก็ร้อนโพลง มีไฟลุก แม้สังฆาฏิก็ร้อน ดังนี้.
____________________________
วิ. มหา. เล่ม ๑/ข้อ ๒๙๕ สํ. นิ. เล่ม ๑๖/ข้อ ๖๕๖
ในคาถาที่ ๓ พึงทราบความย่อต่อไปนี้.
บทว่า ยญฺเจ ภุญฺเชยฺย ได้แก่ คนทุศีล คือไม่มีศีล ไม่สำรวมด้วยกายเป็นต้น ปฏิญาณว่าเราเป็นสมณะ รับก้อนข้าวที่ชาวแว่นแคว้นให้ด้วยศรัทธา บริโภคก้อนเหล็กร้อนมีแสงไฟอันผู้ทุศีลบริโภคยังประเสริฐกว่า คือดีกว่าคนทุศีลนั้น.
ถามว่า เพราะเหตุไร.
ตอบว่า เพราะการบริโภคก้อนเหล็กเป็นเหตุ เขาก็พึงไหม้ในอัตภาพเดียวเท่านั้น ส่วนคนทุศีลบริโภคของที่เขาให้ด้วยศรัทธา เขาพึงไปเกิดในนรกหลายร้อยชาติ.
จบอรรถกถาอปายสูตรที่ ๑๑ -----------------------------------------------------