๑. จักขุสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๖. กิเลสสังยุต] ๑. จักขุสูตร ๖. กิเลสสังยุต ๑. จักขุสูตร ว่าด้วยจักขุ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในจักขุ นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ฉันทราคะในโสตะ นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ฉันทราคะในฆานะ นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ฉันทราคะในชิวหา นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ฉันทราคะในกาย นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ฉันทราคะในมโน นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุละความเศร้าหมองแห่งจิตในฐานะ ๖ ประการนี้ได้เมื่อนั้น จิตของเธอที่น้อมไปในเนกขัมมะ อันเนกขัมมะอบรมแล้ว ควรแก่การงานปรากฏในธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่ง” จักขุสูตรที่ ๑ จบ ๒. รูปสูตร ว่าด้วยรูป
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในรูป นี้เป็นความ เศร้าหมองแห่งจิต @เชิงอรรถ : @ เนกขัมมะ ในที่นี้หมายถึงโลกุตตรธรรม ๙ ประการ (คือ มรรค ๔ ผล ๔ และนิพพาน)@(สํ.ข.อ. ๒/๓๒๒/๓๗๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๓๕}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
กิเลสสํยุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๖. กิเลสสังยุต ๑. จักขุสูตร ว่าด้วยอุปกิเลสแห่งจิต
สาวตฺถี ฯ โย ภิกฺขเว จกฺขุสฺมึ ฉนฺทราโค จิตฺตสฺเสโส อุปกฺกิเลโส โย โสตสฺมึ ฉนฺทราโค จิตฺตสฺเสโส อุปกฺกิเลโส โย ฆานสฺมึ ฉนฺทราโค จิตฺตสฺเสโส อุปกฺกิเลโส โย ชิวฺหาย ฉนฺทราโค จิตฺตสฺเสโส อุปกฺกิเลโส โย กายสฺมึ ฉนฺทราโค จิตฺตสฺเสโส อุปกฺกิเลโส โย มนสฺมึ ฉนฺทราโค จิตฺตสฺเสโส อุปกฺกิเลโส ฯ ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อิเมสุ ฉสุ ฐาเนสุ เจตโส อุปกฺกิเลโส ปหีโน โหติ เนกฺขมฺมนินฺนํ จสฺส จิตฺตํ โหติ เนกฺขมฺมปริภาวิตํ จิตฺตํ กมฺมนิยํ ขายติ อภิญฺญา สจฺฉิกรณีเยสุ ธมฺเมสูติ ฯ
พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในจักษุนี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในหู นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในจมูก นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในลิ้น นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในกาย นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในใจ นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต. ดูกรภิกษุทั้งหลายเมื่อใดแล ภิกษุละอุปกิเลสแห่งใจในฐานะ ๖ นี้ได้ เมื่อนั้น จิตของเธอย่อมเป็นจิตน้อมไปในเนกขัมมะ อันเนกขัมมะอบรมแล้ว ควรแก่การงาน ปรากฏในธรรมอันทำให้แจ้งด้วยอภิญญา. จบ สูตรที่ ๑.