พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508
这是哪个版本
This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.
本法目录
Preamble
พระราชบัญญัติ สัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๑กรกฎาคมพ.ศ. ๒๕๐๘ เป็นปีที่ ๒๐ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้
All sections
以列表显示- Section ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘”
- Section ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้ ไป
- Section ๓
ให้ยกเลิ (๑) พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๔๙๕ (๒) พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๔๙๖ (๓) พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๔๙๙ (๔) พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๐๓
- Section ๔
ในพระราชบัญญัตินี้ “คนต่างด้าว” หมายความว่า ผู้ซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย “คนไทยพลัดถิ่น”๒ หมายความว่า ผู้ซึ่งมีเชื้อสายไทยที่ต้องกลายเป็นคนในบังคับ ของประเทศอื่ โดยเหตุอันเกิดจากการเปลี่ ยนแปลงอาณาเขตของราชอาณาจัรไทยในอดีตซึ่ง ปัจจุบันผู้นั้นมิได้ถือสัญชาติของประเทศอื่น และได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยเป็น ระยะเวลาหนึ่งและมีวิถีชีวิตเป็นคนไทย โดยได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการ ทะเบียนราษฎรภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด หรือเป็นผู้ซึ่งมีลักษณะอื่น ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๒/ตอนที่๖๒/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๔สิงหาคม๒๕๐๘ มาตรา ๔นิยามคำว่ “คนไทยพลัดถิ่น”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ ทำนองเดียวกันตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “คณะกรรมการ”๓ หมายความว่าคณะกรรมการกลั่นกรองเกี่ยวกับสัญชาติ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี”หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
- Section ๕
การได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๙มาตรา ๑๒หรือมาตรา ๑๒/๑การ เสียสัญชาติไทยตามหมวด ๒หรือการกลับคืนสัญชาติไทยตามหมวด ๓ให้มีผลต่อเมื่อได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาและให้มีผลเฉพาะตัว
- Section ๖
ให้ัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรัษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ ยพระราชบัญญัตินี้ และยกเว้นค่าธรรมเนียมดัต่อไปนี้ให้ผู้ใด เป็นการทั่วไปหรือเฉพาะรายตามที่เห็นสมควร (๑) คำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย (๒) หนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นไทย (๓) คำขอกลับคืนสัญชาติไทย กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
- หมวด ๑ การได้สัญชาติไทย7 条
- Section ๗
บุคคลดังต่อไปนี้ย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิด (๑) ผู้เกิดโดยบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอก ราชอาณาจักรไทย (๒) ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยยกเว้นบุคคลตามมาตรา ๗ทวิ วรรคหนึ่ง คำว่าบิดาตาม (๑) ให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นบิดาของผู้เกิด ตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงแม้ผู้นั้นจะมิได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของผู้เกิดและมิได้จด ทะเบียนรับรองผู้เกิดเป็นบุตรก็ตาม๗ มาตรา ๔นิยามคำว่า “คณะกรรมการ”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๗วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑
- Section ๗ ทวิ
ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ย่อม ไม่ได้รับสัญชาติไทย ถ้ ในขณะที่เกิดบิดาตามกฎหมายหรือบิดาซึ่งมิได้มีการสมรสกับมารดาหรือ มารดาของผู้นั้นเป็น (๑) ผู้ที่ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะ ราย (๒) ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว หรือ (๓) ผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคน เข้าเมือง ในกรณีที่เห็นสมควร รัฐมนตรีจะพิจารณาและสั่งเฉพาะรายหรือเป็นการทั่วไปให้ บุคคลตามวรรคหนึ่งได้สัญชาติไทยก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด๙ ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไม่ได้สัญชาติไทยตามวรรคหนึ่งจะอยู่ในราชอาณาจักร ไทยในฐานะใด ภายใต้เงื่อนไขใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความ มั่นคงแห่งราชอาณาจักรและสิทธิมนุษยชนประกอบกัในระหว่างที่ยังไม่มีกฎกระทรวงดังกล่าว ให้ ถือว่าผู้นั้นเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง๑๐
- Section ๘
ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ย่อมไม่ได้ สัญชาติไทย ถ้าขณะที่เกิดบิดาหรือมารดาเป็น (๑) หัวหน้าคณะผู้แทนทางทูตหรือเจ้าหน้าที่ในคณะผู้แทนทางทูต (๒) หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุลหรือเจ้าหน้าที่ในคณะผู้แทนทางกงสุล (๓) พนักงานหรือผู้เชี่ยวชาญขององค์การระหว่างประเทศ (๔) คนในครอบครัวซึ่งเป็นญาติอยู่ในความอุปการะหรือคนใช้ ซึ่งเดินทางจาก ต่างประเทศมาอยู่กับบุคคลใน(๑) (๒) หรือ (๓)
- Section ๙
หญิงซึ่งเป็คนต่างด้าวและได้สมรสกับผู้มีสัญชาติไทย ถ้ ประสงค์จะได้ สัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ได้สัญชาติไทยให้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี มาตรา ๙/๑๑๑ ให้มีคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ประกอบด้วย (๑) ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ (๒) ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวง ยุติธ ผู้แทนสำข่าวกรองแห่งชาติ ผู้แทนสำงานสภาความมั่ นคงแห่ ชาติ และผู้แทน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง (๓) ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินเจ็ดคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง โดยต้องมีักวิจัยหรือ นักวิชาการทางด้านกฎหมายสัญชาติหรือสถานะบุคคลด้านสังคมวิทยาหรือมานุษยวิทยา ด้าน มาตรา ๗ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๗ทวิ วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๗ทวิ วรรคสามแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๙/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๕๕ ประวัติศาสตร์หรือกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาชนรวมอยู่ด้วย เป็น ให้อธิบดีกรมการปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้อธิบดีกรมการ ปกครองแต่งตั้งข้าราชการของกรมการปกครองอีกสองคนเป็ผู้ช่วยเลขานุการ มาตรา ๙/๒๑๒ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๙/๑ (๓) มีวาระการดำรง ตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน มาตรา ๙/๓๑๓ ให้คณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณาและให้การรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น (๒) เสนอแนะและให้ความเห็นต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงหรือการ ดำเนินการใด ๆเกี่ยวกับคนไทยพลัดถิ่นโดยไม่ต้องดำเนินการตามมาตรา ๒๗ (๓) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่รัฐมนตรีกำหนด มาตรา ๙/๔๑๔ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มี อำนาจดำเนินการ พิจารณาทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับกับการแต่งตั้ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ การพ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และการประชุมของคณะกรรมการ รับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นโดยอนุโลม มาตรา ๙/๕๑๕ ผู้ใดอ้างว่าเป็นคนไทยพลัดถิ่นประสงค์จะได้การรับรองความเป็นคน ไทยพลัดถิ่นให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอแล้ว ให้เสนอคำขอนั้นต่อคณะกรรมการรับรอง ความเป็นคนไทยพลัดถิ่นเพื่อพิจารณา การพิสูจน์และการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙/๖๑๖ ให้ผู้ซึ่งคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นให้การรับรอง ความเป็นคนไทยพลัดถิ่น เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด บุตรของคนไทยพลัดถิ่นซึ่งได้รับสัญชาติไทยตามวรรคหนึ่งย่อมได้สัญชาติไทยโดย การเกิดเว้นแต่ผู้นั้นถือสัญชาติของประเทศอื่น มาตรา ๙/๗๑๗ ให้นำมาตรา ๙/๖วรรคสองมาใช้บังคับกับบุตรของคนไทยพลัดถิ่น มาตรา ๙/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๕๕ มาตรา ๙/๓เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๕๕ มาตรา ๙/๔เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๕๕ มาตรา ๙/๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๕๕ มาตรา ๙/๖เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งบุตรนั้นได้รับสัญชาติไทยมาก่อนที่คนไทยพลัดถิ่นได้รับการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นตาม มาตรา ๙/๖วรรคหนึ่ง
- Section ๑๐
คนต่างด้าวซึ่งมีุณสมบัติครบถ้วนดังต่อไปนี้ อาจขอแปลงสัญชาติเป็น ไทยได้ (๑) บรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายไทยและกฎหมายที่บุคคลนั้นมีสัญชาติ (๒) มีความประพฤติดี (๓) มีอาชีพเป็นหลักฐาน (๔) มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทยต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติ เป็นไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี (๕) มีความรู้ภาษาไทยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๑๑
บทบัญญัติในมาตรา ๑๐(๔) และ(๕) มิให้นำมาใช้บังคับถ้าผู้ขอแปลง สัญชาติเป็นไทย (๑) ได้กระทำความดีความชอบเป็นพิเศษต่อประเทศไทยหรือได้ทำคุณประโยชน์ ให้แก่ทางราชการซึ่งรัฐมนตรีเห็นสมควร (๒)๑๘ เป็นบุตร ภริยา หรือสามีของผู้ซึ่งได้แปลงสัญชาติเป็นไทย หรือของผู้ได้ กลับคืนสัญชาติไทย (๓) เป็นผู้ได้เคยมีสัญชาติไทยมาก่อน (๔)๑๙ เป็นสามีของผู้มีสัญชาติไทย
- Section ๑๒
ผู้ใดประสงค์จะขอแปลงสัญชาติเป็ไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้าผู้ประสงค์จะขอแปลงสัญชาติเป็นไทยตามวรรคหนึ่งมีบุตรซึ่งยัไม่บรรลุนิติภาวะ ตามกฎหมายไทยและบุตรนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย อาจขอแปลงสัญชาติเป็นไทยให้แก่บุตร พร้อมกับตนได้ โดยบุตรนั้นได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๐(๑) (๓) (๔) และ(๕) การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทยให้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรอนุญาตให้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เมื่อ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว ให้ผู้ขอแปลงสัญชาติเป็นไทยปฏิญาณตนว่า จะมีความ ซื่อสัตย์สุจริตต่อประเทศไทย เมื่อมีประกาศตามมาตรา ๕แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกหนังสือาคัญการแปลง สัญชาติเป็นไทยให้ไว้แก่ผู้นั้นเป็นหลักฐาน๒๐ มาตรา ๙/๗เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๕๕ มาตรา ๑๑(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๑(๔) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๒วรรคสี่ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๒/๑๒๑ ในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทยตามมาตรา ๑๒นั้น บุคคลอื่นอาจ ขอแปลงสัญชาติเป็นไทยให้แก่บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่มีภูมิล เนาอยู่ในประเทศไทยได้ในกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้อนุบาลตามคำสั่ ของศาลอาจขอแปลงสัญชาติเป็ไทยให้แก่คนไร้ ความสามารถซึ่งมีหลักฐานแสดงให้เชื่อได้ว่าเป็นผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยให้ได้รับยกเว้นไม่ต้อง มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๐(๓) และ(๕) และรัฐมนตรีจะยกเว้นให้ไม่ต้องปฏิญาณตนก็ได้ (๒) ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์ของรัฐตามที่รัฐมนตรีกำหนดเมื่อได้รับความยินยอม ของผู้เยาว์แล้วอาจขอแปลงสัญชาติเป็นไทยให้แก่ผู้เยาว์ซึ่งอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์มาไม่ น้อยกว่าสิบปี โดยให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๐(๑) และ(๓) (๓) ผู้รับบุตรบุญธรรมซึ่งเป็นผู้มีสัญชาติไทยอาจขอแปลงสัญชาติเป็นไทยให้แก่บุตร บุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งได้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีและมีหลักฐาน แสดงให้เชื่อได้ว่าเป็นผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๐(๑) และ(๓) การขอแปลงสัญชาติเป็นไทยแทนบุคคลอื่นตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
- หมวด ๒ การเสียสัญชาติไทย10 条
- Section ๑๓
ชายหรือหญิงซึ่งมีสัญชาติไทยและได้สมรสกับคนต่างด้าวและอาจถือ สัญชาติของภริยาหรือสามีได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของภริยาหรือสามี ถ้าประสงค์จะสละ สัญชาติไทยให้แสดงความจำนงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๑๔
ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งเกิดในขณะที่บิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าวและได้ สัญชาติของบิดาหรือมารดาด้วยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบิดาหรือมารดา หรือผู้ซึ่งได้สัญชาติ ไทยตามมาตรา ๑๒วรรคสองหรือมาตรา ๑๒/๑(๒) และ(๓) ถ้ายังประสงค์จะถือสัญชาติอื่นอยู่ ต่อไป ให้แสดงความจำนงสละสัญชาติไทยตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่มีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ เมื่อได้พิจารณาความจำนงดังกล่าวแล้ว เห็นว่ามีหลักฐานเชื่อถือได้ว่าผู้นั้นอาจถือ สัญชาติของบิดาหรือมารดาหรือสัญชาติอื่นได้จริงก็ให้ัฐมนตรีอนุญาตเว้นแต่ในระหว่ งประเทศไทย มีการรบหรืออยู่ในสถานะสงคราม รัฐมนตรีจะสั่งระงับการสละสัญชาติไทยรายใดก็ได้
- Section ๑๕
นอกจากกรณีตามมาตรา ๑๔ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นหรือผู้ ซึ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ถ้าประสงค์จะสละสัญชาติไทยให้ยื่นคำขอต่อพนัมาตรา ๑๒/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ เจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง๒๔ การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้สละสัญชาติไทยให้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี
- Section ๑๖
หญิงซึ่งเป็นคนต่างด้าวและได้ัญชาติไทยโดยการสมรส อาจถูกถอน สัญชาติไทยได้เมื่อปรากฏว่า (๑) การสมรสนั้นได้เป็นไปโดยปกปิดข้อเท็จจริง หรือแสดงข้อความเท็จอันเป็น สาระสำคัญ (๒) กระทำการใด ๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือขัดต่อ ประโยชน์ของรัฐ หรือเป็นการเหยียดหยามประเทศชาติ (๓) กระทำการใด ๆอันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน การถอนสัญชาติไทยตามวรรคหนึ่งให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรี๒๕
- Section ๑๗
ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมีบิดาหรือ มารดาเป็นคนต่างด้าวอาจถูกถอนสัญชาติไทยได้ เมื่อปรากฏว่า (๑) ไปอยู่ในต่างประเทศที่บิดาหรือมารดามีหรือเคยมีสัญชาติเป็นเวลาติดต่อกันเกิน ห้าปีนับแต่วันที่บรรลุนิติภาวะ (๒) มีหลักฐานแสดงว่าใช้สัญชาติของบิดาหรือมารดาหรือสัญชาติอื่นหรือฝักใฝ่อยู่ใน สัญชาติของบิดาหรือมารดาหรือสัญชาติอื่น (๓) กระทำการใด ๆ อัเป็การกระทบกระเทือนต่อความมั่ คงหรือขัดต่อ ประโยชน์ของรัฐหรือเป็นการเหยียดหยามประเทศชาติ (๔) กระทำการใด ๆอันเป็การขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน การถอนสัญชาติไทยตาม (๑) หรือ (๒) ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่ง ส่วนการถอนสัญชาติ ไทยตาม(๓) หรือ (๔) เมื่อพนักงานอัยการร้องขอ ให้ศาลเป็นผู้สั่ง
- Section ๑๘
เมื่อมีพฤติการณ์อันเป็นการสมควรเพื่อความมั่นคงหรือประโยชน์ ของรัฐ รัฐมนตรีมีอำนาจถอนสัญชาติไทยของผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๗ทวิ วรรคสอง
- Section ๑๙
รัฐมนตรีมีอำนาจถอนสัญชาติไทยแก่ผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลง สัญชาติเมื่อปรากฏว่า (๑) การแปลงสัญชาตินั้นได้เป็นไปโดยปกปิดข้อเท็จจริงหรือแสดงข้อความเท็จอัน เป็นสาระสำคัญ (๒) มีหลักฐานแสดงว่าผู้แปลงสัญชาตินั้นยังใช้สัญชาติเดิม มาตรา ๑๕วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๖วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๓๕ (๓) กระทำการใด ๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือขัดต่อ ประโยชน์ของรัฐ หรือเป็การเหยียดหยามประเทศชาติ (๔) กระทำการใด ๆอันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน (๕) ไปอยู่ในต่างประเทศโดยไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทยเป็นเวลาเกินห้าปี (๖) ยังคงมีสัญชาติของประเทศที่ทำสงครามกับประเทศไทย การถอนสัญชาติไทยตามมาตรานี้ จะขยายไปถึงบุตรของผู้ถูกถอนสัญชาติไทยใน เมื่อบุตรนั้นยังไม่บรรลุนิติภาวะและได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๑๒วรรคสองด้วยก็ได้ และเมื่อ รัฐมนตรีสั่งถอนสัญชาติไทยแล้วให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ
- Section ๒๐
(ยกเลิ )
- Section ๒๑
ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งเกิดในขณะที่บิดาหรือมารดาเป็คนต่างด้าวและ อาจถือสัญชาติของบิดาหรือมารดาได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบิดาหรือมารดาถ้าได้รับ ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าวแล้ว ให้เสียสัญชาติไทย
- Section ๒๒
ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและได้แปลงสัญชาติเป็นคนต่างด้าว หรือสละสัญชาติ ไทยหรือถูกถอนสัญชาติไทยย่อมเสียสัญชาติไทย
- หมวด ๓ การกลับคืนสัญชาติไทย2 条
- Section ๒๓
ชายหรือหญิ ซึ่งมีสัญชาติไทยและได้ ละสัญชาติไทยในกรณีที่ได้สมรส กับคนต่างด้าวตามมาตรา ๑๓ถ้าได้ขาดจากการสมรสแล้วไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆย่อมมีสิทธิขอกลับคืน สัญชาติไทยได้๓๐ การขอกลับคืนสัญชาติไทยให้ยื่นแสดงความจำนงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๒๔
ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและได้เสียสัญชาติไทยตามบิดาหรือมารดาขณะที่ตน ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ถ้าประสงค์จะกลับคื สัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้ หน้าที่ตามแบบ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ภายในสองปีนับแต่วันที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายไทยและ กฎหมายที่บุคคลนั้นมีัญชาติ การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้กลับคืนสัญชาติไทย ให้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี มาตรา ๒๐ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๓วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑
- หมวด ๔ คณะกรรมการกลั่นกรองเกี่ยวกับสัญชาติ๓๑1 条
- Section ๒๕
ภายในระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับมิให้นำความตามมาตรา ๒๗แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับกับการใช้อำนาจของรัฐมนตรีตามมาตรา ๗ทวิ มาตรา ๙มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒มาตรา ๑๒/๑มาตรา ๑๔มาตรา ๑๕มาตรา ๑๖มาตรา ๑๗มาตรา ๑๘มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๔และการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันผู้เกิดในราชอาณาจักร ไทยจำนวนมากซึ่งมีบิดาเป็นผู้มีสัญชาติไทยแต่ไม่ได้รับสัญชาติไทยโดยการเกิดเนื่องจากบิดามิได้ สมรสกับมารดาของผู้เกิดหรือมิได้จดทะเบียนรับรองผู้เกิดนั้นเป็นบุตร ประกอบกับกฎหมายว่าด้วย สัญชาติที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัมีบทบัญญัติ บางประการที่ ไม่ อดคล้องกับหลัความเสมอภาค ระหว่างชายหญิงที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยรับรองไว้ และไม่มีกลไกในการกลั่นกรอง เสนอแนะหรือให้ความเห็นประกอบการพิจารณาและการใช้อำนาจของรัฐมนตรีในเรื่องที่เกี่ยวกับ สัญชาติ อีกทั้งอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติยังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน สมควร แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยสัญชาติให้เหมาะสมยิ่ งขึ้น จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๕๕๔๑ มาตรา ๕ ให้ถือว่าคนไทยพลัดถิ่นที่ได้แปลงสัญชาติเป็นไทยหรือได้สัญชาติไทยแล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นคนไทยพลัดถิ่นที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการรับรอง ความเป็นคนไทยพลัดถิ่ ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่ แก้ไขเพิ่ มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ และให้มีสถานะเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดด้วย มาตรา ๖ ในวาระเริ่มแรก ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๙/๑(๓) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจา นุเบกษา มาตรา ๗ การดำเนินการออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๙/๕แห่งพระราชบัญญัติ สัญชาติพ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อย ยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปัญหา สัญชาติให้คนไทยพลัดถิ่นซึ่งเป็นคนเชื้อสายไทยที่ต้องกลายเป็นคนในบังคับของประเทศอื่นเนื่องจาก การเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของราชอาณาจักรไทยโดยให้สัญชาติไทยโดยการเกิดแก่บุคคลดังกล่าวที่ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม๑๒๙/ตอนที่ ๒๘ก/หน้า ๑/๒๑มีนาคม๒๕๕๕ ยังไม่ได้ถือสัญชาติของประเทศอื่น และได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่ง และมีวิถีชีวิตเป็คนไทย โดยได้รับการสำรวจตามกฎหมายว่ ด้วยการทะเบียนราษฎรภายใต้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด และเพื่อให้เป็นไปตามหลักสืบสายโลหิตตามกฎหมาย ว่าด้วยสัญชาติ จึงกำหนดให้บุตรของคนไทยพลัดถิ่นที่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดโดยพระราชบัญญัตินี้ ที่ไม่ได้ถือสัญชาติของประเทศอื่น หรือได้สัญชาติไทยแล้ว ก็ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดด้วย จึง จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ปณตภร/ผู้จัดทำ ๔เมษายน๒๕๕๕ - ๑๗-
附注与脚注
มาตรา ๒๕๓๒ ให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองเกี่ยวกับสัญชาติ ประกอบด้วย (๑) ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ (๒) ผู้แทนกระทรวงกลาโหมผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศผู้แทนกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนกระทรวงแรงงาน ผู้แทน สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง (๓) ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินหกคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้และ ประสบการณ์ารทำงานด้านสัญชาติเป็ที่ประจักษ์ เป็นกรรมการ ให้อธิบดีกรมการปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้อธิบดีกรมการ ปกครองแต่งตั้งข้าราชการของกรมการปกครองอีกสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ มาตรา ๒๖๓๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปีและ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน มาตรา ๒๗๓๔ คณะกรรมการมีหน้าที่เสนอแนะและให้ความเห็ต่อรัฐมนตรีในการ ใช้อำนาจตามมาตรา ๗ทวิ มาตรา ๙มาตรา ๑๑มาตรา ๑๒มาตรา ๑๒/๑มาตรา ๑๔มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖มาตรา ๑๗มาตรา ๑๘มาตรา ๑๙และมาตรา ๒๔และการออกกฎกระทรวงตาม พระราชบัญญัตินี้ ในการใช้อำนาจและดำเนินการดังกล่าวให้รัฐมนตรีรับฟังข้อเสนอแนะและ ความเห็นของคณะกรรมการประกอบด้วย มาตรา ๒๘๓๕ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย มาตรา ๒๙๓๖ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณา ทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับกับการแต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ การพ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และการประชุมของคณะกรรมการและ หมวด ๔คณะกรรมการกลั่นกรองเกี่ยวกับสัญชาติ มาตรา ๒๕ถึงมาตรา ๒๙เพิ่มโดย พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๖เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๗เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๙เพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะอนุกรรมการโดยอนุโลม ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี [เอกสารแนบท้าย] ๑.๓๗ ค่าธรรมเนียม (แก้ไขเพิ่มเติม) (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) ค่าธรรมเนียมแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยสัญชาติได้ ตราออกบังคับใช้เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๕และได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเรื่อยมาใน พ.ศ. ๒๔๙๖พ.ศ. ๒๔๙๙และ พ.ศ. ๒๕๐๓รวมเป็น ๔ฉบับทำให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้ นอกจากนี้ยังมี หลักการบางประการที่ วรแก้ไขเพิ่ เติมให้เหมาะสมรัดกุ ยิ่ ขึ้ จึ เห็สมควรที่ จะปรับปรุง กฎหมายนี้และรวมให้เป็นฉบับเดียวกัน พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๓๕๓๘ มาตรา ๑๐ บทบัญญัติมาตรา ๗(๑) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย มาตรา ๑๑ บทบัญญัติมาตรา ๗ทวิ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวัที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย เว้นแต่ผู้ซึ่งรัฐมนตรีมีคำสั่งอันมีผลให้ได้รับสัญชาติไทย ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ลง วันที่ ๑๓ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๑๕ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแต่ไม่ได้สัญชาติ ไทยตามวรรคหนึ่ง อาจได้สัญชาติไทยได้ตามมาตรา ๗ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ในการนี้รัฐมนตรีจะสั่งให้ได้สัญชาติไทยเป็นการ ทั่วไปหรือเป็นการเฉพาะรายก็ได้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรให้บุตรของหญิงไทย สามารถมีสัญชาติไทยได้โดยหลักสายโลหิตด้วยตามหลักการเท่ เทียมกันระหว่างหญิงและชาย และ สมควรกำหนดหลักเกณฑ์การได้สัญชาติไทยของบุตรและหลานตลอดทั้งสายของคนต่างด้าวที่เป็นผู้ อพยพผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมายผู้เข้าเมืองเพียงชั่วคราว และผู้ได้ับผ่อนผันให้พัก อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายเสียใหม่ให้เหมาะสมรัดกุม เพราะการยึด หลักการสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ลงวันที่ ๑๓ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเกี่ยวกับบุคคลเหล่านี้ที่โดยมากจะอยู่กินกันโดยไม่จด ทะเบียนสมรส จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๓๕๓๙ มาตรา ๔ ความในมาตรา ๑๔วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มิให้ใช้บังคับกับบุคคลที่มีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์แล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวประสงค์จะสละสัญชาติไทย ให้ดำเนินการตาม มาตรา ๑๕แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๓๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่๑๓/หน้า๓/๒๕กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม๑๐๙/ตอนที่ ๔๒/หน้า๙๔/๘เมษายน๒๕๓๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติม บทบัญญัติเกี่ยวกับการถือสัญชาติไทยของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย และได้สัญชาติอื่นด้วยตามกฎหมาย ว่าด้วยสัญชาติของบิด หรือบุคคลที่ได้สัญชาติไทยจากการแปลงสัญชาติของบิดามารดา โดยให้ บุคคลดังกล่าวต้องแจ้งความจำนงสละสัญชาติไทย ในกรณีที่ประสงค์จะถือสัญชาติอื่นต่อไป จึง จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑๔๐ มาตรา ๒๑ บทบัญญัติวรรคสองของมาตรา ๗แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ด้วย มาตรา ๒๒ บทบัญญัติวรรคสามของมาตรา ๗ทวิ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕และแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้ที่เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย มาตรา ๒๓ บรรดาบุคคลที่เคยมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ถูก ถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ลงวันที่ ๑๓ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ ข้อ ๑และผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ไม่ได้สัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ข้อ ๒ รวมถึงบุตรของบุคคลดังกล่าว ที่เกิดใน ราชอาณาจักรไทยก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและไม่ได้ัญชาติไทยตามมาตรา ๗ทวิ วรรค หนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ถ้าบุคคลผู้นั้นอาศัยอยู่จริ ในราชอาณาจักรไทยติดต่อกันโดยมีหลัฐานทางทะเบียน ราษฎรและเป็นผู้มีความประพฤติดี หรือทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมหรือประเทศไทย ให้ได้สัญชาติ ไทยตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่ผู้ซึ่งรัฐมนตรีมีคำสั่งอันมีผลให้เป็นผู้มีสัญชาติไทยแล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีคุณสมบัติตาม วรรคหนึ่งยื่นคำขอลงรายการสัญชาติในเอกสารการทะเบียนราษฎรต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนาย ทะเบียนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรแห่งท้องที่ที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาในปัจจุบัน มาตรา ๒๔ บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ออกตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘และพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ที่ใช้บังคับ อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติตาม พระราชบัญญัตินี้ จนกว่ จะมีกฎกระทรวงประกาศระเบียบ หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม๑๒๕/ตอนที่ ๓๙ก/หน้า ๒๔/๒๗กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
- 机构发布页面
- http://www.law.moi.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- http://www.law.moi.go.th/pdf/nationality.pdf17 pp.
- File checksum
- sha256:5961cd9b0010972f4b745d21adf569dc01ba0ea059a66045b52e7916aa575853Pulled at 2026-08-24T04:58:29.472Z
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证